ThaiArcheep.com

ข่า แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้บิดได้

                ข่า ถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่คนไทยเราใช้ในการรักษาโรคและใช้ในการประกอบอาหารมาช้านานแล้ว เพื่อน ๆไทยอาชีพต้องเคยกินข่ากันทุกคนอยู่แล้ว วันนี้ อาชีพเกษตรกรรม ที่ผมจะแนะนำก็คือการดูแลข่า พร้อมกับบอกวิธีปลูกข่า และประโยชน์ที่เราจะได้รับเมื่อเราปลูกข่ากินเอง ซึ่งข่ามีคุณประโยชน์อย่างมาก

ข่า จัดเป็นพืชที่กินเหง้า หัวหรือราก คือส่วนที่อยู่ใต้ดิน พวกนี้จะมีเนื้อแข็งเป็นผักที่มีกลิ่นหอมและมีน้ำมันหอมระเหย นอกจากนี้ยังสามารถที่จะนำมาประกอบอาหารเพื่อเป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย ลักษณะของผักที่จะเจริญเติบโตในดิน จะทำให้เกิดการสะสมของธาตุอาหารในดินและสารสำคัญต่าง ๆที่เป็นประโยชน์มากมายที่ส่งผลดีต่อมนุษย์

ข่าจะมีลำต้นตรง และใบสีเขียว

ข่าจะมีลำต้นตรง และใบสีเขียว

ข่า เป็นพืชที่เรากินเหง้าใต้ดินเป็นอาหาร ถ้าได้ดินที่ดีและสมบูรณ์ข่าจะแตกกอลำต้นใหญ่สูงเก็บกินแทบไม่ทันเลยทีเดียวการลงทุนลงแรงปลูกข่านั้นต้องทำให้ดีที่สุดเพราะถ้าเราทำดีที่สุดแล้ว ข่าต้นหนึ่งจะอยู่ให้เราเก็บกินนานนับ 10 ปีเลยทีเดียว การดูแลก็เป็นส่วนสำคัญเหมือนกันในการรักษาข่าให้อยู่กับเราไปนานๆ

ข่า ที่เราบริโภคกันอยู่ทุกวันนี้มีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ ข่าอ่อน และข่าแก่ ข่าอ่อนจะเลือกเก็บในช่วงที่ข่ามีอายุประมาณ 4 ถึง 6 เดือน ส่วนข่าแก่นั่นจะเลือกเก็บในช่วงอายุ 1 ปีถึง 1 ปี 6เดือน พันธุ์ข่าที่นิยมปลูกทั่วไปคือ พันธุ์ข่าหยวกและข่าเหลือง ข่าเหลืองกลิ่มไม่ฉุนและเหง้าจะเล็กกว่าข่าหยวก การเจริญเติบโตของข่าจะเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย

ข่าจัดเป็นไม้ล้มลุกที่มีอายุยืนนานหลายปี มีลำต้นอยู่ใต้ดินเรียกว่าเหง้า มีข้อและปล้องเห็นได้ชัดเจนเนื้อในสีเหลืองและมีกลิ่นหอม

การปลูกข่า

การปลูกข่านั้นจะใช้หัวหรือแง่งแก่จัดในการปลูก ซึ่งการปลูกนั้นจะเอาหัวมาตัดเป็นท่อน ๆท่อนละประมาณ 3 นิ้วให้มีตาติดมาด้วยซักประมาณ 4 ถึง 5 ตาแล้วนำไปปลูกในแปลงหรือกระถางที่มีก้นลึก

กระถางที่ใช้ในการปลูกข่านั้นควรที่จะเป็นกระถางที่มีก้นลึก ปากกว้างเพราะว่าลักษณะในการเจริญเติบโตของข่านั้นจะเติบโตแบบเป็นพุ่มและแตกหน่อ ซึ่งต้องการพื้นที่ในการเจริญเติบโตอย่างมาก

ลักษณะของข่าลักษณะของข่า

การเตรียมดินสำหรับข่านั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด เพราะว่าข่าเป็นพืชที่ต้องการธาตุอาหารที่สูงมากการเตรียมดินจึงเป็นส่วนสำคัญมากในการปลูกข่า และก่อนปลูกพืชทุกชนิดเราควรที่จะเอาปุ๋ยหมักมารองก้นหลุมทุกครั้งที่ปลูกเพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้กับกิน หลังจากเตรียมดินแล้วก็เอาเหง้าข่าฝังลงไปใต้ดิน เอาดินกลบบ้าง ๆแล้วเอาฟางคลุมอีกทีหนึ่งก่อนที่จะรดน้ำตามให้ชุ่มเลย

ข่าจะแตกหน่อใหม่ออกมาอย่างสม่ำเสมอเราควรดูแลรักษาและพรวนดินอยู่เสมอเพื่อการเจริญเติบโตของข่าที่เราปลูก

การดูแลข่า

การดูแลข่านั้นควรที่จะรดน้ำเช้าเย็น 2 เวลาอย่างสม่ำเสมอเมื่ออากาศแล้งก็ต้องรดน้ำมากกว่าเดิมเพื่อสร้างความชุ่มชื่นให้กับพื้นดิน ที่สำคัญอย่าให้หน้าดินแห้งอย่างเด็ดขาด แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าฝนเราก็ควรที่จะรดปริมาณการให้น้ำลงตามเหมาะสม

ข่าที่พร้อมว่าจำหน่ายข่าที่พร้อมว่าจำหน่าย

เราควรใส่ปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพอยู่เสมอก็อย่างที่ผมบอกไปตอนแรกละครับว่าข่า เป็นพืชที่ต้องการธาตุอาหารที่สูงมากเลยจำเป็นต้องมีการเสริมสร้างธาตุอาหารให้กับดินอยู่เสมอด้วยการใช้สูตรบำรุงดินเป็นประจำ

การเก็บข่า

ตั้งแต่เริ่มปลูกข่า ถ้าจะเก็บผลผลิตได้ต้องถามว่าจะเก็บข่าอ่อนหรือว่าแก่ โดยประมาณแล้วข่าอ่อนจะเริ่มเก็บขายกันตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ส่วนข่าแก่ควรเก็บตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไปจะทำให้ข่ามีประสิทธิภาพในเรื่องของคุณประโยชน์อย่างเต็มที่

ประโยชน์ของข่า

ข่า มีลักษณะเด่นคือมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งจะออกฤทธิ์หลายทางมีประโยชน์ในการรักษาโรคทั้งภายในและภายนอก

น้ำพริกข่า หนึ่งในผลิตภันณ์ที่แปรรูปของข่าน้ำพริกข่า หนึ่งในผลิตภันณ์ที่แปรรูปของข่า

น้ำมันหอมระเหยของข่านั้นจะประกอบไปด้วยสารเมททิล ซินนาเมตยูจีนอลมีการออกฤทธิ์ต่อระบบกล้ามเนื้อ ข้อต่อ ช่วยในเรื่องของการบรรเทาอาหารปวดบวมตามข้อ ส่วนเรื่องระบบลมหายใจข่าช่วยในเรื่องของการบรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ และระบบย่อยอาหารข่าจะช่วยในการปวดท้อง ท้องร่วง ฆ่าเชื้อบิดช่วยย่อยอาหาร