ThaiArcheep.com

กระเจี๊ยบเขียว ปลูกขายได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เรื่องราวของพืชที่หลายๆ ท่านอาจจะคิดไม่ถึงว่ามันจะสามารถส่งออกได้อย่าง กระเจี๊ยบเขียว เป็นอีกเรื่องราวหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะโดยทั่วไปเรามักจะคิดว่ามันเป็นผักพื้นบ้านด้อยค่าด้อยราคา คนไทยส่วนใหญ่มักจะนำมาต้มเพื่อรับประทานเป็นเครื่องเคียงกับน้ำพริกต่างๆ หรือไม่ก็นำไปแกงส้ม นำไปปิ้งย่างเพื่อกินร่วมกับพวกเนื้อย่างเกาหลี แต่อันที่จริงแล้วกระเจี๊ยบเขียว เป็นพืชผักอีกชนิดหนึ่งที่สามารถขายเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศได้เช่นกัน    

เราๆ ท่านๆ อาจจะคุ้นตากับ

เราๆ ท่านๆ อาจจะคุ้นตากับกระเจี๊ยบเขียวในรูปแบบเครื่องจิ้มกับน้ำพริกต่างๆ

                ประเทศที่ทำการสั่งซื้อ กระเจี๊ยบเขียว รายใหญ่ของประเทศไทยก็คือประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากในประเทศญี่ปุ่นจะสามารถปลูกกระเจี๊ยบกินเองได้แค่ในช่วงที่อากาศยังไม่เย็นจัด แต่เมื่อถึงหน้าหนาวก็จำเป็นต้องนำเข้าโดยมีการรับซื้อจากประเทศไทยโดยผ่านทางพ่อค้าคนกลาง ซึ่งกระเจี๊ยบที่เกษตรกรปลูกเพื่อส่งออกจะต้องมีลักษณะฝักที่สวยและตรง ส่วนฝักที่คดงอจะกลายเป็นฝักที่ตกเกรดซึ่งก็สามารถนำมาขายภายในประเทศได้

กระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชที่มีคุณค่ากระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชที่มีคุณค่าทางอาหารและมีคุณค่าทางสมุนไพรสูงมาก จึงทำให้ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย

วิธีการปลูกกระเจี๊ยบเขียว
             กระเจี๊ยบเขียว เป็นพืชที่สามารถปลูกได้ทั้งปีสำหรับในประเทศไทย ซึ่งในการปลูกสามารถทำได้ 2 แบบ คือแบบร่องสวน และแบบไร่ โดยจะใช้ระยะห่างระหว่างต้นและแถวอยู่ที่ 50×50 ซม. และให้ปลูกจำนวน 1-2 ต้น/หลุม ซึ่งแปลงที่ใช้ปลูกกระเจี๊ยบเขียวจะต้องมีการระบายน้ำที่ดี ยิ่งถ้าเป็นดินร่วนจะทำให้การเจริญเติบโตของกระเจี๊ยบเขียวเป็นไปด้วยดีเป็นอย่างมาก และควรมีการใส่อินทรียวัตถุ เช่น มูลเป็ด มูลไก่ ปุ๋ยคอก และใส่ปูนขาวเพื่อปรับสภาพการเป็นกรดด่างที่เหมาะสมให้กับดินที่จะปลูก แต่ก่อนปลูกควรคลุกเมล็ดด้วยสารเคมีป้องกันโรคด้วย หลังจากนั้นก็ทำการปลูกได้เลย         

กระเจี๊ยบเขียวเป็นแหล่งกระเจี๊ยบเขียวเป็นแหล่งของกลูตาไทโอน ราชาของสารต้านอนุมูลอิสระ

              กระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชที่ชอบความชื้นปานกลาง เพราะฉะนั้นในฤดูหนาวและฤดูร้อนจึงควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งในช่วงออกดอกและติดฝักไม่ควรปล่อยให้แห้งเด็ดขาด เพราะการรดน้ำอย่างสม่ำเสมอจะทำให้การเจริญเติบโตของมันเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีปริมาณมาก และมีคุณภาพของฝักที่ดี ส่วนการให้ปุ๋ยควรใส่ปุ๋ยให้เพียงพอเนื่องจากระยะเวลาในการปลูกกระเจี๊ยบจะค่อนข้างยาวนาน โดยเฉพาะถ้าแปลงปลูกเคยเป็นแปลงที่ปลูกผักกินใบมาก่อนควรใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 แต่ไม่ควรใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง   กระเจี๊ยบเขียวจะมีเมือก

กระเจี๊ยบเขียวจะมีเมือกเหนียวๆ อยู่ภายใน ทำให้บางคนอาจจะไม่ชอบรับประทาน

ทั้งที่ในความเป็นจริงกระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์และมีสรรพคุณดีๆ มากมาย แต่เราคนไทยอาจจะยังไม่ค่อยทราบข้อมูลเหล่านี้เท่าที่ควร ดังนั้นเราจึงอยากชักชวนให้ทุกท่านกลับมาสนใจและมารับประทานกระเจี๊ยบเขียวกันให้มากขึ้น เนื่องจากในเมืองไทยเป็นประเทศที่โชคดีที่สามารถซื้อกระเจี๊ยบเขียวบริโภคได้ในราคาที่ถูก เพราะขนาดชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงทางด้านการเน้นการบริโภคเพื่อสุขภาพยังยินดีจ่ายเงินที่สูงขึ้นเพื่อซื้อกระเจี๊ยบเขียวเข้าไปใช้บริโภคภายในประเทศของเขา แล้วเรามีของดีอยู่กับตัวจะมองข้ามมันไปทำไมจริงมั้ยทุกคน กระเจี๊ยบเขียว

กระเจี๊ยบเขียวก็สามารถนำมายำได้เช่นกัน

ที่จริงแล้วกระเจี๊ยบเขียวสามารถที่จริงแล้วกระเจี๊ยบเขียวสามารถสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายรูปแบบ แต่ส่วนใหญ่เราจะคุ้นชินกับอาหารเพียงไม่กี่ชนิดที่มีกระเจี๊ยบเขียวเป็นส่วนประกอบ

YouTube Embed: No video/playlist ID has been supplied

https://www.youtube.com/watch?v=zjoAWCJ4s1c[/yotubue]