ThaiArcheep.com

ปลูกต้นโกงกางเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและใช้ประโยชน์

เวลาที่เราไปเที่ยวหรือเข้าไปในบริเวณที่เป็นป่าชายเลนจะมีต้นไม้ชนิดหนึ่งซึ่งจะมีให้เราพบเห็นอยู่เสมอนั่นก็คือ ต้นโกงกาง ซึ่งนับว่าเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของบริเวณป่าชายเลนที่ทำให้มันดูมีความสวยงามร่มรื่น แถมยังช่วยกันคลื่นกันลมเป็นแหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำ อีกทั้งมันยังมีประโยชน์อีกมากมายที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนอีกด้วย1ต้นโกงกางเป็นพืช

อ้างอิง : http://frynn.com/

ต้นโกงกางเป็นพืชสำคัญอีกชนิดหนึ่งในป่าชายเลน

                ประโยชน์อย่างอื่นของ ต้นโกงกาง ที่เราๆ ท่านๆ มักจะรู้กันอยู่ก็คือมันสามารถนำมาผลิตเป็นถ่านหุงต้มที่มีคุณภาพดีได้เพราะมันสามารถให้ความร้อนสูงและอยู่ได้นาน ดังนั้นจึงมีเกษตรกรบางท่านทำการปลูกต้นโกงกางเพื่อนำมาผลิตเป็นถ่านขาย ส่วนประโยชน์ในเรื่องอื่นก็คือเนื่องจากไม้โกงกางมีลักษณะเปลาตรง เหนียว แข็งแรง ทนทาน จึงเหมาะนำมาแปรรูปเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ในงานก่อสร้าง และยังสามารถนำมาผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้อีกซึ่งถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับไม้โกงกางได้อย่างน่าสนใจ แต่ประโยชน์ของต้นโกงกางยังไม่หมดเพียงเท่านั้นเพราะเปลือกของต้นโกงกางซึ่งมีสารฟีนอลและเทนนินในธรรมชาติสูงมาก ดังนั้นจึงมีการนำไปใช้ในการทำหมึก ทำยา ทำสี ทำกาวติดไม้ นำไปฟอกสี ฯลฯ นอกจากนี้เปลือกของมันยังสามารถนำมาใช้ย้อมสี แห อวน หนัง ฯลฯ และเดี๋ยวนี้ยังมีการนำต้นโกงกางไปขายเพื่อปลูกเป็นไม้ประดับกันอีกด้วย2ต้นโกงกางสามารถนำมา

อ้างอิง: http://www.biogang.net/plant_view.php?uid=60768&id=214131

ต้นโกงกางสามารถนำมาผลิตเป็นถ่านหุงต้มที่มีคุณภาพเกรดเอได้เพราะให้ความร้อนสูงและร้อนนาน

วิธีการปลูกต้นโกงกาง

             การขยายพันธุ์ ต้นโกงกาง มีวิธีเดียวคือการขยายพันธุ์ด้วยฝัก ซึ่งตามปกติในการปลูกมักจะปลูกด้วยฝักโดยตรง แต่ถ้าจะปลูกด้วยกล้าก็ได้เช่นกันโดยให้เพาะชำฝักโกงกางด้วยถุงพลาสติกไม่เจาะรูขนาด 5-8 นิ้ว และดินที่ใช้เพาะไม่ควรร่วนจนเกินไปโดยให้ผสมกับปุ๋ยคอก เพราะถ้าดินร่วนเกินเวลานำกล้าลงดินอาจทำให้รากขาดและตายได้ ส่วนการปลูกพื้นที่ปลูกจะต้องเป็นดินเลนอ่อนมีน้ำทะเลท่วมถึงทุกวันหรือเกือบทุกวันแต่ถ้าไม่มีพื้นที่ที่มีดินเลนอ่อนก็อาจปลูกในพื้นที่ที่เป็นดินเลนแข็งปานกลางก็ได้ จากนั้นต้องปรับปรุงดินหากพื้นที่ที่จะปลูกมีความเป็นกรดสูง (pH ต่ำกว่า 5) เมื่อดำเนินการเรียบร้อยให้นำฝักหรือต้นกล้าลงปลูกได้โดยการปลูกให้เป็นแถวเป็นแนวโดยระยะปลูกควรอยู่ที่ 1×1 เมตร หรือ 1.5×1.5 เมตร3ปัจจุบันมีการนำต้น

อ้างอิง: http://www.samunpri.com

ปัจจุบันมีการนำต้นโกงกางมาปลูกเป็นไม้ประดับกันอีกด้วย

             สำหรับในเรื่องการดูแลรักษาต้นโกงกางนั้นก็ต้องดูแลในเรื่องของการกำจัดวัชพืชต่างๆ อย่างเช่น ปรงทะเล เป้ง ต้นเหงือกปลาหมอ ฯลฯ เพราะหากปล่อยเอาไว้ต้นโกงกางอาจจะเกิดการชะงักการเติบโตได้ซึ่งวิธีการกำจัดก็คือการถางหรือตัดออกซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดวัชพืชของต้นโกงกาง นอกจากนี้ต้องทำการลิดกิ่งบ้าง และสัตว์ที่เป็นศัตรูของต้นโกงกางก็คือปูแสมซึ่งมักจะทำลายต้นโกงกางในระยะต้นอ่อน ดังนั้นควรดูแลและตรวจตราอยู่เสมอ4โกงกางมีสรรพคุณทางยาโดย

อ้างอิง: http://nunicza.blogspot.com/2013/09/blog-post_7199.html

โกงกางมีสรรพคุณทางยาโดยสามารแก้อาการอาเจียน แก้ท้องร่วง แก้บิด ฯลฯ

ในปัจจุบันได้มีการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษณ์ซึ่งได้มีการจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวเข้าไปปลูกต้นโกงกางในบริเวณป่าชายเลน ซึ่งกิจกรรมนี้ถือเป็นกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพราะนอกจากจะสร้างรายได้ให้กับผู้คนในชุมชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวแล้วมันยังเป็นการช่วยอนุรักษ์ป่าชายเลนให้คงอยู่ไปชั่วลูกชั่วหลานของเราอีกด้วย5ต้นโกงกางสามารถใช้เป็น

อ้างอิง: http://pantip.com/topic/32466453

ต้นโกงกางสามารถใช้เป็นแนวกันคลื่นลมได้เป็นอย่างดี6กิจกรรมปลูกป่าชายเลน

อ้างอิง: http://www.baanruktalay.com

กิจกรรมปลูกป่าชายเลนเป็นกิจกรรมดีๆ ที่สถานประกอบการท่องเที่ยวนำมาใช้เป็นกลยุทธ์ในการดึงดูดลูกค้าและเป็นการพัฒนาชุมชนไปในตัวอีกด้วย