ThaiArcheep.com

ราสเบอรี่ ผลไม้ที่ประเทศไทยนำเข้าผลิตภัณฑ์แปรรูปปีละหลายสิบล้านบาท

เมื่อนึกถึงผลไม้ในตระกูลเบอรี่พวกเราส่วนใหญ่มักจะนึกถึงผลไม้หน้าตาน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มสีสันสวยสดใสที่มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานโดยผลไม้ตระกูลนี้ก็มีจำนวนเยอะมากและแทบจะทุกอย่างก็เป็นที่นิยมในการนำมารับประทานและนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย ดังนั้นในวันนี้เราจึงจะขอนำเอาผลไม้ในตระกูลเบอรี่อีกชนิดหนึ่งมาให้ทุกท่านได้ทำความรู้จักกันและมันก็คือ ราสเบอรี่ นั่นเอง1ราสเบอรี่มีถิ่นกำเนิด

อ้างอิง : http://www.pednapic.com/

ราสเบอรี่มีถิ่นกำเนิดในแถบยุโรป

                ด้วยชื่อของมันที่ออกจะฝรั่งจ๋าทำให้เรารู้ได้ทันทีว่ามันต้องเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในต่างประเทศอย่างแน่นอน โดย ราสเบอรี่ นั้นเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบยุโรป ซึ่งในประเทศไทยก็มีการเพาะปลูกราสเบอรี่ด้วยเช่นกันแต่ส่วนใหญ่มักจะปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวและเป็นภูเขาสูง เช่น ภูกระดึง จังหวัดเลย ดอยผ้าห่มปก ดอยอินทนนท์ ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ฯลฯ แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศของเราอยู่ดี ดังนั้นประเทศไทยจึงมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากราสเบอรี่มาจากต่างประเทศมากมายปีละไม่ต่ำกว่าหลายสิบล้านบาทกันเลยทีเดียว  2ในประเทศไทยก็สามารถ

อ้างอิง: http://frynn.com/

ในประเทศไทยก็สามารถปลูกราสเบอรี่ได้เช่นกัน

วิธีการปลูกราสเบอรี่

             การเพาะเมล็ด ราสเบอรี่ นั้นให้เอาเมล็ดไปใส่ในถุงซิปล็อคหรือจะเป็นกล่องพลาสติกที่มีฝาปิดก็ได้แล้วให้นำไปแช่ไว้ในช่องแช่แข็งในตู้เย็นเป็นเวลา 3 เดือนเพื่อเป็นการพักตัวทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเลียนแบบฤดูหนาวในต่างประเทศที่มีหิมะตก และพอครบกำหนดให้นำเมล็ดออกมาเพื่อทำให้เหมือนกับว่าเป็นฤดูที่อบอุ่นขึ้นในต่างประเทศที่ทำอย่างนี้ก็เพื่อให้เมล็ดรู้ตัวว่าถึงเวลาที่ต้องเจริญเติบโตขึ้นมาได้แล้ว จากนั้นก็ให้นำมันมาเพาะในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิประมาณ 15-20 องศาเซลซียส และอย่าให้โดนแดดแรงเพราะมันอาจจะตายได้ โดยการเพาะให้ร่อนเอาดินละเอียดร่วนซุยมาใส่ในถาดหลุมเพาะเมล็ดต่อด้วยการโรยเมล็ดแล้วเอาดินกลบหน้าเมล็ดหนาประมาณ 1 ซม. แล้วฉีดพ่นน้ำด้วยฟ๊อกกี้ให้โชกจากนั้นทิ้งไว้จนดินหมาดตามด้วยการคลุมวัสดุปลูกด้วยพลาสติกและให้ตรวจสอบดินเป็นระยะ และทำการรดน้ำให้ดินมีความแฉะประมาณ 70% จนเมื่อเมล็ดงอกให้เอาพลาสติกออกแต่ให้วางไว้ในบริเวณที่เดิมจนต้นกล้าอายุประมาณ 2 เดือน ก็สามารถย้ายลงปลูกในกระถางขนาด 4 นิ้วได้ จนเมื่อต้นกล้าโตพอก็สามารถนำไปปลูกลงดินหรือกระถางที่ใหญ่กว่าเดิมได้3ราสเบอรี่เป็นผลไม้ขนาด 

อ้างอิง: http://www.pednapic.com/

ราสเบอรี่เป็นผลไม้ขนาดเล็กที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก 

             เรื่องของการดูแลรักษาต้น ราสเบอรี่ เมื่อนำไปปลูกลงดินหรือกระถางที่ใหญ่กว่าเดิมแล้วก็สามารถใส่ปุ๋ยได้โดยหากใส่เป็นปุ๋ยหมักสูตรน้ำก็จะดีมาก และเมื่อมันออกผลให้ใส่ปุ๋ยสูตร 20-20-20 แต่ให้อัตราความเข้มข้นของปุ๋ยลดลงครึ่งหนึ่ง หรือจะใส่ปุ๋ยอินทรีย์ธรรมชาติก็ได้4ราสเบอรี่สามารถนำมา

อ้างอิง: http://www.healthyplus66.com/

ราสเบอรี่สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง

ส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากราสเบอรี่ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศจะเป็นพวกแยมทาขนมปัง บรั่นดี ไวน์ ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพประเภทนม เครื่องดื่มน้ำผลไม้ ผลิตภัณฑ์แต่งสีและกลิ่นในอาหาร รวมทั้งเป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางค์ ซึ่งนับว่าราสเบอรี่สามารถนำมาใช้ประโยชนน์ได้หลากหลาย ดังนั้นหากปลูกและนำมาใช้กันเองในประเทศได้ก็คงจะลดการนำเข้าได้ไม่น้อยเลยทีเดียว5ราสเบอรี่นิยมนำมา

อ้างอิง: http://www.336fruitshop.com/

ราสเบอรี่นิยมนำมารับประทานสด6ในประเทศไทยมักนำเข้า

อ้างอิง: http://www.bloggang.com/

ในประเทศไทยมักนำเข้าแยมราสเบอรี่ เครื่องดื่มน้ำผลไม้ ไวน์ ฯลฯ