ThaiArcheep.com

ปทุมมา ไม้ดอกที่ไทยส่งออกเป็นอันดับสองรองจากกล้วยไม้

ในครั้งนี้เรามีไม้ดอกที่ไทยส่งออกเป็นอันดับ 2 รองจากกล้วยไม้มาให้เราชาวไทยได้ทำความรู้จักกัน เพราะเราเชื่อว่าน้อยคนนักที่จะรู้ว่ามันคือ ปทุมมา ดอกไม้ที่ชาวชนบทนิยมนำดอกมาเป็นเครื่องเคียงจิ้มกับน้ำพริก ทั้งยังใช้เป็นสมุนไพร และอยู่คู่กับเราชาวไทยมาช้านาน แต่ในวันนี้ตลาดโลกมีความต้องการหัวพันธุ์ของมันไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาทต่อปี แต่ประเทศไทยกลับสามารถส่งออกได้แค่ปีละ 30-40 ล้านบาทเท่านั้น   

ปทุมมาเป็นดอกไม้ที่

ปทุมมาเป็นดอกไม้ที่มีสีสันสวยงามสะดุดตาและมีความคงทน

                ปทุมมา เป็นดอกไม้ที่ชาวต่างชาติให้ความนิยมชมชอบเป็นอย่างมาก เพราะมันมีสีสันที่สวยงามสะดุดตา อีกทั้งยังมีความคงทน ซึ่งภายหลังมันได้ถูกนำไปพัฒนาสายพันธุ์เพิ่มเติมให้มันมีความสวยงามและโดดเด่นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย และจากความประทับใจรวมทั้งความชื่นชอบนี้จึงทำให้ชาวต่างชาติให้สมญานามกับปทุมมาว่า สยามทิวลิป แต่น่าแปลกใจที่คนไทยมักไม่ค่อยรู้จักและคุ้นชินกับมันซักเท่าไหร่ ปทุมมาได้รับสมญานามว่า

ปทุมมาได้รับสมญานามว่าทิวลิปสยาม

วิธีการปลูกปทุมมา
ในการปลูก ปทุมมา ต้องทำการเตรียมดินโดยวิเคราะห์ดินแล้วปรับสภาพความเป็นกรดด่างของดินให้อยู่ระหว่าง  6.5-7.0 ต่อจากนั้นต้องเก็บซากพืชในแปลงเผาทิ้ง ไถดิน 1 ครั้ง ตากดิน 20-30 วัน และเก็บเศษวัชพืชออกจากแปลง ส่วนวิธีการปลูกจะต้องเตรียมหัวพันธุ์โดยใช้หัวพันธุ์ปลอดโรคที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหรือจากแปลงที่ ไม่แสดงอาการ แล้วคัดขนาดหัวพันธุ์แยกเป็นขนาดหัวใหญ่ (เส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 1.5 ซ .ม.) หัวกลาง (1-1.5 ซ.ม.) และหัวเล็ก (น้อยกว่า 1.0 ซ.ม.) หลังจากนั้นนำหัวพันธุ์ที่คัดขนาดบ่มในขุยมะพร้าวชื้นหมาดๆ โดยวางด้านตาขาวลงบนพื้นขุยมะพร้าว บ่มในอุณหภูมิ
30–33 องศา ความชื้น 70% หรือคลุมด้วยพลาสติกเพื่อให้มีความร้อนสะสมนาน 30-45 วัน เป็นการกระตุ้นหัวพันธุ์แต่ละขนาดให้งอกสม่ำเสมอ โดยกระบะเพาะไม่ถูกแสงแดดจัดเพื่อป้องกันอุณหภูมิบ่มที่สูงเกินไป แล้วคัดหัวพันธุ์ที่งอกหน่อขนาดเท่ากันปลูกในแปลงเดียวกัน โดยควรแบ่งแปลงเป็นแปลงย่อยๆ ขนาดแปลงละ 1 งาน จัดทำทางระบายน้ำให้ดี และระหว่างแปลงย่อยปลูกคั่นด้วยพืชที่ไม่ใช่พืชอาศัยของโรคเน่า เช่น ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ถั่วเขียว ตะไคร้ ประมาณ 1 เมตรเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคหัวเน่า โดยต้องยกแปลงสูง 20-30 เซนติเมตร กว้าง 1.0-1.2 เมตร เว้นร่องทางเดิน 0.5 เมตร ปลูกโดยวางหน่อชิดพื้นวัสดุปลูกและปลายหน่อชี้ขึ้น กลบดินและคลุมด้วย ฟางเพื่อไม่ให้หน่อไหม้ ซึ่งระยะปลูกขึ้นกับขนาดของหัวพันธุ์ได้แก่ ขนาดหัวใหญ่ ระยะปลูก 30×30 เซนติเมตร หรือ 10,000 หัวต่อไร่ ขนาดหัวกลาง ระยะปลูก 20×25 เซนติเมตร  หรือ 15,000 หัวต่อไร่ขนาดหัวเล็ก ระยะปลูก 20 x 20 เซนติเมตร หรือ 20,000 หัวต่อไร่ โดยปลูก 1หัวต่อหลุม ปลูกลึก 7×10 เซนติเมตร จากผิวดิน สำหรับแปลงที่ไม่มีการคลุมพลาสติกอบดิน  ควรพ่นสารกำจัดวัชพืชหลังการ ปลูก ปทุมมาได้รับสมญานามว่า

ปทุมมาเป็นไม้ดอกที่นิยมส่งออกหัวพันธุ์

              การดูแลรักษาปทุมมานั้นในเรื่องของการให้ปุ๋ยจะเริ่มตั้งแต่ก่อนปลูก โดยให้รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16  อัตราประมาณ 15กรัม/หลุม และเมื่อใบคู่แรกกางให้ใส่ปุ๋ยสูตรที่มีไนโตรเจนสูง เช่น  21-7-14,15-0-0 หรือสูตร 16-16-16  อัตรา 15 กรัมต่อกอเดือนละครั้ง เมื่อออกดอกใส่ปุ๋ย 13-13-21 และพ่นธาตุอาหารเสริมทางใบที่มี แคลเซียม แมกนีเซียม โบรอน สังกะสี และ ทองแดง เป็นต้น เมื่อพืชแสดงอาการใบเหลืองขาดธาตุอาหาร และเมื่อพืชเริ่มลงหัวใส่ปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมสูง เช่น 8-16-24,14-14-21 หรือ 13-13-21 อัตรา 15 กรัมต่อกอ เดือนละครั้ง ทางด้านการให้น้ำนั้นปทุมมาจะต้องการน้ำสม่ำเสมอในช่วงการเจริญเติบโตและการออกดอก ส่วนใหญ่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก และให้น้ำเสริมเมื่อฝนทิ้งช่วง แต่ต้องควบคุมการระบายน้ำในแปลงปลูกไม่ให้น้ำท่วมขัง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค โดระบบการให้น้ำมีการให้น้ำระบบสปริงเกอร์พ่นฝอยเหนือต้นปทุมมา หรือใช้ระบบน้ำหยดพร้อมกับให้ปุ๋ย ถ้าตรวจพบน้ำที่ใช้ในแปลงปลูกและใช้ล้างหัวพันธุ์มีเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของโรคหัวเน่าปนเปื้อนให้ทำการบำบัดน้ำที่จะใช้โดยใส่คลอรีนผง (คลอรีน 20 เปอร์เซ็นต์) อัตราส่วน 5 กรัมต่อน้ำ 200 ลิตร ปล่อยทิ้งค้างคืนไว้แล้วจึงนำไปใช้ อีกทั้งต้องมีการกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกใน ระยะแรกเพื่อไม่ให้แข่งขันกับปทุมมา หรือเป็นแหล่งเพาะศัตรูพืช หรือติดโรคกับผลผลิต ปทุมมาเป็นไม้ดอกที่

นอกจากความสวยงามแล้วปทุมมายังมีสรรพคุณที่น่าสนใจอีกด้วย

          และใช่ว่าปทุมมาจะสวยเพียงแต่รูปเท่านั้น เพราะนอกจากความสวยงามโดดเด่นอันเป็นลักษณะเฉพาะของมันแล้ว มันยังมีสรรพคุณที่น่าสนใจอย่างเช่น ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย ขับลม และช่วยในการสมานแผล ที่สำคัญมันยังเป็นที่ต้องการในตลาดโลกอย่างต่อเนื่องและเกษตรกรในไทยยังไม่สามารถส่งออกให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดได้ เพราะฉะนั้นหากใครอยากที่จะปลูกปทุมมาเพื่อการส่งออกก็ยังมีพื้นที่เหลือให้คุณได้สร้างรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำอย่างแน่นอนเลยทีเดียว นอกจากความสวยงามแล้วปทุม

ปทุมมาเป็นไม้ดอกที่นำมาจัดได้หลากหลายรูปแบบ ปทุมมาสามารถนำมาปลูกประดับ

ปทุมมาสามารถนำมาปลูกประดับในที่ต่างๆ ได้อย่างงดงามน่าชื่นชม