ThaiArcheep.com

เผยมิติใหม่การปลูกบัวขาย และ วิธีดูแลเพื่อให้ได้ ผลผลิตตลอดทั้งปี

เผยมิติใหม่การปลูกบัวขาย และ วิธีดูแลเพื่อให้ได้ ผลผลิตตลอดทั้งปี

บัวถูกจัดให้เป็น พืชล้มลุกอีกหนึ่งชนิด และทั้งยังเป็นราชินีแห่งไม้น้ำ และหลายๆคนก็คงจะเคยเห็นและรู้จักดีว่า บัว มีหลายสายพันธุ์แตกต่างกันออกไปวันนี้ซาลาเปาก็เลย ไปขุดค้นสรรหา วิธีการปลูก บัว และการดูแลรักษาเพื่อให้ได้ผลผลิตอยู่ตลอด บอกเลยว่ามีประโยชน์เกือบจะทั้งต้นเลยก็ว่าได้ ก็เป็นการสร้างรายได้อีกทาง ก็สามารถทำได้เหมือนกัน ไปต่อกันเลยดีกว่าครับเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ตามซาลาเปามาเลย

คุณกาญจนา เกาะคาคนินทร์ เจ้าของสวนบัวฟ้า เริ่มต้นจากเป็นผู้ส่งออกปลาสวยงาม ไม้น้ำ และบัว โดยรับมาจากผู้เลี้ยงรายอื่น ต่อมาก็เริ่มลงมือทำเอง และหลงใหลความงามของบัว จนสะสมสายพันธุ์ไว้มากกว่า 300 สายพันธุ์ปัจจุบัน นอกจากจะขายต้นบัวแล้ว ยังทำบัวอบแห้ง และแกะเกสรบัวจำหน่ายด้วยคุณกาญจนา บอกว่า สำหรับเกสรบัวจะนำไปสกัดน้ำมันหอมระเหย ส่งขายบริษัทเครื่องสำอางระดับโลกที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเทียบให้ฟังว่า เกสรบัว 1,000 กิโลกรัม จะสกัดน้ำมันได้เพียง 1 ลิตร ซึ่งเกสรบัว 1,000 กิโลกรัม นี่ จะต้องมาจากดอกบัวสด 5,200 กิโลกรัม หรือราว 208,000 ดอก เลยทีเดียว ไม่ใช่น้อยๆเลยนะครับนอกจากนี้ เกสรบัว ยังส่งขายต่างประเทศในรูปชาสมุนไพร ทั้งที่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และออสเตรเลีย

ส่วนต้นบัวของที่สวนแห่งนี้ ราคาเริ่มต้น ต้นละ 100 บาท

การดูแลรักษาให้มีดอกตลอดปี ใครที่เคยปลูก บัวประดับแล้ว ไม่ได้ผล ตายบ้าง ไม่ออกดอก มาฟังทางนี้ครับ มีคำแนะนำดีๆ จากเจ้าของส่วนแห่ง มาให้ฟัง

ศัตรูสำคัญของบัวคือ หอย แมลงต่างๆ ควรเก็บทิ้งเอง โดยไม่ต้องใช้สารเคมีจะดีกว่า เพราะหากปลูกไม่มาก ก็แทบจะไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีเลยส่วนการใส่ปุ๋ยบัว มีหลายคนใช้วิธีห่อปุ๋ยด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์แล้วกดลงไปที่โคนต้นบัว วิธีนี้คุณกาญจนาว่า ถ้าใส่ปุ๋ยมากเกินไปจะทำให้บัวช็อคและตายได้ ดังนั้น จึงแนะนำ ปุ๋ยเม็ด แล้วใส่ลงไปที่โคนต้น จะได้ดีสำหรับมือใหม่หัดปลูก สำหรับปุ๋ยที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นปุ๋ยสูตรเสมอ ไม่ว่าจะเป็น สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16และอีกอย่าง แนะนำให้เลี้ยงปลาตัวเล็กๆในอ่างบัว เพื่อช่วยในการเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี ดีกว่าปลูกเดี่ยวส่วนช่องทางการขายบัว ที่สวนแห่งนี้ขายผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งเจ้าของสวนบอกว่า ได้ลูกค้ามาอีกกลุ่มใหญ่ทีเดียว

การขยายพันธุ์บัว-ด้วยการผสมข้ามพันธุ์ บัว เป็นไม้น้ำที่ขยายพันธุ์ได้หลายวิธี แต่หลักๆ แบ่งเป็นการขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ

การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เช่น การแยกเหง้า แยกหน่อ แยกต้นที่ใบ ส่วนการขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศก็คือ การผสมเกสรตัวผู้เข้ากับเกสรตัวเมีย และวิธีนี้เองที่จะได้ลูกผสมใหม่ๆ ออกมาปกติตัวช่วยสำคัญในการผสมเกสรบัวก็คือ ผึ้ง ซึ่งคุณกาญจนา บอกว่า สองวันแรกที่บัวบาน จะมีผึ้งมาหาน้ำหวานพร้อมกับหอบเกสรไป ดังนั้น ถ้าคิดจะผสมพันธุ์บัว ก็ต้องไวกว่าผึ้ง

ขั้นตอนการผสมเกสรบัว

1. วิธีการเลือกดอกบัวที่จะผสม เมื่อได้สายพันธุ์ที่ต้องการแล้ว ก็ต้องดูว่า เกสรตัวผู้เปิดออก

2. เริ่มเก็บเกสรตัวผู้ โดยใช้ปากคีบ เมื่อได้จำนวนพอสมควรแล้ว ผสมน้ำเล็กน้อย เพื่อให้ละอองเกสรหลุดออกมา

3. จากนั้น ดูดน้ำที่มีละอองเกสรตัวผู้ แล้วนำไปฉีดใส่เกสรตัวเมีย

4. ผสมเสร็จ ก็ติดป้ายไว้ว่า ผสมระหว่างสายพันธุ์ใด

5. ผ่านไปสัก 3-4 วัน ดอกที่ผสมแล้วก็จะเริ่มตูมๆ แข็งๆ

6. ดอกที่ผสมแล้ว ใส่ถุงมีซิปล็อกไว้ เนื่องจากเมื่อเมล็ดแตกออกมา จะไม่กระจัดกระจาย

7. เมล็ดที่ได้ นำไปเพาะในกระถางเล็ก

8. เมื่อบัวโตขึ้นก็เปลี่ยนกระถางไปเรื่อยๆ แต่สรุปแล้ว ตั้งแต่ที่เริ่มเพาะเมล็ด ใช้เวลา 2 เดือน ก็จะเริ่มให้ดอก

ผมว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับใครหลายๆคนที่เคยทำมาบ้างแล้ว หรือยังไม่เคยทำที่กำลังคิดจะลองทำ เพื่อนำไปเป็นหลักการ นั้นเอง ก็เป็นอีก หนึ่งอาชีพ ที่น่าสนใจ เพราะส่งออกถึงต่างประเทศ ซะด้วย ลองดูครับอาจจะรุ่งก็ได้ใครจะรู้