ThaiArcheep.com

ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวดีสรรพคุณน่าทึ่ง

เราเชื่อว่าในช่วงที่ผ่านมาหลายๆ คนในที่นี้น่าจะได้ยินกระแสข่าวเกี่ยวกับ ข้าวไรซ์เบอรี่ กันมาบ้าง เพราะมันกลายเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์ของคนรักสุขภาพอย่างกว้างขวาง อันเนื่องมาจากข้าวไรซ์เบอรี่เป็นข้าวที่มีสรรพคุณที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องที่มันเป็นข้าวสายพันธุ์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงจึงมีสรรพคุณในการช่วยบำรุงร่างกาย และทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจน ลดการอักเสบที่ผิวหนัง ช่วยลดริ้วรอยและชะลอความแก่ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง และโรคสมองเสื่อมได้  

ข้าวไรซ์เบอรี่เป็นข้าวที่เกิดจาก

ข้าวไรซ์เบอรี่เป็นข้าวที่เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างข้าว 2 ชนิด คือ ข้าวหอมนิลและข้าวหอมมะลิ 105

                นอกจากนี้ ข้าวไรซ์เบอร์รี ยังเป็นอาหารสุขภาพที่ดีต่อทุกเพศทุกวัย และสามารถรับประทานเพื่อทดแทนข้าวขาวหรือข้าวกล้องปกติได้ โดยเฉพาะหากผู้สูงวัยรับประทานเข้าไปก็จะช่วยทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยบำรุงสายตาและระบบประสาทต่างๆ ส่วนสตรีมีครรภ์หากรับประทานข้าวชนิดนี้ก็จะช่วยทำให้เด็กในครรภ์มีสุขภาพแข็งแรง ช่วยป้องกันไม่ให้เด็กเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ ช่วยควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกิดครรภ์เป็นพิษ และที่สำคัญยังมีธาตุเหล็กสูงเหมาะกับสตรีที่กำลังมีครรภ์ซึ่งต้องการแร่ธาตุชนิดนี้มากกว่าคนปกตินั่นเอง ข้าวไรซ์เบอรี่สามารถปลูกได้ทั้ง

ข้าวไรซ์เบอรี่สามารถปลูกได้ทั้งปี อีกทั้งยังมีคุณสมบัติต้านทานต่อโรครากไหม้อีกด้วย

วิธีการปลูกข้าวไรซ์เบอรี่
การปลูก ข้าวไรซ์เบอรี่ ควรเลือกพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ติดต่อกัน มีความอุดมสมบูรณ์ของดินสูง และอยู่ห่างจากถนนสายหลักประมาณ 100 ถึง 200 เมตร เพื่อลดมลพิษทางอากาศ ในการปลูกข้าวไรซ์เบอรี่ จะใช้วิธีปักดำต้นกล้า 20 วัน และทำการดำนาโดยใช้กล้าข้าว 1 ต้นต่อ 1 กอ เว้นระยะห่างระหว่างกอ 1 ไม้บรรทัด ในพื้นที่ 10 ไร่ ใช้พันธุ์ข้าวไรซ์เบอรี่ประมาณ 50 กิโลกรัม อายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 130 วัน สารอาหารในข้าวไรซ์เบอรี่นั้น

สารอาหารในข้าวไรซ์เบอรี่นั้นมีมากมายไม่ว่าจะเป็น โอเมก้า 3 สังกะสี ธาตุเหล็ก วิตามินอี และอีกมากมาย

              อย่างไรก็ตาม ฤดูและอุณหภูมิก็มีผลอย่างยิ่งต่อข้าวไรซ์เบอรี่ โดยอุณหภูมิระหว่าง 21-34 องศาเซลเซียส มีความเหมาะสมต่อการผสมเกษร ถ้าอุณหภูมิต่ำหรือสูงเกินไปข้าวจะเป็นหมัน ช่วงเวลาที่ผสมเกษรประมาณ 7.00-9.00 น. ฤดูที่เหมาะสมต่อการผสมเกษรคือช่วงต้นฤดูหนาวที่มีสายลมแผ่วๆ โยกรวงข้าวให้สั่นไหว เกสรตัวผู้จะตกลงผสมกับเกสรตัวเมีย และอุณหภูมิก็มีผลต่อคุณค่าทางโภชนาการของข้าวไรซ์เบอรี่ด้วย เพราะมันต้องการแสงแดดเพื่อการเจริญเติบโตและชอบอากาศเย็น หากอากาศร้อนเมล็ดข้าวจะไม่เป็นเป็นสีม่วงเข้ม แต่จะเป็นสีแดง ซึ่งจะไม่มีคุณค่าทางโภชนาการตรงตามสายพันธุ์ ส่วนใหญ่การจำหน่ายข้าวไรซ์เบอ

ส่วนใหญ่การจำหน่ายข้าวไรซ์เบอรี่จะมีการบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่ดูดีเพื่อให้ข้าวดูมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

          และจากการที่ข้าวไรซ์เบอรี่มีคุณประโยชน์และอุดมไปด้วยสารอาหารที่หลากหลาย ทั้งยังมีไฟเบอร์ที่สูงเอามากๆ และที่สำคัญมันยังช่วยลดระดับไขมันรวมทั้งคอเลสเตอรอลได้อีกด้วยนั้นจึงทำให้ข้าวสายพันธุ์นี้เป็นที่ต้องการของตลาดแบบก้าวกระโดด และความต้องการก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกษตรกรหลายรายอดใจไม่ไหวต้องลองเข้าไปคลุกวงในโดยทำการปลูกเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งนาทีนี้การปลูกข้าวคงไม่ได้สร้างแต่หนี้ให้กับชาวนาเหมือนการทำนาข้าวเดิมๆ อีกต่อไป เพราะข้าวไรซ์เบอรี่เป็นข้าวที่มีราคาสูง และจะสามารถสร้างรายได้ที่ดีให้กับชาวนาโดยไม่ต้องรอการรับประกันราคาข้าวจากทางรัฐบาลอย่างแน่นอน ข้าวไรซ์เบอรี่สามารถนำไปแปรรูป

ข้าวไรซ์เบอรี่สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายชนิด อย่างเช่น คุกกี้ เบเกอรี่ เส้นขนมจีน ขนมปัง ฯลฯ ข้าวไรซ์เบอรี่จะมีลักษณะเฉพาะ

ข้าวไรซ์เบอรี่จะมีลักษณะเฉพาะคือมีเมล็ดข้าวสีม่วง ลักษณะเรียวยาว และมีผิวที่มันวาว