ThaiArcheep.com

ปลูกมังคุด Queen of Fruits ขายได้ทั้งในประเทศและส่งออก

ครั้งนี้เราได้นำเรื่องราวของราชินีแห่งผลไม้ หรือที่ชาวต่างชาติให้ฉายาว่า Queen of Fruits มาให้ทุกท่านได้ติดตามรับชมกัน โดยผลไม้ที่เรากำลังจะพูดถึงนั้นนั่นก็คือ มังคุด ผลไม้ที่มีความน่าสนใจตั้งแต่ในเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูน่ารัก เพราะมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่ขั้วของผลที่มีความคล้ายกับมงกุฎ แถมเนื้อในก็มีสีขาวบริสุทธิ์และมีรสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ซึ่งก็น่าจะเป็นเพราะเหตุนี้มันจึงได้ฉายาว่า Queen of Fruits นั่นเอง

มูลค่าการส่งออกมังคุดของ

มังคุดเป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อย แถมยังมีรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์มันจึงเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

                นอกจากรูปร่างลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์และน่าจดจำรวมทั้งความอร่อยที่มันมีแล้ว มังคุด ยังมีประโยชน์และสรรพคุณมากมาย อย่างเช่น ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งอันนี้เป็นที่ต้องการสำหรับผู้ที่รักสวยรักงามและรักสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง แถมมันยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา อีกทั้งช่วยชะลอความแก่ชราของเซลล์ผิว แต่ไม่เพียงเท่านั้นเพราะมันยังมีคุณประโยชน์อีกมากมายจนมันได้ขึ้นแท่นเป็นราชินีแห่งผลไม้เลยทีเดียวมังคุดเป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อย

ในประเทศไทยมังคุดจะปลูกมากในภาคใต้เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

วิธีการปลูกมังคุด
             ในการเตรียมพื้นที่สำหรับปลูกในพื้นที่ดอนให้ทำการไถพรวนเพื่อปรับพื้นที่ให้เรียบและขุดร่องระบายน้ำ ส่วนในพื้นที่ลุ่มให้ทำการยกร่องโดยให้สันร่องกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร ร่องน้ำกว้าง 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร มีระบบน้ำเข้าออกได้เป็นอย่างดี ในการปลูกสามารถทำได้ทั้งวิธีขุดหลุมปลูกที่เหมาะกับพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ส่วนอีกวิธีก็คือการปลูกแบบนั่งแท่นหรือยกโคกจะเหมาะกับพื้นที่ที่มีฝนตกชุก ซึ่งวิธีนี้ต้น มังคุด จะเติบโตได้เร็วกว่าแบบขุดหลุม แต่สิ่งที่ต้องเน้นสำหรับการปลูกมังคุดนั่นก็คือควรใช้ต้นกล้าที่มีระบบรากดี ส่วนในเรื่องระยะปลูกเนื่องจากมังคุดเป็นไม้ทรงพุ่มขนาดใหญ่ดังนั้นควรใช้ระยะปลูกที่ 8-9×8-9 เมตร   ในประเทศไทยมังคุดจะ

มังคุดเป็นผลไม้ที่ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับต้นๆ ของโลก

              การให้น้ำต้นมังคุดต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอในช่วงของการเจริญเติบโตทางใบ แต่ในช่วงปลายฝนให้งดให้น้ำ และเมื่อตายอดอายุ 9-12 สัปดาห์ โดยผ่านสภาพแล้ง 20-30 วัน จะมีอาการใบตกปลายใบบิดให้กระตุ้นการออกดอกด้วยการให้น้ำเต็มที่ 1,100-1,600 ลิตร/ต้น แล้วหยุดดูอาการ 7-10 วัน เมื่อก้านใบและปลายยอดเริ่มเต่งต้องให้น้ำอีกครั้งแต่ให้ในปริมาณครึ่งนึงของครั้งแรก หลังจากนั้นสักพักตาดอกจะผลิมาให้เห็น แต่ควรมีการจัดการน้ำเพื่อควบคุมปริมาณดอกให้มีเพียง 35-50% ของยอดทั้งหมดจะได้มีผลผลิตที่มีคุณภาพ โดยหลังจากมังคุดออกดอกควรให้น้ำปริมาณมาก 220-280 ลิตร/ต้น/วัน จนพบว่ายอดที่ยังไม่ออกดอกมียอดอ่อนแทนตาดอกจึงให้น้ำตามปกติคือ 80-110 ลิตร/ต้น/วัน ทางด้านการใส่ปุ๋ยจะแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ เพื่อบำรุงต้นหลังการเก็บเกี่ยวจะให้ปุ๋ยอินทรีย์ 20-50 กิโลกรัม/ต้น ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 จำนวน 1-3 กิโลกรัม/ต้น ในช่วงปลายฝนเพื่อส่งเสริมการออกดอกใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 8-24-24 จำนวน 2-3 กิโลกรัม/ต้น และในช่วงหลังติดผล 3-4 สัปดาห์ ให้ปุ๋ยสูตร 13-13-21 จำนวน 2-3 กิโลกรัม/ต้น นอกจากนี้ควรมีการตัดแต่งกิ่งให้เป็นทรงพุ่มอีกด้วย ส่วนการเก็บเกี่ยวเมื่อผลมีสีเหลืองอ่อนปนเขียวและมีจุดประสีชมพูกระจายทั่วผล ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ แต่ต้องเก็บด้วยความระมัดระวังไม่ให้ผลช้ำและมีรอยขีดข่วนที่ผิวมังคุดทางที่ดีควรใช้ตะกร้อในการเก็บ มังคุดเป็นผลไม้ที่ไทย

ในต่างประเทศมีผู้พิศมัยและนิยมบริโภคมังคุดจำนวนมาก

มังคุดเป็นผลไม้ที่มีศักยภาพสูงมากในแง่การส่งออก โดยประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ ในการส่งออกมังคุด โดยในการส่งออกมีมูลค่าสูงถึง 1,500 บาท/ปี ซึ่งในการส่งออกก็มีการส่งไปยังหลายๆ ประเทศ อย่างเช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และเนเธอแลนด์ และในปัจจุบันยังมีการขยายการส่งออกที่มากขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่ประเทศจีน ทั้งนี้ก็เนื่องจากจีนมีประชากรจำนวนมาก และพวกเขาก็พิศมัยและชอบที่จะบริโภคมังคุดเป็นอย่างมากอีกด้วย ในต่างประเทศมีผู้พิศมัย

มูลค่าการส่งออกมังคุดของไทยมีถึง 1,500 ล้านบาท/ปีกันเลยทีเดียว มังคุดสามารถนำมา

มังคุดสามารถนำมาทำได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวานแต่คนส่วนใหญ่มักนิยมบริโภคผลสดมากกว่า