ThaiArcheep.com

นาบัว อาชีพทางเลือกของชาวนา

                จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ฝนที่เคยตกในปริมาณที่มากกลับมีปริมาณที่น้อยลงทำให้ทางรัฐบาลพยายามส่งเสริมเกษตรกรให้หันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยกว่าการทำนาข้าวซึ่งต้องใช้น้ำในการปลูกที่เยอะมาก ซึ่งหนึ่งในทางเลือกหนึ่งในการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยอีกอาชีพหนึ่งก็คือ นาบัว นาบัวนั้นใช้น้ำเพียงครั้งแรกในการปลูกซึ่งระดับน้ำจะสูงประมาณ 30 เซนติเมตรเท่านั้นหลังจากนั้นก็รักษาระดับน้ำให้อยู่ในระดับนี้ ซึ่งไม่ต้องสูบน้ำออก จนกระทั่งบัวเริ่มกลายพันธ์ถึงจะสูบน้ำออกอีกครั้งนอกจากนั้นนาบัวยังสามารถให้ผลตอบแทนได้ดีกว่าการทำนาข้าวอย่างมากเลยทีเดียว

1นาบัวทางเลือกใหม่ของช

นาบัวทางเลือกใหม่ของชาวนา

การทำนาบัว

สิ่งสำคัญในการทำ นาบัว นั้นก็คือพื้นที่บริเวณที่ปลูกจะต้องมีธาตุอาหารที่สมบูรณ์เราควรพลิกแปลงนาด้ววยรถไถพริกดินและตากดินให้แห้งเพื่อเป็นการป้องกันเชื้อราและเชื้อโรคที่อยู่ในดินหลังจากนั้นก็ใส่ปุ๋ยคอกลงไปในพื้นที่ที่จะปลูกพร้อมกับปูนขาวเพื่อปรับสภาพดิน หลังจากนั้นก็เอารถไถพรวนดินอีกครั้ง ถึงจะปล่อยน้ำเข้านาโดยปริมาณน้ำที่เข้านาจะอยู่ที่ประมาณ 30 เซนติเตร

2นาบัวปลูกครั้งเดียว

นาบัวปลูกครั้งเดียวเก็บกินได้ตลอด

                เมื่อเตรียมพื้นที่ปลูกเรียบร้อยแล้วก็ทำการนำไหล บัว ซึ่งเป็นส่วนที่ได้มาจากบัว นำมาปักดำเหมือนกับการปลูกข้าวโดยมีระยะห่างระหว่างต้นอยู่ที่ 2 คูณ 2 เมตรซึ่ง 1 ไร่ เราจะใช้ไหลบัวประมาณ 250 ไหลต่ 1 ไร่ โดยราคาของไหลจะอยู่ที่ 1 บาทต่อไหล พันธุ์บัวที่นิยมนำมาทำนาบัวเพื่อเก็บดอกนั้นจะใช้บัวหลวง หลังจากปลูกไปได้ประมาณ 1 เดือน บัวจะเริ่มตั้งตัวได้ให้ใส่ปุ๋ยคอมปุ๋ยหมักเพื่อเป็นธาตุอาหารให้กับปุ๋ยหรือจะใส่ปุ๋ยเคมีก็ได้เช่นกันโดยใช้สูตร 46-0-0

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

นาบัวทำง่ายลงทุนน้อยมีต้นทุนในการดูแลไม่สูง

                เมื่อผ่านเข้าสู่เดือนที่ 2 บัวจะเริ่มออกดอกซึ่งในช่วงนี้เรายังไม่เก็บดอกบัวไปขายเพราะดอกยังเล็กอยู่จะต้องรอประมาณเดือนที่ 3 ถึงจะเก็บดอกบัวไปขาย หลังจากปลูกไปซักระยะหนึ่งบัวที่ปลูกจะเริ่มกลายพันธุ์ให้เราทำการปล่อยน้ำออกและทำการแปรงดิน พร้อมกับปล่อยน้ำเข้าบัวก็จะออกดอกใหม่สวยงามเหมือนเดิม

4สิ่งสำคัญในการทำนาบัวต้อง

สิ่งสำคัญในการทำนาบัวต้องกำหนดจุดประสงค์ก่อนว่าจะปลูกเพื่อขายอะไร

ข้อดีของการทำนาบัว

นาบัว นั้นมีข้อดีกว่านาข้าวตรงที่สามารถเก็บผลผลิตได้ทุกวันและมีต้นทุนในการผลิตที่สูงกกว่า ผลผลิตมีมูลค่ามากกว่าการทำนาข้าว ดูแลง่าย ที่สำคัญก็คือตลาดมีความต้องการที่สูงเพราะบัวเป็นดอกไม้สำหรับไว้บูชาพระทำให้ทุกวันมีความต้องการใช้งานบัวอย่างต่อเนื่อง เรื่องของราคาบัวจะต้องแบ่งเป็นฤดู ๆ ไป เริ่มจากหน้าร้อนและหน้าฝน บัวจะมีราคาอยู่ที่ 80 สตางค์ต่อดอก ส่วนหน้าหนาวเป็นหน้าที่ดอกบัวออกน้อยทำให้ขายได้ราคากว่า ดอกบัวในหน้าหนาวตกอยู่ที่ 1 บาท ถึง 1.20 บาทต่อดอก

5ดอกบัวมีความต้องการ

ดอกบัวมีความต้องการมากในตลาด

การลงทุนทำนาบัวครั้งเดียวจะสามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดระยะเวลาในการเก็บผลผลิตก็ขึ้นอยู่กับการดูแลของเกษตกรกร โดยเกษตรกรที่ขอนแก่นได้ทำนาบัวต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ดีกว่าการทำนาข้าวเฉลี่ยรายได้ต่อเดือนจะตกอยู่ที่ 40,000 บาทในปริมาณการปลูก 10 ไร่

6ดอกบัวนิยมมาใช้งานในงานที่

ดอกบัวนิยมมาใช้งานในงานที่เกี่ยวกับศาสนา