ThaiArcheep.com

ปลูกทานตะวันอนาคตสดใสแนวโน้มทางการตลาดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                ในขณะที่พืชเศรษฐกิจอย่างข้าว ยางพารา อ้อย มันสำปะหลัง มีราคาตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีพืชอีกชนิดหนึ่งซึ่งถึงแม้ในเมืองไทยจะมีการนำมาปลูกกันไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก จนถึงขั้นที่มีนักวิชาการออกมาชี้ช่องรวยให้กับเกษตรกรว่าให้ทำการปลูกพืชชนิดนี้ทดแทนพืชเศรษฐกิจชนิดเดิมๆ เพราะมันจะเป็นทางรอดอีกทางหนึ่งที่สามารถมองเห็นแสงสว่างได้อย่างชัดเจน ซึ่งพืชที่ว่านั้นนั่นก็คือ ทานตะวัน นั่นเอง

 

ความสวยงามสดใสของ

ความสวยงามสดใสของดอกทานตะวันเหมือนแสงทองส่องสว่างชี้ทางรวยให้กับเกษตรกร

                ทานตะวัน เป็นไม้ดอกที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะปลูกในสภาพภูมิอากาศร้อน แล้ง อย่างประเทศไทย แถมมันยังเป็นพืชที่ปลูกง่ายและโตเร็ว และมีสารอาหารเพื่อสุขภาพมากมาย ทั้งยังเป็นแหล่งโปรตีนแทนเนื้อสัตว์ได้ รวมทั้งยังมีธาตุเหล็กสูงใกล้เคียงไข่แดงและตับ นอกจากนี้เมล็ดทานตะวันยังให้พลังงานสูงกว่าแป้ง แต่มีแคลอรี่น้อยกว่า มันจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักนิยมรับประทาน ที่สำคัญเมื่อนำเอาเมล็ดทานตะวันมาสกัดเป็นน้ำมัน ก็จะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวและอุดมไปด้วยวิตามิน E ซึ่งมีคุณภาพสูงกว่าน้ำมันชนิดอื่นๆ ทั้งยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอการเหี่ยวย่นของผิวหนัง ดังนั้นในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางจึงนิยมใช้น้ำมันดอกทานตะวันเข้าไปผสมเพื่อช่วยเพิ่มวิตามิน E แทนการใช้สารเคมีนั่นเอง

 ผลิตภัณฑ์ในเรื่องความ

ผลิตภัณฑ์ในเรื่องความสวยความงามที่แปรรูปมาจากเมล็ดดอกทานตะวัน

วิธีการปลูกทานตะวัน

ดินที่จะใช้ในการ ปลูกทานตะวัน จะต้องมีความร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ซึ่งในการเตรียมสำหรับปลูกจะต้องไถดิน 2-3 ครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ดินเรียบ สะดวกในการปลูก และเป็นการฆ่าวัชพืช แมลง และเชื้อโรคในดิน โดยพอดินพร้อมก็สามารถหยอดเมล็ดได้ ซึ่งในการหยอด สามารถทำได้ 3 วิธี ซึ่งวิธีแรกคือการหยอดโดยการชักร่อง แล้วใช้คนเดินหยอด ให้มีระยะห่างระหว่างต้น 30 ซม. ระยะห่างระหว่างแถว 75 ซม. โดยหยอดหลุมละ 1-2 เมล็ด แล้วกลบดินหน้า 4-5 ซม. วิธีที่ 2 คือหยอดโดยใช้รถไถขนาดเล็กที่มีเครื่องหยอด ส่วนวิธีที่ 3 คือการใช้เครื่องหว่านที่ติดอยู่กับรถไถใหญ่มาทำการหว่านพร้อมไถแปร

การปลูกทานตะวันไม่จำเป็นต้องฉีดยาเพื่อคุมวัชพืชเพราะเมื่อต้นทานตะวันโตใบของมันจะคุมวัชพืชได้เอง แต่ทานตะวันจะมีศัตรูพืชคือมอดดินที่ชอบกัดกินใบและหน่อของทานตะวันต้นเล็กๆ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันให้คลุกยาประเภทป้องกันแมลงปีกแข็งในดินกับเมล็ดทานตะวันก่อนการปลูก ส่วนปุ๋ยที่ใช้รองพื้นให้ใส่พร้อมการหยอด โดยใช้สูตร 15-15-15 และจะใส่ปุ๋ยอีกครั้งหนึ่งเมื่อทานตะวันอายุได้ 15-20 วันโดยใส่ปุ๋ยยูเรีย ซึ่งประมาณ 63-70 วัน ทานตะวันจะออกดอกบานสวย และเมื่อดอกแก่ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

 เมล็ดทานตะวันมี

เมล็ดทานตะวันมีสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายและเมื่อนำมาสกัดเป็นน้ำมันก็มีคุณภาพสูงกว่าน้ำมันของพืชชนิดอื่นๆ อีกด้วย

                การดูแลรักษาต้องระวังในช่วงดอกเริ่มแก่ประมาณ 80% เพราะจะมีนกมากัดกินเมล็ดทานตะวัน ซึ่งการแก้ไขก็คล้ายๆ การปลูกข้าวนั่นก็คือการทำหุ่นไล่กา จุดประทัดไล่ หรือใช้ไม้ปักผูกธงยาวๆ ส่วนศัตรูอื่นๆ ของดอกทานตะวันอย่างหนอนที่ชอบมากัดกินจานดอก ก็จะมีศัตรูตามธรรมชาติของมันอย่างนกนางแอ่นลมมาคอยจัดการโดยการจับหนอนกินอยู่แล้ว เกษตรกรผู้ปลูกจึงไม่ต้องทำอะไรมาก

 น้ำมันดอกทานตะวัน

น้ำมันดอกทานตะวันเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ที่รักสุขภาพ

                ซึ่งในกระแสที่ผู้คนส่วนมากหันมาดูแลใส่ใจกับสุขภาพของตนเองและคนใกล้ตัวกันมากขึ้น การปลูกพืชที่สามารถแปลงมาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์มากมายอย่างทานตะวันจึงมีทิศทางที่สดใสสว่างไสวเป็นที่สุด นอกจากนี้การปลูกต้นทานตะวันยังสามารถนำมาหารายได้โดยการสร้างเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงที่มันออกดอกเบ่งบานซึ่งก็สามารถสร้างรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำให้กับเกษตรกรได้อีกทางหนึ่งด้วย

 ทุ่งดอกทานตะวันสามารถ

ทุ่งดอกทานตะวันสามารถสร้างรายได้ในเชิงการท่องเที่ยวได้เช่นกันเพราะมันมีความสวยงามเป็นอย่างมาก

 ลักษณะของดอก

ลักษณะของดอกทานตะวันขณะเบ่งบานเต็มที่

[youtube_embed src=”https://www.youtube.com/watch?v=bWj7e6N88H0″/]

[youtube_embed src=”https://www.youtube.com/watch?v=QEYekmq2ddk”/]