ThaiArcheep.com

ด้วงสาคู แมลงตัวเล็กที่มีราคาค่าตัวสูงเวอร์

                ถ้าพูดถึงแมลงทุกคนจะนึกถึงสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆที่ก่อความลำคาญให้กับผู้ที่พบเห็น แต่ในปัจจุบันแมลงกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่น่าจับตามองอีกชนิดนึงที่น่าสนใจนำไปเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว แมลงเป็นสัตว์ที่มีผู้คนนิยมบริโภคกันมากขึ้น ด้วยสาเหตุนี้เองทำให้ราคาของแมลงแต่ละชนิดมีราคาที่สูงไม่เท่ากันโดยราคาจะวัดจากความต้องการของตลาดและปริมาณแมลงที่จะออกสู่ตลาดด้วย

ด้วงสาคูสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่

ด้วงสาคูสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่

                แมลงชนิดหนึ่งที่มีราคาสูงอยู่เสมอทุกฤดูกาลก็คือ ด้วงสาคู ซึ่งชื่อนั้นก็แล้วแต่ท้องถิ่นจะเรียกกัน อาทิ ด้วงงวงมะพร้าว  ด้วงลาน แมงหวัง เป็นต้นซึ่ง ราคาของด้วงสาคูที่ขายอยู่ในตลาดตกกิโลกรัมละ  200 ถึง 300 บาทเลยทีเดียว ด้วงสาคู หรือแมงหวัง นี้จัดเป็นศัตรูพืชชนิดหนึ่งที่จะคอยกินเนื้อไม้เป็นอาหาร ซึ่งต้นมะพร้าว ต้นสาคู ต้นปาล์ม เป็นต้นไม้ที่ด้วงสาคูนิยมมาทำรัง ในสมัยก่อนด้วงสาคูทำความเสียหายให้กับต้นปาล์ม ต้นสาคู ต้นมะพร้าว อย่างมากถือได้ว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจที่กำจัดยาก จนกระทั่งมีการนำด้วงสาคูมาเลี้ยงและขายตัวอ่อน ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่เลี้ยงเป็นอย่างมากทำให้มีการเผยแพร่และเลี้ยงในเชิงพาณิชย์กันอย่างแพร่หลายด้วงสาคูนิยมนำไปรับประทาน

ด้วงสาคูนิยมนำไปรับประทานหลากหลายรูปแบบ

การเลี้ยงด้วงสาคู

การเลี้ยง ด้วงสาคู ไม่มีอะไรยากเย็นนัก แต่ที่สำคัญก็คือสถานที่ด้วงสาคูไม่ชอบพื้นที่ที่มีแดดส่องถึงโดยตรง โดยปกติแล้วด้วงสาคูจะชอบอยู่ในที่ชื้น ทำให้การเลี้ยงด้วงสาคูต้องมีการเลียนแบบธรรมชาติให้มากที่สุดซึ่งการเลี้ยงด้วงสาคูในปัจจุบันนี้จะแบ่งได้เป็น 2 วิธีด้วยกันคือ

  1. การเลี้ยงด้วงสาคูด้วยวิธีธรรมชาติ
  2. การเลี้ยงด้วงสาคูในกะละมังพลาสติด

การเลี้ยง ด้วงสาคู ด้วยวิธีธรรมชาตินั้นเราจะมีต้นทุนในการเลี้ยงที่ต่ำกว่าวิธีที่ 2 เพียงนำต้นไม้ที่ด้วงสาคูชอบทำรังมาตัดเป็นท่อน ๆท่อนละ 1 เมตร ต้นไม้ที่นำมาตัดก็จะเป็นต้นไม้จำพวก ต้นมะพร้าว ต้นสาคู เป็นต้น นำท่อนไม้ที่ตัดแล้วมาวางในแนวตั้ง พร้อมกับนำปูนขาวมาโรยรอบท่อนไม้เพื่อป้องกันมดที่จะมาทำลายด้วงสาคู หลังจากนั้นก็นำน้ำตาลปี๊บมาผสมกับน้ำปลา ให้มีลักษณะเหนียวข้นและนำมาท่าบริเวณด้านบนของท่อนไม้ท่าให้ทั่วบริเวณ ต่อมานำกาบมะพร้าวหรือ เปลือกสาคูมาวางทับไว้ โดยวิธีนี้เราจะรอให้แมงหวังหรือด้วงสาคูตามธรรมชาติมาวางไข่บริเวณท่อนไม้ที่เราเตรียมไว้ หลังจากทำรังไว้ประมาณ 1 เดือน ก็จะมีด้วงมาทำรังและวางไข่วิธีสังเกตง่ายๆว่าด้วงสาคูมาวางไข่หรือยังให้นำไม้ไปเคาะที่ท่อนไม้จะได้ยินเสียงเหมือนกับข้างในเป็นโพรงซึ่งนั้นก็คือสัญญาณว่าข้างในท่อนไม้มีด้วงสาคูอาศัยอยู่ ท่อนไม้หนึ่งท่อนสามารถให้ด้วงสาคูประมาณ 1 ถึง 2 กิโลกรัม ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วยการเลี้ยงด้วงสาคู

การเลี้ยงด้วงสาคูด้วยวิธีธรรมชาติ

การเลี้ยงด้วงสาคูในกะละมัง วิธีการก็ไม่ได้แตกต่างจากวิธีที่ 1 ซักเท่าไรเพียงแต่ว่าจะมีอุปกรณ์ที่มากขึ้น อย่างแรกนการเลี้ยงด้วงสาคูในกะละมังต้องเตรียมอุปกรณ์ดังนี้

  1. กะละมังพลาสติกสีดำขนาดพอประมาณซึ่งจะดูได้จากจำนวนการเลี้ยงด้วงสาคู
  2. ภาชนะที่จะปิดด้านบนกะละมัง ซึ่งอาจจะใช้พลาสติกคลุมด้านบนและเจาะรู หรือจะใช้ตะแกรงพลาสติกปิดทับก็ได้
  3. ทางปาล์มบดละเอียด
  4. อาหารหมู 1 กิโลกรัมต่อ 1 กะละมัง

หลังจากเตรียมของเรียบร้อยแล้วก็นำทางปาล์มมาบดให้ละเอียดและนำไปแช่น้ำประมาณ 3 วันก็จะนำขึ้นจากน้ำและมาตากให้แห้งพอหมาด ๆนำทางปาล์มที่บดแล้วมาคลุกเคล้ากับอาหารหมูที่เตรียมไว้และนำทางปาล์มที่คลุกอาหารหมูแล้วใส่ลงในกะละมัง พร้อมกับนำพ่อแม่พันธุ์ด้วงสาคูใส่ลงไปด้วยและก็ปิดฝากะละมังด้วยวัสดุที่เตรียมไว้ หลังจากนั้น 1 เดือนราก็จะเก็บด้วงสาคูขายได้แล้ว โดยกะละมัง 1 กะละมังจะได้ดวงสาคูประมาณ 1 กิโลกรัมการเลี้ยงด้วงสาคูใน

การเลี้ยงด้วงสาคูในกะละมัง

ในปัจจุบันความต้องการในการบริโภคของดวงสาคูก็ยังมีมากอยู่ทำให้ราคาของด้วงสาคูมีราคาอยู่ที่ 200 ถึง 300 บาทต่อกิโลกรัม ด้วงสาคูสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด อาทิ ด้วงสาคูผัดน้ำมัน  ด้วงสาคูคั่วเกลือ ด้วงสาคูผัดกระเพรา  ด้วงสาคูทอด เป็นต้น