ThaiArcheep.com

ปลูกเมล่อนพืชคุณหนูแต่สร้างรายได้งามให้เกษตรกร

ที่บอกว่า เมล่อน เป็นพืชคุณหนูก็เนื่องมาจากเมล่อนเป็นพืชที่ค่อนข้างอ่อนแอ ไม่ค่อยทนทานต่อโรคและแมลง รวมทั้งสภาพอากาศที่ร้อนจัด หนาวจัด หรือฝนตกชุกจนเกินไป เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นพืชที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ค่อนข้างมาก แต่ก็เพราะเหตุนี้จึงทำให้มันเป็นผลไม้ที่มีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งก็คุ้มค่ากับการที่เกษตรกรต้องลงทุนลงแรงไปกับมันนั่นเอง     

เมล่อนเป็นผลไม้ที่ต้องดูแล

เมล่อนเป็นผลไม้ที่ต้องดูแลเอาใจใส่สูง ดังนั้นผู้ปลูกเมล่อนในประเทศไทยบางส่วนจึงปลูกเมล่อนในโรงเรือนเพราะง่ายต่อการดูแลรักษามากกว่าปลูกแบบปกติ

                เมล่อน เป็นผลไม้ที่ผู้คนนิยมนำไปให้เป็นของกำนัลแก่กันและกันในช่วงเทศกาลต่างๆ ยิ่งในประเทศญี่ปุ่นเมล่อนมีค่าเปรียบปะดุจทองคำ เพราะในร้านขายผลไม้ เซ็มบิกิยา ในย่านใจกลางกรุงโตเกียว เมล่อนมีราคาขายประมาณ 7,000 บาท/ลูก เลยทีเดียว แต่ในประเทศไทยเมล่อนก็ไม่ใช่ราคาถูกๆ ดังนั้นถึงมันจะเป็นไม้ผลที่ปลูกและดูแลยากอยู่สักหน่อย แต่ก็ยังมีคนอยากปลูกขายเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว เมล่อนสามารถนำไปแปร

เมล่อนสามารถนำไปแปรรูปได้หลากหลาย เช่น ของหวาน เครื่องดื่ม เบเกอรี่ ฯลฯ

วิธีการปลูกเมล่อนในโรงเรือน
การปลูก เมล่อน ในโรงเรือนสิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงคือวัสดุปลูกที่ใช้ควรจะใช้เพียงแกลบดำเท่านั้น เนื่องจากวัสดุปลูกส่วนใหญ่จะนำมาใช้ซ้ำ เพียงแต่ทุกครั้งที่จะทำการปลูกวัสดุปลูกที่อยู่ในถุงจะต้องทำการฆ่าเชื้อราก่อนเท่านั้น การจัดการแบบนี้จะทำให้ไม่สิ้นเปลืองเรื่องของการซื้อวัสดุปลูกเพราะนำกลับมาใช้ได้อีก เมื่อจัดเรียงถุงปลูกและเดินระบบน้ำเรียบร้อยแล้วก็พร้อมที่จะย้ายกล้าจากถาดเพาะปลูกลงถุงในโรงเรือน พอย้ายกล้าเสร็จก็ต้องให้น้ำตามเพื่อให้แกลบดำกระชับกับราก จากนั้นก็ให้น้ำให้ปุ๋ยตามปกติ ราว 15 วันหลังย้ายปลูกก็จะถึงเวลามัดหรือผูกต้นให้ตั้งขึ้น และเนื่องจากเมล่อนเป็นพืชตระกูลเถาที่ไม่มีมือเกาะ ดังนั้นหากเอาขึ้นค้างก็ต้องช่วยจับมัดให้เถาเลื้อยขึ้นค้าง ในราว 21-22 วันหลังการย้ายปลูก จะเป็นขั้นตอนของการเด็ดแขนงข้างออก โดยจะเด็ดแขนงตั้งแต่ใบจริงใบแรกจนถึงใบจริงใบที่ 10 ออกให้หมด จากนั้นก็จะเป็นช่วงของการไว้แขนงข้างเพื่อจะไว้ผลเมล่อน โดยจะไว้แขนงเพื่อให้เมล่อนติดผลในช่วงข้อใบที่ 11 ถึงข้อใบที่ 13 ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการไว้ผลเมล่อน แต่ในเรื่องของตำแหน่งไว้ผลเมล่อนนั้นอาจจะปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลและสภาพของดอก การติดผลว่าสมบูรณ์หรือไม่ ซึ่งบางครั้งอาจจะมีการไว้ผลเลื่อนขึ้นไปถึงข้อที่ 12-15 ก็มี ต้องดูดอกตัวเมียว่ามีความสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด เพราะแขนงที่ไว้ 3 แขนงนั้นจะออกดอกเป็นดอกตัวเมีย (แขนงนั้นจะออกดอกเป็นดอกตัวเมีย ส่วนดอกตัวผู้จะอยู่ที่ลำต้นหลัก) เมื่อดูว่าดอกตัวเมียดอกนั้นมีความสมบูรณ์ ก็จะต้องช่วยผสมดอกด้วยมือ วิธีการผสมดอกช่วยด้วยมือโดยเด็ดดอกตัวผู้ ตัดกลีบดอกออกทิ้งเหลือแต่ก้านเกสรตัวผู้ นำไปผสมกับเกสรตัวเมียของดอกที่คงไว้จะช่วยให้ดอกนั้นพัฒนาเป็นผลคุณภาพดี อีกเหตุผลหนึ่งที่ต้องใช้การผสมดอกช่วยเพราะการปลูกในโรงเรือนจะไม่มีแมลงจากธรรมชาติมาช่วยผสมเกสร โดยการเลือกใช้ละอองเกสรจากดอกตัวผู้ที่สามารถใช้จากต้นของมันเองก็ได้ หรือใช้จากต้นอื่นหรือจากสายพันธุ์อื่นก็ได้เพราะลักษณะเด่นอยู่ที่แม่ สำหรับการนำละอองเกสรจากดอกตัวผู้มาผสมให้กับดอกตัวเมียที่ต้องการให้เกิดเป็นผลเมล่อน ดอกตัวเมียนั้นจะบานในช่วงเช้า ควรช่วยผสมเกสรช่วงเช้าคือไม่เกินเวลา 10.00 น. เพราะหากสายกว่านี้อากาศจะร้อนทำให้ผสมไม่ติด หลังจากผสมได้ 1 วัน ถ้าสังเกตเห็นรังไข่ของดอกตัวเมียเริ่มพองตัวแสดงว่าผสมติด เมื่อ 3 แขนงที่ไว้ได้รับการผสมเกสร ก็จะติดผล 3 ผล ซึ่งเมล่อน 3 ผลนี้ก็จะถูกคัดเลือกผลที่สวยสมบูรณ์มากที่สุดไว้เพียงผลเดียวเท่านั้น จะทำการคัดเลือกหลังจากการผสมผลไปได้ราว 1 อาทิตย์หรือขนาดผลเท่ากับลูกส้ม ซึ่งเมล่อนอ่อนอีก 2 ผล จะถูกเด็ดออกด้วยมือเท่านั้น การปลูกเมล่อนนั้นจะไม่มีการใช้กรรไกรเลยในขั้นตอนการดูแล จะใช้เพียงครั้งเดียวตอนเก็บเกี่ยวออกจากต้นเท่านั้น เพราะการใช้กรรไกรหรือมีดนั้นจะส่งผลต่อการระบาดของเชื้อไวรัส ที่จะติดไปกับกรรไกรที่เราใช้นั่นเอง ถือเป็นพื้นฐานเบื้องต้นในการทำงานหรือการปลูกเมล่อน ผลเมล่อนอ่อนจะนำไปขายที่ตลาด กิโลกรัมละ 20 บาท ซึ่งสามารถเอาไปแกงเหมือนแตงอ่อนทั่วไป ผลอ่อนเมล่อนจะได้ความหวานหอม ทำให้มีรายได้เสริมไม่ได้ทิ้งเลย เมื่อไว้ผลที่สวยที่สุดแล้วก็ต้องมาดูเรื่องของการไว้ใบ ต้นเมล่อน 1 ต้นจะต้องมีใบประมาณ 24-25 ใบ ส่วนยอดต้องตัดทิ้งไปเลย เพื่อหยุดการเติบโตของยอดเถา เมล่อนนิยมนำไปให้เป็นของ

เมล่อนนิยมนำไปให้เป็นของกำนัลในเทศกาลต่างๆ ดังนั้นในการปลูกต้องเน้นให้ผลของมันมีความสวยงามน่าดู

              สำหรับการดูแลเมล่อนจะให้ปุ๋ยวันเว้นวันหรือเว้นสองวันสลับกับการให้น้ำ ช่วงแรกให้ปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 หรือ 20-20-20 โดยอัตราการให้ปุ๋ยช่วงต้นเล็กก็จะให้น้อยๆก่อน จาก 1 กรัม/ต้น แล้วเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ จนช่วงผลโตจะใช้ประมาณ 4 กรัมต่อต้น ช่วงผลโตใกล้เก็บเกี่ยวเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยสูตรตัวท้ายสูง 13-13-21 เพื่อเพิ่มความหวานและทำให้เนื้อแน่น ตาข่ายสวย ในส่วนของธาตุอาหารเสริมก็ใช้แคลเซียม-โบรอน(โบลีน-แคน) พ่นในช่วงออกดอกเพื่อบำรุงให้ดอกสมบูรณ์ การติดผลสมบูรณ์ และพ่นช่วงผลทำให้เมล่อนขึ้นลายตาข่ายสวย ช่วงเก็บเกี่ยวทำให้น้ำหนักดี เนื้อแน่น ผลไม่แตก เสริมรสชาติให้หวานขึ้น เมล่อนเป็นผลไม้ที่มี

เมล่อนเป็นผลไม้ที่มีรสหวาน เนื้อนุ่ม หวานฉ่ำ และมีกลิ่นหอม

          ในปัจจุบันเมล่อนเป็นผลไม้ที่นิยมบริโภคกันมากเพราะมีรสชาติดี เนื้อนุ่ม มีรสหวาน และมีกลิ่นหอม อีกทั้งเนื้อผลยังมีสีสันหลากหลายน่ารับประทาน มันจึงมีความต้องการของตลาดสูงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหากอยากจะลงทุนปลูกอะไรสักอย่าง เมล่อน ก็เป็นอีกช้อยส์หนึ่งที่น่าเข้าไปสัมผัสเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เมล่อนสามารถปลูกนอกโรงเรือน

เมล่อนสามารถปลูกนอกโรงเรือนแบบพืชผักปกติได้เช่นกัน แต่ต้องหมั่นคอยดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด สีของเนื้อผลเมล่อน

สีของเนื้อผลเมล่อนมีทั้งสีขาว ครีม เหลือง เขียว ส้ม และแสด