ThaiArcheep.com

ปลูกคะน้าฮ่องกงขายได้ราคาดีกว่าคะน้าทั่วไป

เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทั้งหลายในที่นี้น่าจะรู้จักและคุ้นเคยกับผักคะน้ากันเป็นอย่างดีเพราะผักคะน้าเป็นผักที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เรียกได้ว่าเข้าตลาด ซุปเปอร์มาร์เก็ต ห้างร้านที่ไหนจะต้องมีผักคะน้าขายให้เห็นกันอย่างดาษดื่นเลยทีเดียว แต่สำหรับผักคะน้าที่เรานำข้อมูลมาให้ศึกษากันในวันนี้เป็นผักคะน้าที่เรียกกันว่า คะน้าฮ่องกง ผักคะน้าที่ไม่ธรรมดาที่สำคัญขายได้ราคางามมากกว่าผักคะน้าทั่วๆ ไปจนเกษตรกรหลายรายหันมาปลูกผักคะน้าชนิดนี้เพื่อป้อนออกสู่ตลาดกันมากยิ่งขึ้น 

1คะน้าฮ่องกงมีรสชาติอร่อย กรอบ

อ้างอิง : http://www.banpaksiam.com/product/1433625/index.php

คะน้าฮ่องกงมีรสชาติอร่อย กรอบ และไม่มีเสี้ยน แถมยังมีกลิ่นเหม็นเขียวน้อยกว่าคะน้าทั่วๆ ไปอีกด้วย

                คะน้าฮ่องกง นั้นมีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศจีนโดยจัดเป็นคะน้ายอดชนิดหนึ่ง โดยข้อดีของมันก็คือมีความกรอบ มีรสชาติอร่อยและไม่เป็นเสี้ยน อีกทั้งมันยังเหม็นเขียวน้อยกว่าคะน้าทั่วไป ดังนั้นคะน้าชนิดนี้จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอาหารที่มักจะใช้คะน้าฮ่องกงเข้ามาเป็นส่วนประกอบก็อย่างเช่น คะน้าฮ่องกงผัด ใช้เป็นเครื่องเคียงอาหารประเภทยำ หรือไม่ก็ใส่ในราดหน้าก็อร่อยมิใช่น้อย 2คะน้าฮ่องกงสามารถ

 อ้างอิง: http://www.manager.co.th/

คะน้าฮ่องกงสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่างเช่นเดียวกับคะน้าโดยทั่วๆ ไป

วิธีการปลูกคะน้าฮ่องกง

             สำหรับเตรียมต้นกล้าให้ใช้วัสดุเพาะคือทราย ขุยมะพร้าว ดิน ในอัตรา 2:1:1 แล้วหยอดเมล็ดลงในถาดหลุมเพาะกล้า พออายุประมาณ 18-21 วัน หรือเมื่อมีใบจริง 2-3 ใบ ก็ให้ย้ายลงแปลงปลูกได้ โดยสำหรับการเตรียมดินในแปลงปลูกให้ขุดดินลึก 10-15 เมตร แล้วตากแดดไว้ 7-10 วัน ส่วนแปลงให้กว้าง 1-1.2 เมตร จากนั้นให้รองพื้นด้วยปุ๋ยคอกประเภทมูลไก่หรือปุ๋ยหมักในอัตรา 3 กก./ตร.ม.จากนั้นให้หว่าปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตร 120 กรัม/ตร.ม. จากนั้นผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วทำการปลูกได้ 3คะน้าฮ่องกงมีเบต้าแค

อ้างอิง: http://www.vegetweb.com/

คะน้าฮ่องกงมีเบต้าแคโรทีน วิตามิน และแคลเซียมสูง

             การให้น้ำสำหรับ คะน้าฮ่องกง มักจะให้แบบสปริงเกอร์ ส่วนสำหรับการให้ปุ๋ยในระยะแรกควรให้แบบที่มีไนโตรเจนสูงเพราะคะน้าฮ่องกงเป็นผักกินใบ โดยการใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 ให้ทำการใส่ปุ๋ยหลังจากย้ายปลูก 7-10 วัน ส่วนการใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 ให้ทำการใส่หลังจากทำการย้ายปลูก 14-20 วัน โดยคะน้าฮ่องกงจะสามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 35-45 วัน ตั้งแต่เริ่มเพาะ  4คะน้าฮ่องกงช่วยป้องกัน

อ้างอิง: http://www.panpakshop.com

คะน้าฮ่องกงช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบและโรคกระดูกบางได้เป็นอย่างดี

คะน้าฮ่องกง เป็นผักที่มีเบต้าแคโรทีนสูงซึ่งสามารถช่วยป้องกันมะเร็งได้ นอกจากนี้มันยังมีวิตามินและแคลเซียมที่สูงมากมันจึงสามารถป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและโรคกระดูกบางได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้มันจึงมีราคาที่สูงและเป็นที่ต้องการจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าที่ผ่านมาเราๆ ท่านๆ ทั้งหลายอาจจะรับประทานคะน้าโดยไม่เคยสนใจว่ามันจะเป็นคะน้าอะไร แต่หลังจากที่ท่านได้รู้จักคะน้าฮ่องกงแล้วท่านคงจะสนใจมากยิ่งขึ้นว่าคะน้าที่ท่านกำลังบริโภคอยู่นั้นเป็นคะน้าประเภทใดกันแน่ใช่มั้ยทุกคน5คะน้าฮ่องกงผัดหมูกรอบ

อ้างอิง: http://www.bloggang.com/

คะน้าฮ่องกงผัดหมูกรอบเป็นเมนูแนะนำที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง 6คะน้าฮ่องกงสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม

อ้างอิง: http://www.okthaifood.com/

คะน้าฮ่องกงสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้อาหารจานนั้นๆ ดูน่ารับประทานและมีราคาแพงได้มากยิ่งขึ้นสำหรับเมนูตามร้านอาหาร