ThaiArcheep.com

ปลูกกุ่ยช่าย รายได้ดี ปลูกครั้งเดียวเก็บผลผลิตได้ยาวนาน

พืชเศรษฐกิจที่นำมาฝากกันในวันนี้เป็นพืชที่น่าสนใจมิใช่น้อย เพราะตามท้องตลาด มีผลผลิตของผักประเภทนี้ออกมาถึง 3 ชนิดให้เราๆ ท่านๆ ได้เลือกสรรนำไปบริโภคกัน โดยผักที่เรากำลังกล่าวถึงนั่นก็คือ กุ่ยช่าย และที่เรากล่าวว่าผักประเภทนี้มีผลผลิตออกมาถึง 3 ชนิด ก็ได้แก่ กุ่ยช่ายเขียว กุ่ยช่ายขาว และกุ่ยช่ายดอก นั่นเอง

กุ่ยช่ายที่นำออกมาขายในท้องตลาด

กุ่ยช่ายที่นำออกมาขายในท้องตลาดจะมี 3 ชนิด ก็คือ กุ่ยช่ายขาว กุ่ยช่ายเขียว และกุ่ยช่ายดอก

                ถึงแม้ว่า กุ่ยช่าย ทั้ง 3 ชนิดจะดูมีความแตกต่างกันทางรูปลักษณ์ภายนอกแต่อันที่จริงจะมีใครรู้บ้างว่า แท้จริงแล้วมันมาจากต้นเดียวกัน ขั้นตอนการปลูกเดียวกัน แต่ใช้การจัดการที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้กุ่ยช่ายแต่ละชนิดออกมาขายในท้องตลาดอย่างทุกวันนี้ กุ่ยช่ายเป็นพืชที่ได้รับ

กุ่ยช่ายเป็นพืชที่ได้รับความนิยมในการบริโภคเป็นอย่างมากทั้ง 3 ชนิด และแต่ละชนิดก็สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งกุ่ยช่ายแต่ละชนิดก็มีรสชาติที่แตกต่างกันออกไป อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกุ่ยช่ายแต่ละอย่าง

วิธีการปลูกกุ่ยช่าย
             การเตรียมแปลงสำหรับปลูก กุ่ยช่าย นั้น ถ้าเป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังตลอดให้ทำการไถพรวนแล้วตากแดดไว้ 5-10 วัน แล้วยกร่องสูงประมาณ 1 เมตร กว้าง 3-5 เมตร ส่วนความกว้างของร่องให้อยู่ที่ประมาณ 1.5-2 เมตร แล้วให้หว่านปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกหรือจะเป็นปุ๋ยมูลสัตว์ก็ได้ร่วมกับปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตราปุ๋ยหมักต่อปุ๋ยเคมีที่ 15:1 ปริมาณ 1,000 กก./ไร่ และให้ทิ้งไว้ 3-5 วัน จึงจะทำการปลูกได้ แต่ถ้าเป็นที่ดอนไม่มีน้ำท่วมขังก็ให้ไถพรวน และยกร่องสูงประมาณ 30 ซม. กว้าง 1.5-2 เมตร ความกว้างของร่องประมาณ 50-70 ซม. ส่วนในเรื่องการใส่ปุ๋ยก็ให้ใส่เช่นเดียวกันกับแบบแรก

สำหรับการปลูกหากเป็นกุ่ยช่ายเขียวให้หว่านเมล็ดพันธุ์ 1 กก./ไร่ ต่อด้วยทำการคราดด้วยคราก แล้วนำฟางมาคลุมแปลง รดน้ำให้ชุ่ม ดูแลจนประมาณ 7-8 เดือนก็เก็บขายได้ ส่วนกุ่ยช่ายขาวต้องใช้กล้าพันธุ์กุ่ยช่ายเขียวที่ตัดใบขายไป 1 ครั้ง แต่อายุไม่เกิน 1 ปี โดยทำการขุดรากเหง้าเก็บไว้ในที่ร่มและทำการปลูกทันทีเมื่อขุดเหง้าขึ้นมา ซึ่งจะต้องตัดรากให้ชิดเหง้าประมาณ 1 ซม. และตัดใบเหลือประมาณ 1 นิ้ว ในการปลูกให้ใช้ 4-6 เหง้า/หลุม ระยะห่างระหว่างต้นระหว่างแถวคือ 30×30 ซม. โดยให้เว้นขอบแปลงไว้ประมาณ 15 ซม. ต่อด้วยดูแลให้น้ำให้ปุ๋ยเก็บเกี่ยวผลผลิตกุ่ยช่ายเขียวกุ่ยช่ายดอกขายจนอายุประมาณ 1 ปี จึงเหมาะที่จะทำกุ่ยช่ายขาว โดยการตัดกุ่ยช่ายเขียวขายครั้งสุดท้ายให้ตัดจนถึงหน้าดิน แล้วใช้กระถางดินเผาขนาด 11x23x30 ซม. มาครอบแต่ละกอของต้นกุ่ยช่ายไว้ แต่ต้องกดให้กระถางจมดินเล็กน้อยเพื่อไม่ให้กระถางเกิดการล้มได้ และต้องขุดหลุมฝังเสาไม้พร้อมขึงตาข่ายเพื่อพรางแสง รดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง 10 วัน ก็เก็บผลผลิตได้ ถ้าเป็นกุ่ยช่ายดอกก็คือทำตามขั้นตอนของกุ่ยช่ายเขียว ดูแลให้น้ำ ให้ปุ๋ย โดยไม่ตัดใบจนแก่ กุ่ยช่ายจะแทงช่อดอกออกมาก็สามารถเก็บผลผลิตไปขายได้

 

กุ่ยช่ายขาวก็คือกุ่ยช่ายกุ่ยช่ายขาวก็คือกุ่ยช่ายเขียวที่ถูกจัดการไม่ให้โดนแสงมันจึงมีสีขาวนั่นเอง

              ในการดูแลรักษานั้น กุ่ยช่ายทุกชนิดมีการดูแลที่เหมือนกันคือ ต้องทำการให้น้ำทุกวันวันละ 1 ครั้ง ในช่วงเช้า ทางด้านการใส่ปุ๋ย ก็ให้ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 โดยใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักอยู่ที่ 500 กก./ไร่ ส่วนปุ๋ยเคมีจะใส่ที่ 50 กก./ไร่ โดยใส่ 2 เดือน/ครั้ง

ดอกกุ่ยช่ายเป็นอาหารอีกดอกกุ่ยช่ายเป็นอาหารอีกอย่างหนึ่งซึ่งมีความอร่อยมากเมื่อนำมาปรุงอาหาร

จะเห็นได้ว่ากุ่ยช่ายทั้ง 3 ชนิดนั้นใช้แค่การจัดการที่แตกต่างกันไปแต่กลับได้ผลผลิตที่มีความเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นทางด้านรูปลักษณ์หรือทางด้านรสชาติ แต่ทั้ง 3 ชนิด ก็เป็นที่ต้องการของตลาดด้วยกันทั้งสิ้น นอกจากนี้มันยังเป็นพืชที่ขายได้ราคาดี อีกทั้งปลูกทีเดียวก็สามารถเก็บผลผลิตได้ยาวนาน ดังนั้นการปลูกกุ่ยช่ายขายจึงถือว่าเป็นช่องทางที่ดีอีกช่องทางหนึ่งเลยทีเดียวสำหรับเกษตรกร

ขนมกุ่ยช่ายจะนำเอาขนมกุ่ยช่ายจะนำเอากุ่ยช่ายมาทำเป็นไส้ขนม ซึ่งคนไทยนิยมบริโภคกันมาก

ดอกกุ่ยช่ายจะมีรสชาติดอกกุ่ยช่ายจะมีรสชาติหวานอยู่ในตัว เมื่อนำมาผัดมันจะมีรสชาติที่อร่อยมากเลยทีเดียว