ThaiArcheep.com

สะตอปลูกง่ายและเหมาะใช้เป็นพืชแซมหรือไม้บังร่ม

ถ้าจะกล่าวถึง สะตอ หลายๆ ท่านคงจะนึกถึงอาหารทางภาคใต้ เพราะชาวปักษ์ใต้บ้านเรานิยมนำเอาสะตอมาประกอบอาหารทั้งที่มันมีกลิ่นเหม็นเขียวรุนแรง แต่เมื่อนำมาทำอาหารจะมีรสชาติอร่อย และเป็นที่ถูกปากจนความเหม็นเขียวก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป 

ในประเทศอื่นๆ อย่างเช่น อินโดนีเซีย

ในประเทศอื่นๆ อย่างเช่น อินโดนีเซีย อินเดีย สิงคโปร์ พม่า และลาว ก็นิยมนำสะตอมารับประทานเช่นเดียวกันกับประเทศไทย

                อันที่จริงแล้ว สะตอ เป็นพืชที่ปลูกง่ายมาก อีกทั้งยังนิยมนำมาใช้เป็นพืชแซมหรือพืชบังแดด ทั้งนี้ก็เพราะสะตอเป็นพืชที่โตเร็วและให้ร่มเงาได้ดี ทั้งยังมีผู้ที่นิยมบริโภคอย่างกว้างขวางไม่ว่าจะในประเทศไทยเอง หรือประเทศอื่นๆ อย่าง พม่า ลาว อินเดีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ นอกจากนี้ราคาของสะตอยังอยู่ในเกณฑ์ที่สร้างพึงพอใจให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้การปลูกสะตอจึงมีคุณประโยชน์ทั้งทางด้านการค้าอีกทั้งยังช่วยทางด้านการเพาะปลูกพืชชนิดอื่นอีกด้วย เมื่อจะนำสะตอมารับประทาน

เมื่อจะนำสะตอมารับประทานจะต้องแกะเมล็ดออกมาจากฝักเสียก่อนจึงจะนำมาประกอบอาหารได้

วิธีการปลูกสะตอ
             การเตรียมดินเพื่อปลูก สะตอ นั้นหากเป็นที่เชิงเขาไม่ต้องไถดินก็ได้ แต่ถ้าปลูกบนพื้นที่ราบให้ทำการไถดินและขุดหลุมให้เป็นแถวโดยหลุมปลูกที่ขุดควรมีขนาด 1x1x1 เมตร แล้วใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 อัตรา 1 ช้อนแกง รองพื้นร่วมกับปุ๋ยคอก 1 บุ้งกี๋ ส่วนระยะปลูกระหว่างต้นและระหว่างแถวคือ 12×12 เมตร แล้วปลูกตามหลุมที่ขุดไว้โดยใช้ไม้ปักแนบต้นพันธุ์และผูกเชือกเพื่อกันลมโยก แล้วทำการกลบดิน รดน้ำ พอต้นกล้าตั้งตัวได้ดีก็สามารถหยุดรดน้ำและอาศัยน้ำฝนธรรมชาติแทน นอกจากนี้ควรทำร่มเงาให้กับต้นสะตอโดยอาจจะใช้ทางมะพร้าวมามุงหลังคามาบังแดดทิ้งไว้ประมาณ 1 ปีสะตอผัดกะปิกุ้งสดเป็นอีกหนึ่งเมนู

สะตอผัดกะปิกุ้งสดเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ครองใจพวกเราชาวไทยไว้ได้เป็นอย่างดี

              การดูแลรักษาสะตอนั้นในช่วงที่ปลูกใหม่ในปีแรกให้รดน้ำวันเว้นวันในหน้าแล้ง พออายุ 2-3 ปี ควรให้น้ำ 2 ครั้ง/สัปดาห์ และในช่วงหน้าแล้งควรหาพืชมาคุมโคนเพื่อรักษาความชื้น ในช่วงฤดูฝนก็ควรทำร่องระบายน้ำด้วย ทางด้านการใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักควรใส่ตั้งแต่เริ่มปลูกจำนวน 1-2 ปี๊บ/ต้น เมื่อให้ผลแล้วควรใส่ในปริมาณ 3-4 ปี๊บ/ต้น เพราะจะทำให้สะตอให้ผลผลิตสม่ำเสมอ ส่วนปุ๋ยเคมีถ้าเป็นช่วงก่อนออกฝักควรใส่สูตร 15-15-15 ในอัตรา 0.5 กก./ต้น/ปี แต่ถ้าออกฝักแล้วให้ใส่เป็น 1 กก./ต้น/ปี โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งแรกคือก่อนออกดอก และครั้งที่ 2 คือ หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต นอกจากนี้ยังต้องพรวนดินปีละ 3 ครั้ง เพื่อเป็นการถ่ายเทอากาศในดินและเป็นการกำจัดวัชพืชอีกด้วย ถึงสะตอจะมีกลิ่นแรงแต่ประโยชน์

ถึงสะตอจะมีกลิ่นแรงแต่ประโยชน์ของมันก็มีมากกว่ากลิ่นยิ่งนัก

ถึงสะตอจะเป็นพืชที่มีกลิ่นแรงมากจนบางคนถึงกับขยาดและไม่อยากรับประทานมัน แต่ทราบกันหรือไม่ว่าประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการของมันกลับมีมากกว่ากลิ่นยิ่งนัก อย่างเช่น ในเรื่องของการช่วยบำรุงสายตา ช่วยทางด้านการเจริญอาหาร ป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ช่วยลดความดัน และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นหากใครที่ยังไม่เคยกินสะตอเพราะว่ากลัวกลิ่นของมันหล่ะก็ จะรับประทานเสียตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปก็ยังไม่สาย เพราะนอกจากจะได้รับประทานของดีๆ เข้าสู่ร่างกายแล้วยังเป็นการช่วยอุดหนุนเกษตรกรไทยผู้ปลูกสะตออีกด้วย สะตอเป็นพืชที่ขายได้ราคาดี

สะตอเป็นพืชที่ขายได้ราคาดีซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องดีสำหรับเกษตรกรผู้ปลูก สะตอสามารถนำมาทำแกง

สะตอสามารถนำมาทำแกงกะทิได้เช่นกัน