ThaiArcheep.com

ปลูกส้มผลไม้ยอดนิยมตลอดกาลเพื่อสร้างรายได้

พืชเศรษฐกิจที่เราจะนำมาพูดถึงในวันนี้เป็นเรื่องของ ส้ม ผลไม้ยอดนิยมอันดับต้นๆ และเป็นผลไม้ยอดฮิตตลอดกาล อีกทั้งมันยังเป็นผลไม้มงคลของชาวจีนอีกด้วย ดังนั้นมันจึงเป็นไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ถ้าจะไม่กล่าวถึงมันก็คงไม่ได้อย่างแน่นอน 

ส้มเป็นผลไม้ที่มีวิตามิน

ส้มเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงแถมยังมีสารอาหารอื่นๆ อีกมากมาย

                ส้ม เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ อาทิเช่น วิตามินซี วิตามินเอ (เบต้าแคโรทีน) วิตามินบี วิตามินดี แคลเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และคอลลาเจน นอกจากนี้มันยังมีใยอาหารที่ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย อีกทั้งมันยังมีสรรพคุณในการล้างพิษในร่างกายด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน ดังนั้นมันจึงเป็นผลไม้แห่งสุขภาพและความสวยความงามอีกชนิดหนึ่งที่ได้ใจของผู้บริโภคไปเต็มๆ ส้มถือเป็นผลไม้มงคล

ส้มถือเป็นผลไม้มงคลของชนชาวจีนอีกด้วย

วิธีการปลูกส้ม
ขั้นตอนการปลูก ส้ม นั้นจะเริ่มที่การวัดระยะปลูกและกำหนดจุดปลูก โดยแถวปลูกควรอยู่บริเวณกึ่งกลางแปลงแต่ละแปลง และขุดหลุมขนาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร ผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกกับดินที่ขุดขึ้นมา อัตราต้นละ 10 กิโลกรัม พร้อมกับปุ๋ยรอกฟอตเฟต 0.5 กิโลกรัม และปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ เช่น 15-15-15 ประมาณ 10 กรัม แหวกดินทำหลุมให้มีขนาดโตกว่าถุงหรือกระถางที่เลี้ยงต้นพันธุ์ ฉีกถุงออก โดยก่อนฉีกถุงให้ใช้มือบีบดินในถุงให้แยกออกจากกัน เขย่าวัสดุปลูกที่ติดอยู่กับรากออกให้หมด ใช้กรรไกรตัดรากแก้วส่วนที่ขดงอออก พร้อมทั้งตัดส่วนยอดและใบออกบ้าง เพื่อให้เกิดการสมดุลกับรากที่เหลือ หลังจากนั้นวางต้นพันธุ์ลงในหลุม จัดรากฝอยที่มีอยู่เป็นชั้นๆ แล้วแผ่รากในแต่ละชั้นออกรอบข้าง ใช้ดินกลบรากไล่ขึ้นมาเป็นชั้น โดยให้รากฝอยชั้นบนสุดอยู่ต่ำกว่าระดับดินบนประมาณ 1 เซนติเมตร ใช้ดินผสมปุ๋ยหมักอัตราส่วน 1 : 1 กลบโคนเป็นรูปกระทะคว่ำกว้างประมาณ 1 เมตร และสูงประมาณ 20 เซนติเมตร ผูกต้นติดกับหลักป้องกันการโยกคลอนแล้วรดน้ำให้ชุ่ม ส้มเป็นผลไม้ที่เหมาะ

ส้มเป็นผลไม้ที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวันยกเว้นเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน

              การดูแลรักษาต้นส้มในส่วนของการใส่ปุ๋ยข้อควรคำนึงถึงดังต่อไปนี้ คือ ถ้าดินเป็นกรดจัด (pH ต่ำกว่า 5.0) ควรใส่ปูนขาวหรือปูนมาร์ล หรือเปลือกหอยเผาหรือโดโลไมท์ 1-2 กิโลกรัมต่อต้น หรือตามผลการวิเคราะห์ดิน โดยหว่านให้สม่ำเสมอรอบบริเวณทรงพุ่ม โดยการใส่ปุ๋ยในปีแรกควรใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เช่น สูตร 20-10-10 หรือ 25-7-7 หรือ 15-15-15 ผสมกับ 46-0-0 อัตรา 1: 1 ปริมาณ 0.5-1 กิโลกรัมต่อต้น โดยแบ่งใส่ 4-6 เดือนต่อครั้ง และปุ๋ยอินทรีย์ 10-20 กิโลกรัมต่อต้น ใส่ครั้งเดียวช่วงปลายฤดูฝน ในปีที่ 2-4 ใส่ปุ๋ยสูตร 20-10-10 หรือ 25-7-7 หรือ 15-15-15 ผสมกับ 46-0-0 ปริมาณ 1-3 กิโลกรัมต่อต้น โดยใส่ 3-4 เดือนต่อครั้ง และปุ๋ยอินทรีย์ 10-20 กิโลกรัมต่อต้น ใส่ครั้งเดียวช่วงปลายฤดูฝน และเมื่อส้มอายุ 4 ปีขึ้นไป ซึ่งส้มจะเริ่มให้ผลผลิต การใส่ปุ๋ยที่ควรปฏิบัติ คือ ช่วงก่อนออกดอก ใส่ปุ๋ยสูตร 12-24-12 ปริมาณ 1 กิโลกรัมต่อต้น และพ่นปุ๋ยทางใบเพื่อเพิ่มธาตุอาหารรองและอาหารเสริม ในระยะติดผลอาจมีการให้ปุ๋ยธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริม เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี ทองแดง โบรอน และแมงกานีส เป็นต้น โดยพ่นให้ทางใบ ช่วงใกล้เก็บเกี่ยวผลผลิต ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ปริมาณ 1-2 กิโลกรัมต่อต้น และหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ปุ๋ยสูตร 25-7-7 หรือ 15-15-15 ผสมกับ 46-0-0 อัตรา 1:1 ปริมาณ 1-3 กิโลกรัมต่อต้น พร้อมพ่นปุ๋ยทางใบที่มีธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริมพร้อมปุ๋ยอินทรีย์ 20-50 กิโลกรัมต่อต้น
ส่วนการให้น้ำมีหลักการดังนี้ คือ ควรให้น้ำทันทีประมาณ 5-10 แกลลอน เมื่อปลูกเสร็จ และให้น้ำอีกครั้งภายใน 2-3 วันหลังจากครั้งแรก หลังจากนั้นให้น้ำทุกๆ 2-5 วัน จนกว่าส้มจะตั้งตัวได้ ข้อสำคัญอย่าปล่อยให้ต้นส้มอดน้ำจนต้นเฉา โดยวิธีการให้น้ำอาจใช้สายยางระบบน้ำหยด มินิสปริเกอร์ เรือพ่นน้ำ หรือบิ๊กกัน ตามความเหมาะสม การกินส้มวันละผล

การกินส้มวันละผลถือว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก

          เนื่องจากข้อดีของส้มนั้นมีมากมายจนแทบจะสาธยายไม่หมด ดังนั้นความต้องการของตลาดจึงมีมากไม่ว่าจะเป็นตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ อีกทั้งความต้องการผลไม้ชนิดนี้ก็ไม่เคยน้อยลงแต่อย่างใด มันจึงไม้ผลที่น่ากระโจนลงไปทำการเพาะปลูกเพื่อการพาณิชย์ เพราะถึงอย่างไรก็มีตลาดรองรับอย่างแน่นอนเลยทีเดียว ส้มมีหลากหลายสายพันธุ์

ส้มมีหลากหลายสายพันธุ์และมีรสชาติที่แตกต่างกันออกไป น้ำส้มเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับ

น้ำส้มเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ เพราะมีประโยชน์และมีรสชาติอร่อยถูกปากผู้บริโภคนั่นเอง