ThaiArcheep.com

ขิง “Ginger” พืชสมุนไพรและเครื่องเทศ ประโยชน์ของขิงมีสรรพคุณทางยารักษาโรค

ขิง เป็นทั้งพืชสมุนไพรและเครื่องเทศ มีสรรพคุณทางด้านการรักษาโรคในภาษาจีนเรียกขิงว่า “เจียง” หมายถึงการป้องกันตัวจากความหนาวเย็น แพทย์แผนจีนนำขิงไปใช้ประโยชน์มานานแล้ว เพราะในเหง้าของขิงมีน้ำมันหอมระเหยประมาณ 1-3 เปอร์เซ็น

ซึ่งประกอบไปด้วยสารซิงจิเบอรีน (Zingiberene),สารซิงจิเบอรอล (Zingiberol),ไบซาโบลี (Bisabolene) และแคมฟิน (Camphene) มีคุณสมบัติทำให้ร่างกายอบอุ่นและช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ฉะนั้นการนำขิงมาประกอบอาหารและการดื่มน้ำขิงร้อนๆ จึงเหมาะสำหรับคนขี้หนาวได้ดี แต่ถ้าดื่มขิงที่มีความเข้มข้นมากๆ จะส่งผลเสียต่อร่างกาย เพราะจะไประงับการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ท้องผูก จึงควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ

ขิง ถือเป็นพืชที่มีสรรพคุณที่มีประโยชน์มากๆ อีกชนิดหนึ่งในบรรดาพืชผักที่นำมาประกอบอาหาร “ขิงอ่อน” สามารถนำมารับประทานสดๆ คู่กับน้ำพริก หรือนำมาผัดใส่เนื้อหมูหรือไก่นำมารับประทานได้อย่างเอร็ดอร่อย (หมูผัดขิง)

ส่วนขิงที่มีอายุหรือแก่ขึ้นมาหน่อย ก็จะเน้นนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องแกงต่างๆ ซึ่งขิงมีคุณสมบัติทางยาที่ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ บรรเทาอาการไอ แก้ไข้หวัด และอาการคลื่นไส้อาเจียน

วิธีปลูกขิง

  1. วิธีปลูกแค่เลือกขิงที่แก่จัดนำมาผึ่งลมให้แห้งแล้วหั่นเป็นท่อนเล็กๆ ยาวประมาณ 2 นิ้ว ให้มีตาติดอยู่ซัก 2-3 ตา
  2. เตรียมดินที่มีสภาพเป็นดินร่วนปนทราย จากนั้นขุดหลุมให้ลึกประมาณ 5 เซนติเมตร
  3. นำเง่าขิงลงดินโดยตั้งด้านที่จะแตกหน่อขึ้น และปลูกไม่ให้ต้นขิงแต่ละต้นอยู่ชิดกันจนเกินไป
  4. จากนั้นกลบดินใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุมไว้ และดูแลไม่ให้น้ำท่วมขังเหง้าขิงที่เราปลูก
  5. ไม่นานนักขิงก็จะแตกหน่อแทงดินขึ้นมา และมีผลผลิตให้เราเก็บมารับประทานกันอย่างปลอดภัยไร้สารพิษไปอีกนานเลยค่ะ