ThaiArcheep.com

กาแฟโรบัสต้าเลอค่าน่าสนใจไม่แพ้พืชชนิดอื่น

ถ้าจะกล่าวถึงวงการกาแฟ กาแฟโรบัสต้า ถือว่าเป็นกาแฟอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าคอกาแฟสดส่วนใหญ่จะให้ความสนใจกับกาแฟอาราบิก้า แต่สำหรับกาแฟโรบัสต้านั้นกลับเป็นที่ต้องการสำหรับการนำมาผลิตเป็นกาแฟสำเร็จรูป ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากกาแฟโรบัสต้ามีรสชาติที่เข้มข้นและมีคาเฟอีนมากกว่ากาแฟอาราบิก้า อีกทั้งยังมีราคาถูกกว่าอีกด้วย ดังนั้นมันจึงเหมาะสำหรับนำมาผลิตเป็นกาแฟสำเร็จรูปเป็นอย่างมากนั่นเอง 

กาแฟโรบัสต้าถึงแม้

กาแฟโรบัสต้าถึงแม้จะมีกลิ่นหอมน้อยกว่ากาแฟอาราบิก้า แต่มันก็มีข้อดีที่มีความเข้มข้นและมีราคาถูกกว่า ดังนั้นมันจึงเหมาะสำหรับนำมาแปรรูปเป็นกาแฟสำเร็จรูป

                โรบัสต้า เป็นกาแฟที่ปลูกทางภาคใต้ของไทยให้ผลผลิตที่ดีมากเป็นสายพันธ์กาแฟที่ทนทานต่อโรคชอบอากาศร้อนชื้นมีฝนตกชุกอย่างสม่ำเสมอจุดเด่นของกาแฟสายพันธ์นี้คือให้ความเข้มข้นของกาแฟ มีรสชาติเปรี้ยวนิยมนำไปทำกาแฟสำเร็จรูป แต่ก็นิยมนำไปผสมอาราบิก้าเพื่อเพิ่มรสชาติและมิติกาแฟที่แตกต่างออกไป โดยผลผลิตหลักของไทยจะมาจากจังหวัดชุมพร กระบี่ และอีกหลายจังหวัดทางภาคใต้ กาแฟโรบัสต้าจะมีรสชาติ

กาแฟโรบัสต้าจะมีรสชาติที่ขมมากกว่ากาแฟอาราบิก้า

วิธีการปลูกกาแฟโรบัสต้า
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการปลูก กาแฟโรบัสต้า นั้นดินจะต้องมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง มีความเป็นกรดเป็นด่าง ระหว่าง 5.5-6.5 อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 25-32 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนไม่ต่ำกว่า 1,500 มิลลิเมตร/ปี และควรมีช่วงแล้ง นาน 8-10 สัปดาห์ เพื่อชักนำให้เกิดตาดอกการปลูก โดยการปลูกนั้นระยะปลูกระหว่างต้น-แถว 3-4 x 3 เมตร อายุต้นกล้า 6-14 เดือน และควรมีการทำร่มเงาชั่วคราวหรือปลูกพืชให้ร่มเงา เช่น สะตอ แค กระถิน เป็นพืชร่วม ส่วนเรื่องการเก็บเกี่ยวจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลกาแฟ อายุ 11 เดือนหลังออกดอก โดยทะยอยเก็บทุกๆ 3 สัปดาห์ และเก็บผลกาแฟที่สุกพอดี ซึ่งจะมีผลสีส้ม หรือส้มแดง แล้วนำไปคัดเลือกทันที เพื่อตาก และจัดเก็บในห้องเก็บต่อไป  มีการพิสูจน์พบว่ากาแฟ

มีการพิสูจน์พบว่ากาแฟโรบัสต้าก่อให้เกิดโรคได้น้อยกว่ากาแฟอาราบิก้า

             การให้ปุ๋ยสำหรับกาแฟโรบัสต้านั้น ปีที่ 1 และ 2 ให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ผสมสูตร 46-0-0 อัตรา 150 และ 50 กรัมต่อต้นต่อปีตามลำดับ แบ่งใส่ 2 ครั้ง เมื่อต้นฤดูฝน และกลางฤดูฝน ตั้งแต่ปีที่ 3 ให้ปุ๋ยสูตร 12-12-17 อัตรา 600 กรัมต่อต้นต่อปี แบ่งใส่ 2 ครั้ง เมื่ออายุ 3 เดือน และ 6 เดือน หลังจากดอกบาน สำหรับต้นฤดูฝนควรให้ปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายดีแล้ว อัตรา 10 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อปรับสภาพดินให้ร่วนซุย หลังเก็บเกี่ยวและตัดแต่งกิ่ง ให้ปุ๋ยสูตร 46-0-0 อัตรา 100 กรัมต่อต้นต่อปี ในเรื่องการให้น้ำกาแฟโรบัสต้าที่ปลูกใหม่ หากไม่มีฝนตกภายใน 1-2 สัปดาห์ ต้องให้น้ำ และหลังจากติดผล ถ้าฝนทิ้งช่วงนานเกิน 3 สัปดาห์ ควรให้น้ำเดือนละ 1-2 ครั้ง จนผลกาแฟมีอายุ 3 เดือน ใช้ระบบการให้น้ำแบบฝอยละเอียด ส่วนการตัดแต่งกิ่งระยะก่อนให้ผลผลิตหลังจากปลูกกาแฟประมาณ 3-4 เดือน ตัดส่วนยอดของลำต้นให้เหลือลำต้นกาแฟสูงจากผิวดิน 30-40 เซนติเมตร
หลังจากนั้นประมาณ 2 เดือน เลือกกิ่งแขนงที่แข็งแรงไว้เพียง 3-5 กิ่งต่อต้น ระยะหลังให้ผลผลิตตัดแต่งกิ่งแบบทยอย ต้นกาแฟที่มี 3-5 กิ่ง ให้ตัดกิ่งทิ้งออกที่ละ 1 กิ่ง เลี้ยงกิ่งที่แตกใหม่ทดแทน โดยการตัดแต่งแบบให้เหลือไว้กิ่งเดียว มี 2 วิธี ซึ่งวิธีที่ 1 คือ ตัดลำต้นกาแฟทั้งหมดสูงจากพื้นดิน 40-50 ซม. ให้เหลือไว้เพียง กิ่งเดียว เพื่อเป็นกิ่งพี่เลี้ยง ต้นกาแฟจะแตกกิ่งใหม่ภายใน 2 เดือน เลือกกิ่งที่แข็งแรงไว้ 3-4 กิ่ง เมื่อเก็บเกี่ยวผลบนกิ่งพี่เลี้ยงแล้ว จึงตัดกิ่งพี่เลี้ยงทิ้งไป ส่วนวิธีที่ 2 ให้ตัดลำต้นกาแฟทั้งหมดสูงจากพื้นดิน 40-50 ซม. โดยไม่ต้องเหลือกิ่งพี่เลี้ยง ต้นกาแฟจะแตกลำต้นใหม่ภายใน 2 เดือน ให้เลือกลำต้นที่แข็งแรงเลี้ยงไว้ 3-5 กิ่ง  ทางภาคใต้มีการปลูกกาแฟ

ทางภาคใต้มีการปลูกกาแฟโรบัสต้าจำนวนมากและมีการนำมาแปรรูปในรูป OTOP

              ถึงแม้ว่าในตลาดโลกกาแฟอาราบิก้าจะได้รับความนิยมมากกว่า แต่ตลาดกาแฟสำเร็จรูปก็เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีทีท่าว่าจะมีการขยายตัวสูงไปเรื่อยๆ ดังนั้นการปลูกกาแฟโรบัสต้าจึงยังเป็นหนทางที่จะสามารถทำให้เกษตรกรได้มีอาชีพที่ดีและมีรายได้สูงไม่แพ้การปลูกพืชชนิดอื่นๆ อย่างแน่นอน             ในวงการกาแฟสำเร็จรูปกาแฟ

ในวงการกาแฟสำเร็จรูปกาแฟโรบัสต้าเป็นวุตถุดิบที่เลอค่าเอามากๆ กาแฟโรบัสต้าสร้างเม็ดเงินมูลค่า

กาแฟโรบัสต้าสร้างเม็ดเงินมูลค่ามหาศาลให้กับวงการกาแฟสำเร็จรูปได้เป็นอย่างดี