ThaiArcheep.com

ปลูกลองกองก็รวยหลักล้านได้

                ผลไม้ที่คนไทยคุ้นหูกับชื่อของมันเป็นอย่างดี นั่นก็คือ ลองกอง แต่เราเชื่อว่ายังมีผู้คนอีกมากที่ไม่รู้ว่าแท้ที่จริงนั้นนอกจากความอร่อยที่ลองกองไม่เป็นสองรองใครแล้ว ทุกส่วนของมันยังมีดีทางด้านสรรพคุณทางยาที่หลายๆ ท่านในที่นี้อาจจะนึกไม่ถึงกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการช่วยลดความร้อนในร่างกาย ลดอาการร้อนในในช่องปาก สามารถนำมาสกัดทำยารักษาโรคมาลาเรีย ช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วยวัณโรค แก้อาการท้องเสีย ลำไส้เกร็ง รักษาโรคบิด รักษาโรคท้องร่วง ใช้เป็นยาขับพยาธิ แก้พิษแมงป่อง และใช้เป็นยาสมานแผลได้อีกด้วย  

 ลองกองเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์

ลองกองเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ไปทุกส่วนแถมยังมีรสอร่อยชวนลิ้มลองอีกด้วย

                ลองกอง เป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในหมู่เกาะชวา เกาะมลายู ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ประเทศไทย และในประเทศอื่นๆ อีกมากมาย แต่ในประเทศไทยจะให้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีที่สุด เพราะมีสภาพแวดล้อมในการปลูกที่เหมาะสม แต่พื้นที่ที่สามารถปลูกลองกองได้ยังมีจำกัดจึงทำให้มันมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ราคาของมันจึงค่อนข้างสูง มันจึงถือเป็นพืชเศรษฐกิจอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจและน่าลงทุนนั่นเอง

 ผลของลองกอง

ผลของลองกองที่มีคุณภาพต้องอวบอิ่มสวยงามและมีลูกดก

วิธีการปลูกลองกอง

การเตรียมพื้นที่ปลูก ลองกอง ต้องเลือกพื้นที่ปลูกที่เป็นพื้นที่ราบ น้ำไม่ท่วมขัง ดินเป็นดินร่วน ระบายน้ำได้ดี ต่อมาต้องกำหนดระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 4×6 เมตร หรือ 6×6 เมตร หรือ 6×8 เมตร ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ ส่วนการเตรียมหลุมปลูกควรใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยสูตร 0-3-0 (Rock phosphate) ผสมกับดินเดิมก่อนปลูก นอกจากนี้ต้องวางแผนเกี่ยวกับการวางระบบน้ำอีกด้วย

ส่วนการเตรียมต้นเพื่อปลูกควรใช้ต้นกล้าที่มีอายุ 1-1.5 ปี และมีใบแก่ทั้งต้น โดยเลือกต้นที่แข็งแรง สมบูรณ์ อีกทั้งควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน พร้อมกับทำร่มเงาพรางแสงหลังจากปลูก และต้องทำการตัดแต่งกิ่งเพื่อสร้างทรงพุ่มโดยหลังจากปลูกให้ทำการตัดยอดเมื่อต้นสูงประมาณ 1.-1.5 เมตรและทำการตัดกิ่งที่ไม่ต้องการ รวมทั้งส่วนยอดที่สูงกว่า 1.5 เมตรออกต่อจากนั้นให้เลือกกิ่งแขนงที่แข็งแรง 4 -6 กิ่ง โดยกิ่งที่อยู่ต่ำสุดควรสูงจากพื้นดิน 80 เซนติเมตร แล้วเลือกกิ่งที่ทำมุมกว้าง ตัดแต่งให้เป็นทรงพุ่มโปร่ง และตัดกิ่งที่ทำมุมแคบกับลำต้นออก รวมทั้งตัดกิ่งยอดและกิ่งกระโดงที่แตกขึ้นมาใหม่โดยกำหนดแนวทรงพุ่มให้อยู่ในกรอบของ 4 เมตร หรือแนวทรงพุ่มที่ต้องการ แล้วทำการดูแลรักษาเพื่อรอเก็บเกี่ยวผลผลิต

เนื้อในของลองกองจะ

เนื้อในของลองกองจะมีสีขาวมีรสชาติหวานอมเปรี้ยวซึ่งเป็นที่ถูกปากผู้บริโภคเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

                การดูแลรักษาลองกองก่อนออกดอกหรือหลังเก็บเกี่ยวต้องทำการตัดแต่งกิ่งหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ตัดกิ่งแห้ง กิ่งเป็นโรค กิ่งแขนง กิ่งกระโดง และตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งเพื่อให้แสงสามารถส่องผ่านเข้าในพุ่มได้ ส่วนการให้ปุ๋ยต้องให้ก่อนออกดอก 1-2 เดือน โดยใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 และ 13-13-21 อัตรา 1 กิโลกรัม/ต้น และหมั่นกำจัดวัชพืชรอบโคนต้น งดการให้น้ำอย่างน้อย 30-45 วัน หากสังเกตพบใบเหี่ยวในเวลาเช้าและมีการแทงช่อดอกของลองกองจึงเริ่มให้น้ำ โดยเมื่อช่อดอกยาว 2-3 เซนติเมตร ให้ใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 1 กิโลกรัม/ต้น และให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ต้องฉีดพ่น GA3 100 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร เพื่อช่วยยืดช่อดอก และใช้สารพาโคลบิวทาโซล 400-500 ppm ฉีดพ่นทางใบให้ทั่วทรงพุ่มอัตราต้นละ 10 ลิตร จะสามารถช่วยเพิ่มคุณภาพลองกองโดยลองกองจะมีน้ำหนักช่อ ความยาวช่อ และจำนวนผลต่อช่อเพิ่มมากขึ้นพื้นที่ที่เหมาะสมใน

 พื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกลองกองมีไม่มากนัก ดังนั้นจึงทำให้มันมีผลผลิตน้อยกว่าความต้องการในตลาด

                และจากการที่ลองกองเป็นพืชที่มีประโยชน์ไปทุกส่วน จึงทำให้มันเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดไม่ว่าจะเป็นความต้องการในการรับประทานผลสด หรือทางด้านการนำไปแปรรูป หรือนำไปสกัดเป็นยา อีกทั้งมันยังมีผู้ปลูกไม่มากเพียงพอ ดังนั้นหากใครที่มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกมันหล่ะก็ ก็ไม่น่าพลาดโอกาสในการเพาะปลูกมัน เพราะเพียงการปลูกลองกองในพื้นที่ไม่กี่ไร่เท่านั้นอาจจะสร้างรายได้หลักล้านให้กับท่านเหมือนกับเกษตรกรหลายๆ รายที่ได้ลงมือปลูกลองกองกันมาก่อนหน้านี้ก็ได้

 พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับ

พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกลองกองมีไม่มากนักมันจึงเป็นพืชที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค

 ลองกองก็สามารถ

ลองกองก็สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายชนิดเช่นกัน