ThaiArcheep.com

สัตว์น้ำทำเงิน : ตอนเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชได้เงินไม่รู้ตัว

สวัสดีครับเพื่อนๆไทยอาชีพวันนี้ผมขอเสนอแนะ อาชีพเกษตรกรรม ที่เราสามารถทำเป็นงานอดิเรกได้อย่างสบายที่บ้านโดยที่ไม่รบกวนงานประจำของเราเลย การทำอาชีพเสริมนั้นสิ่งสำคัญมีอยู่ 3 ประการด้วยกันคือ

  1. อาชีพที่เราทำนั้นจะต้องไม่กระทบต่องานประจำซึ่งเป็นรายได้หลักของเรา
  2. อาชีพเสริมนั้นจะต้องทำเงินให้กับเราได้ด้วยเช่นกัน
  3. และอย่างที่สามนั้นก็คือเราต้องรักและสนใจในอาชีพเสริมนั้น ๆด้วยเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างอาชีพเสริมให้กลายเป็นอาชีพหลักในอนาคต

เมื่อพูดถึง 3 หลักการที่เราจะเลือกอาชีพเสริมแล้วนั้นผมก็เลยหาอาชีพเสริมที่เกี่ยวกับเกษตรกรมาฝากเพื่อนๆโดยที่ไม่ได้ขัดกับหลัก 3 ข้อนี้มาฝากครับ นั้นคือการเลี้ยงกุ้งเคยร์ฟิชในตู้กระจกเพื่อบริโภคและเพื่อความสวยงาม

หินกรวดสีเข้มจนไปถึงสีดำจะทำให้กุ้งเครย์ฟิชมีสีสันมากยิ่งขึ้นหินกรวดสีเข้มจนไปถึงสีดำจะทำให้กุ้งเครย์ฟิชมีสีสันมากยิ่งขึ้น

เกริ่นนำเกี่ยวกับกุ้งเคยร์ฟิช

กุ้งเคยร์ฟิช นั้นไม่ใช่กุ้งประจำถิ่นในบ้านเราส่วนมากแล้วกุ้งชนิดนี้จะพบเห็นได้ทั่วโลกแต่จะอยู่ในแถบทวีปอเมริกาและออสเตรีย ซึ่งปัจจุบันนี้ที่มีการค้นพบสายพันธุ์นั้นมีอยู่มากกกว่า 500 ชนิด ซึ่งในตอนแรกที่มีการเลี้ยงกันนั้นก็เพื่อความสวยงามแต่ในสมัยนี้ได้มีการนิยมนำกุ้งเคยร์ฟิชมาเป็นอาหารให้ร้านอาหารที่มีชื่อเสียง เหตุเพราะว่าราคาของกุ้งเคยร์ฟิช นั้นไม่ใช่ราคาที่ถูกเลย ตอนนี้เท่าที่ทราบมาเขาขายกันอยู่ในตลาดราคาขั้นต่ำอยู่ที่ 1000 บาท ต่อหนึ่งกิโลกรัม และกุ้งเคยร์ฟิชหนึ่งตัวมีน้ำหนักเฉลี่ยขึ้นต่ำไม่น้อยกว่า  1 กิโลกรัมแน่นอนครับ ซึ่งเราจะกินกุ้งประเภทนี้ได้ก็ต้องเป็นร้านอาหารหรู ๆเท่านั้นละครับ ส่วนมากแล้วจะนิยมมาเลี้ยงโชว์ในตู้มากกว่า

นอกจากจะเลี้ยงเพื่อสวยงามแล้วเรายังเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารด้วยนอกจากจะเลี้ยงเพื่อสวยงามแล้วเรายังเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารด้วย

การเลี้ยงกุ้งเคยร์ฟิชนั้นตู้กระจก

การเลี้ยงกุ้งเคยร์ฟิช นั้นมีสิ่งสำคัญอยู่อย่างเดียวเท่านั้นคือ เราต้องเลียนแบบธรรมชาติให้เหมือนที่สุดครับ เพราะกุ้งเป็นสัตว์ที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อมรอบข้างอย่างมาก และกุ้งเกือบทุกสายพันธุ์จะต้องลอกคราบซึ่งเป็นช่วงที่กุ้งอ่อนแอมากที่สุดเราควรจะใส่ในในเรื่องของความสะอาดและควรหาสิ่งของที่พอจะเป็นของหลบซ่อนให้กับกุ้งเคยร์ฟิชด้วย

ตู้กระจกที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงกุ้งเคยร์ฟิชนั้นจะมีขนาด 24 นิ้ว หมายถึง ตู้ที่มีขนาด 24 x 12 x 12 นิ้ว และตู้ 36 นิ้ว หมายถึง 36 x 18 x 18 นิ้ว ซึ่งตู้ 2 ขนาดนี้จะเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิชอย่างมากสุดก็เพียง 2 ตัวหรือ 1 ตัวต่อตู้เท่านั้นนะครับ ภายในตู้เราควรหากหินกรวดมารองพื้นด้วยซึ่งหันกรวดเหล่านี้จะมีประโยชน์กับกุ้งเครย์ฟิชหลายอย่างเลย คือ กุ้งสามายที่จะขุดเพื่อหลบซ่อนตัวมันเองได้ ทำให้กุ้งไม่ตื่นตกใจง่าย และสามารถปรับตัวตามสิ่งแวดล้อมได้ รวมทั้งยังช่วยซับตะกอนและเศษอาหารต่าง ๆได้อีกด้วย หินที่ใช้ควรเป็นหินสีเข้มโดยเฉพาะสีดำซึ่งจะช่วยให้กุ้งมีสีสันมากยิ่งขึ้น

การจัดแจงตู้กระจกให้เหมาะสมกับกุ้งเครย์ฟิชการจัดแจงตู้กระจกให้เหมาะสมกับกุ้งเครย์ฟิช

                น้ำก็มีส่วนสำคัญเราควรเปลี่ยนถ่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอโดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำโดยการปล่อยน้ำดีไล่น้ำเสียไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องรีบเพื่อรักษาอุณหภูมิของน้ำไว้ ถ้าอุณหภูมิของน้ำเปลี่ยนแปลงเร็วกุ้งอาจจะช็อคได้เหมือนกันซึ่งมันไม่เป็นผลดีสำหรับกุ้งเครย์ฟิชเลย

ควรหมั่นที่จะเติมอากาศให้กับตู้กระจกเสมอเพราะว่ากุ้งเครย์ฟิชเป็นกุ้งที่ต้องการอากาศสูงมากกว่าสัตว์น้ำชนิดอื่นส่วนเรื่องอาหารนั้นกุ้งเครย์ฟิชจะกินได้ทั้งพืชและสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆซึ่งเราก็ควรจะสิ่งที่ไม่มีการเจือปนของสารเคมีด้วยนะครับ

สิ่งที่โดดเด่นของกุ้งเครย์ฟิชนั้นก็คือความน่าเกรงขามและสีส้นที่ไม่เหมือนใครนี่เองสิ่งที่โดดเด่นของกุ้งเครย์ฟิชนั้นก็คือความน่าเกรงขามและสีส้นที่ไม่เหมือนใครนี่เอง

สัตว์น้ำทำเงิน : ตอนเลี้ยงกบในบ่อวงซีเมนต์

                ตอนนี้เราอยู่ในยุคเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยจะแน่นอนนักเพราะว่ามีหลายกระแสมากเลยบอกว่าตอนนี้เศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่เมื่อลงไปถามคนค้าขายดูเขาก็บอกว่ายังไม่ดีไม่รู้จะเชื่อใครดี วิธีที่จะทำให้เรานั้นมีเงินใช้จ่ายและเงินเก็บมากยิ่งขึ้นนั้นเราก็ต้องหาเงินให้มากขึ้นแล้วจะหาเงินอย่างไรดีละครับ นั้นคือปัญหา แต่ปัญหานี้ผมจะแก้ด้วยการแนะนำอาชีพให้เพื่อนๆไทยอาชีพ ซึ่งเป็นอาชีพเสริมที่สามารถที่จะกลายเป็นอาชีพหลักในอนาคตได้เหมือนกันครับ

 

อาชีพเกษตรกรรม เป็นอาชีพที่มีความมั่นคงสูงมากเพราะว่าเป็น 1 ใน ปัจจัย 4 ที่ทุกคนต้องใช้นั่นก็คืออาหาร และอาหารเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในการดำรงชีวิตอยู่วันนี้ผมจะมาแนะนำการเลี้ยงกบในบ่อวงซีเมนต์ ซึ่งเพื่อนๆสามารถที่จะใช้พื้นที่หลังบ้านหรือข้างบ้านว่าง ๆทำเป็นสถานที่เลี้ยงกบในบ่อวงซีเมนต์ได้แล้วละครับไม่ยากเลยครับ

การเลี้ยงกบในบ่อวงซีเมนต์ไม่ยากเลยการเลี้ยงกบในบ่อวงซีเมนต์ไม่ยากเลย

 

เริ่มต้นการเลี้ยงกบ

 

สิ่งแรกใน การเลี้ยงกบ เราควรรูจักกบก่อนว่ากบที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทยนั้นมีกี่สายพันธุ์และสายพันธุ์ไหนเป็นที่ต้องการของตลาดมากที่สุดจากที่ผมหาข้อมูลมาเท่าที่ทราบมีอยู่ 3 สายพันธุ์ด้วยกันเริ่มจาก

 

  1. กบนา เป็นกบขนาดกลางค่อนข้างใหญ่ ขนาดตัวโตเต็มที่ยาวประมาณ 5 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 4 ตัวต่อ 1 กิโลกรัม สังเกตลักษณะง่ายๆ คือขาหน้าจะสั้น อยู่ระหว่างไหล่กับตา ปุ่มกระดูกเท้าล่างไม่แหลมคม ลำตัวมีสีคล้ำและมีลายพาดสีจาง ๆ
  2. กบภูเขา เป็นกบพื้นเมืองที่มีขนาดใหญ่ ตัวโตเต็มที่มีน้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัมขึ้นไป สังเกตลักษณะทั่วไป คือปลายนิ้วโป้งนิ้วขาหน้าจะแยกออกจากกัน ผิวหนังด้านข้างไม่นูนโป่ง ไม่มีถุงลม ไม่มีแผ่นหนังที่นิ้วขาหน้าอันแรก และจะยากว่านิ้วอันที่ 2 ลำตัวมีสีน้ำตาลแดงหรือสีดำ
  3. กบบลูฟรอก เป็นกบที่มีขนาดใหญ่ ขนาดตัวโตเต็มที่น้ำหนักมากกว่า 1 กิโลกรัมขึ้นไป ขนาดตัวยาวประมาณ 8 นิ้ว ลำตัวกว้างส่วนหัวมีสีเขียวส่วนหลังมีสีน้ำตาลเขียว ส่วนท้องมีสีขาวเหลือง

 

กบบลูฟรอกก็มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กับกบภูเขาเลยกบบลูฟรอกก็มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กับกบภูเขาเลย

การเลี้ยงกบในบ่อวงซีเมนต์

 

การเลี้ยงกบ นั้นเราต้องคำนึงไว้อย่างว่า กบไม่ควรที่จะเลี้ยงในพื้นที่โล่งแจ้ง ควรสร้างหลังคาป้องกันแสงแดด หรือสิ่งคลุมปิดบังแสงแดดบางส่วน ไม่ต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อทำให้กบไม่ตื่นตกใจง่ายและช่วยป้องกันจากศัตรูอื่น ๆอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งบ่อวงซีเมนต์ที่เราต้องใช้ควรมีขนาดประมาณ 1 ถึง 1.5 เมตร มีความสูงไม่น้อยกว่า 50 เวนติเมตร และมีฝาปิดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าๆกัน ซึ่งฝานี้มีไว้สำหรับปิดพื้นล่างของบ่อ บ่อวงซีเมนต์เป็นบ่อที่ใช้ได้ดีในการเลี้ยงอนุบาลและเลี้ยงลูกกบเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ หลังจากเตรียมบ่อเรียบร้อยแล้วก็นำลูกกบที่เตรียมไว้มาใส่ในบ่อพร้อมใช้สิ่งคลุมปิดที่ปากบ่อด้วยเพื่อป้องกันการโดดออกมา ควรที่จะใส่น้ำในระดับ หนึ่งกำมือก็พอแล้ว กบนั้นจะกินสัตว์ที่เล็กกว่า ซึ่งเราควรเลือกอาหารประเภทพวกปลาบด มาเลี้ยงกบ

ลักษณะของกบนาลักษณะของกบนา

 

การจำจำหน่ายและตลาดของกบ

 

เมื่อกบมีอายุตั้งแต่ 2 ถึง 4 เดือน จึงพร้อมจับมาเพื่อจำหน่าย  ซึ่งราคาท้องตลาดจะอยู่ประมาณ 30 ถึง 50 บาทต่อกิโลกรัม แต่ถ้าหน้าหนาวราคาจะสูงถึง 60 ถึง 80 บาทต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว

กบภูเขาจะมีขนาดใหญ่กว่ากบทั่วไปกบภูเขาจะมีขนาดใหญ่กว่ากบทั่วไป