ThaiArcheep.com

ต้นกระแจะ ของดีที่ส่งต่อมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

ในเรื่องต้นไม้ดีๆ ที่มีมาตั้งแต่อดีตและตกทอดมาถึงในปัจจุบันนี้ สำหรับในประเทศไทยของเราถือว่ามีมากมายหลายชนิดนัก แค่สำหรับต้นไม้ที่เราจะขอนำมาพูดถึงกันในวันนี้เป็นต้นไม้ที่คุณประโยชน์ทั้งทางด้านความสวยความงามและทางด้านการนำมาทำเป็นยาสมุนไพร โดยต้นไม้ที่เรากำลังกล่าวถึงมันก็คือ ต้นกระแจะ หรือที่หลายๆ คน อาจจะรู้จักมันในชื่อทานาคานั่นเอง1คนไทยเรียกต้นไม้ชนิด

อ้างอิง : http://www.bspwit.ac.th/

คนไทยเรียกต้นไม้ชนิดนี้ว่ากระแจะแต่พม่าเรียกว่าทานาคา

อันที่จริงแล้ว กระแจะ เป็นชื่อที่ชาวไทยเรียกกันแต่ทานาคาเป็นชื่อที่ทางพม่าเรียกขาน แต่ก็ใช่ว่าในไทยมันจะถูกเรียกว่ากระแจะอย่างเดียวเท่านั้นเพราะแต่ละพื้นที่ก็มีการเรียกมันแตกต่างกันไปอย่างเช่น กระแจะจัน ขะแจะ ตะนาว ตุมตัง พญายา พินิยา กระแจะสัน ฯลฯ แต่เราอาจจะเห็นว่ามันถูกนำไปใช้ในการประทินผิวในพม่ากันอย่างมากมายเราจึงอาจจะคิดไม่ถึงว่าอันที่จริงต้นไม้ชนิดนี้ในไทยก็มีเช่นกัน และก็มีการนำมาใช้งานทางด้านความสวยความงามเช่นเดียวกันกับพม่าเสียด้วยแต่มักจะใช้กันในหมู่ของสาวเหนือ ชาวกระเหรี่ยง และชาวมอญ2ต้นกระแจะมีสรรพคุณทาง

อ้างอิง: http://frynn.com/

ต้นกระแจะมีสรรพคุณทางยาจนมีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่าพญายา

วิธีการต้นกระแจะ

             อันที่จริงแล้วต้น กระแจะ สามารถพบได้ตามป่าเบญจพรรณทั่วไป รวมไปถึงป่าเต็งรัง หรือไม่ก็ป่าดิบแล้ง ซึ่งในประเทศไทยพบมากทางภาคเหนือและทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ แต่ถ้าหากจะทำการปลูกก็สามารถทำได้ซึ่งการขยายพันธุ์ทำได้โดยการเพาะเมล็ดหรือไม่ก็ใช้วิธีการปักชำด้วยกิ่งหรือราก แต่หากจะขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดก็ทำได้โดยการนำผลที่สุกและแก่เต็มที่จนมีสีดำเข้มมาหมักแช่น้ำประมาณ 2-3 วัน จากนั้นนำมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วตากแดดประมาณ 2-3 แดด และให้เตรียมวัสดุเพาะกรอกลงในถุงดำซึ่งวัสดุเพาะจะมีแกลบสุกและดินร่วนปนทรายโดยใช้ในอัตรา 2:1 แล้วนำเมล็ดพันธุ์ที่เตรียมไว้มาหยอดลงถุงโดยให้หยอดลึกประมาณ 2-3 ซม. และรดน้ำให้ชุ่ม ซึ่งสถานที่เพาะควรมีแดดรำไรประมาณ 40% 3กระแจะถูกนำมาทำเป็นเครื่อง

อ้างอิง: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/582906

กระแจะถูกนำมาทำเป็นเครื่องหอมมาอย่างยาวนาน

             เรื่องของการดูแลรักษาต้นกระแจะให้รดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าเปียกหรือแฉะจนเกินไปโดยให้ทำการรดอย่างสม่ำเสมอ 3/5 วัน/ครั้ง จนประมาณ 45 วันเมล็ดจะเริ่มงอก และเมื่อมันมีใบจริงประมาณ 3-5 ใบ ก็ให้นำต้นกล้ามาตากแดดไว้ในที่โล่งแจ้งเพื่อที่มันจะได้รับแสงแดดและมีความแข็งแรงต่อไป4กระแจะถือเป็นสมุนไพรเพื่อความ

อ้างอิง: http://www.herb-health.com/

กระแจะถือเป็นสมุนไพรเพื่อความงามที่ได้รับความนิยมจนปัจจุบันมีการนำมาแปรรูปให้ใช้ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ในปัจจุบันมีการนำเอาต้นกระแจะหรือทานาคามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ด้านความงามและทางด้านสมุนไพรมากมาย อันเนื่งมาจากมีการวิจัยพบว่ากระแจะสามารถช่วยในเรื่องความสวยความงามได้จริงอีกทั้งยังมีประโยชน์ทางด้านมุนไพรเป็นอย่างมากดังนั้นการเข้าไปหากระแจะตามป่าจึงยุ่งยากและใช้เวลามากเกินไปสำหรับการนำมาใช้งานจึงได้มีการปลูกต้นกระแจะเพื่อการพาณิชย์เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ นั่นเอง   5กระแจะมีสรรพคุณเป็น

อ้างอิง: http://mfubga.nagasoftware.com/

กระแจะมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย ช่วยให้เจริญอาหาร แก้โรคเลือด แก้อาการลมบ้าหมู ฯลฯ6ชาวพม่านิยมใช้กระแจะ

อ้างอิง: http://www.thongthailand.com/index.php?lite=article&qid=42170629

ชาวพม่านิยมใช้กระแจะหรือที่เรียกกันว่าทานาคามาทาหน้าเพราะช่วยรักษาสิวฝ้าและรักษาผิวหน้าได้ดี