ThaiArcheep.com

บ๊วย ผลไม้เมืองหนาว ทานสดไม่ได้แต่แปรรูปได้มากมาย

วันนี้เราเอาเรื่องราวข่าวสารเกี่ยวกับต้นไม้เมืองหนาวที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนมาให้ทุกท่านได้ชมกัน แต่ต้นไม้ชนิดนี้นั้นได้ถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยเป็นเวลาช้านานแล้ว ดังนั้นเราเชื่อว่าถ้าเราเอ่ยชื่อมันขึ้นมาทุกๆ ท่านในที่นี้น่าจะรู้จักคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี แต่ก็คงมีน้อยคนนักที่จะเคยเห็นผลสดของมันเพราะมันไม่สามารถบริโภคแบบผลสดได้ แต่สามารถนำเอาไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้มากมาย และต้นไม้ที่เรากำลังพูดถึงมันก็คือ ต้นบ๊วย นั่นเอง    

1บ๊วยเป็นพืชที่ปลูกและดูแลรักษา

อ้างอิง : http://frynn.com/%E0%B8%9A%E0%B9%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A2/

บ๊วยเป็นพืชที่ปลูกและดูแลรักษาง่าย รวมทั้งยังไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวนอีกด้วย

                บ๊วย ที่ปลูกในประเทศไทยมีหลายสายพันธุ์ โดยมันเป็นไม้ยืนต้นที่เพาะปลูกได้ง่าย อีกทั้งยังไม่ต้องดูแลใส่ใจอะไรมาก ที่สำคัญผลผลิตของมันก็มากขึ้นตามอายุและขนาดของลำต้น และที่ดีมากๆ กับเกษตรกรก็คือไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน ยิ่งประโยชน์และสรรพคุณของมันก็มีเยอะแยะไม่ว่าจะเป็นช่วยบรรเทาอาการอ่อนเพลีย แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา นอกจากนี้ก็ยังมีสรรพคุณอีกมากจนต้องกล่าวกันอีกยาวเลยทีเดียว 2บ๊วยเป็นพืชที่กินผลสด

อ้างอิง: http://frynn.com/%E0%B8%9A%E0%B9%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A2/

บ๊วยเป็นพืชที่กินผลสดไม่ได้แต่นิยมนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ

วิธีการปลูกต้นบ๊วย

             ในการปลูก บ๊วย นั้นควรปลูกให้สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 500-800 เมตร ขึ้นไป ส่วนดินที่เหมาะในการปลูกบ๊วยก็คือดินร่วนที่สามารถระบายน้ำได้ดี และอย่างที่บอกว่ามันเป็นไม้เมืองหนาว ดังนั้นในการปลูกต้นบ๊วยจึงต้องปลูกในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิหนาวเย็น โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมก็คือประมาณ 13-15 องศาเซลเซียส ส่วนการขยายพันธุ์นิยมใช้วิธีติดตาเพราะหากปลูกด้วยเมล็ดจะให้ผลช้าและกลายพันธุ์ได้ ส่วนในเรื่องการปลูกควรขุดหลุมขนาด 1x1x1 เมตร แล้วรองก้นหลุมด้วยเศษพืชที่เน่าเปื่อยผุพังแล้วรวมทั้งปุ๋ยคอกอีกด้วย แล้วจึงนำต้นกล้าลงปลูกและทำการกลบดิน  3บ๊วยเป็นพืชที่ให้ผลผลิต

อ้างอิง: http://www.oknation.net/blog/horti-asia/2013/01/07/entry-1

บ๊วยเป็นพืชที่ให้ผลผลิตมากขึ้นตามอายุและขนาดของลำต้น

             การใส่ปุ๋ยควรให้ปีละ 2 ครั้ง คือในช่วงที่ตาเริ่มแตกหรือในช่วงก่อนออกดอกเล็กน้อย โดยปุ๋ยที่ให้ควรเป็นสูตร 13-13-21 ส่วนการให้ปุ๋ยอีกครั้งก็คือหลังการเก็บผลแล้ว โดยให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในเรื่องของปริมาณของปุ๋ยที่ให้นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับอายุของต้นบ๊วยและสภาพของดินเป็นสำคัญ นอกจากนี้ควรมีการตัดแต่งกิ่งให้มีความโปร่งและควรตัดแต่งในช่วงที่บ๊วยพักตัวเพื่อให้เกิดการกระทบกระเทือนน้อยที่สุด4บ๊วยสามารถนำมาแปรรูป

อ้างอิง: http://frynn.com/%E0%B8%9A%E0%B9%8A%E0%B8%A7%E0%B8%A2/

บ๊วยสามารถนำมาแปรรูปได้หลายชนิด เช่น บ๊วยเค็ม บ๊วยหวาน บ๊วยแช่อิ่ม บ๊วยเจี่ย ฯลฯ

บ๊วยนั้นสามารถนำไปแปรรูปได้หลายชนิด อย่างเช่น บ๊วยดอง บ๊วยเค็ม บ๊วยเจี่ย บ๊วยหวาน น้ำบ๊วย บ๊วยอบแห้ง บ๊วยแช่อิ่ม ผลิตภัณฑ์อาหารรสบ๊วยต่างๆ ฯลฯ โดยบ๊วยสดนั้นเกษตรกรสามารถขายได้ถึงกิโลกรัมละ 13-15 บาท ดังนั้นการปลูกต้นบ๊วยจึงเป็นอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจและน่าลองทำอีกชนิดหนึ่งเช่นกัน5บ๊วยเป็นต้นไม้ที่มีรูปทรง

อ้างอิง: https://th.wikipedia.org/

บ๊วยเป็นต้นไม้ที่มีรูปทรงและมีดอกที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์6บ๊วยมีสรรพคุณดีๆ หลายอย่าง

อ้างอิง: http://beautifulstarthere.com

บ๊วยมีสรรพคุณดีๆ หลายอย่าง อย่างเช่น บำรุงกำลัง แก้อาการอ่อนเพลีย ดีต่อระบบย่อยอาหาร แก้เมาค้าง ดับกลิ่นปาก ฯลฯ