ThaiArcheep.com

ฝ้ายเป็นที่ต้องการมากในเมืองไทยแต่ปลูกได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

เมืองไทยเป็นเมืองร้อนดังนั้นการสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้าฝ้ายจึงเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก อีกทั้ง ฝ้าย ยังสามารถนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อีกมากมาย จึงทำให้ในปัจจุบันเมืองไทยมีความต้องการใช้ ฝ้าย ถึงปีละ 3.5 แสนตัน ในขณะที่เราสามารถผลิตฝ้ายได้เพียงปีละ 1.5-2.5 หมื่นตันเท่านั้น ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะฝ้ายมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูงทั้งยังเสี่ยงในเรื่องของแมลงศัตรูพืชเป็นอย่างมากด้วยเหตุนี้การปลูกฝ้ายในเมืองไทยจึงน้อยลงทุกที 

ฝ้ายเป็นพืชที่เป็นที่ต้องการ

 

ฝ้ายเป็นพืชที่เป็นที่ต้องการในประเทศไทยเป็นอย่างมากแต่เกษตรกรชาวไทยยังปลูกออกมาขายได้น้อยนัก

                ดังนั้นส่วนต่างของความต้องการที่เหลือเราจึงต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องเสียเงินออกนอกประเทศทั้งที่จริงๆ แล้วในเมืองไทยก็สามารถปลูก ฝ้าย ใช้ได้เอง ดังนั้นหากเราสามารถจัดการกับโรคและแมลงศัตรูพืชได้ เราเองก็ยังสามารถส่งฝ้ายออกขายเพื่ออุดรูรั่วของเงินที่ต้องไหลออกจากประเทศไทยไปเป็นของผู้ผลิตฝ้ายจากประเทศอื่นๆ

ในประเทศไทยนิยม

 

ในประเทศไทยนิยมสวมใส่เสื้อผ้าที่มีส่วนประกอบของฝ้ายเพราะสวมใส่สบายและไม่ร้อน

วิธีการปลูกฝ้าย

             สำหรับการปลูก ฝ้าย นั้นต้องเตรียมดินด้วยการไถด้วยผาล 1 ครั้ง ให้มีความลึก 20-30 ซม. หลังจากนั้นให้ตากดินไว้ 2-3 สัปดาห์ ตามด้วนพรวนดินด้วยผาล 7 และปรับดินให้สม่ำเสมอ รวมทั้งให้เก็บเศษวัชพืชออกให้หมด นอกจากนี้จะต้องทำการวิเคราะห์ดินเพื่อทำการปรับดินให้เหมาะสำหรับการปลูก โดยเมื่อปรับดินเรียบร้อยแล้วสำหรับการปลูกควรปลูกฝ้ายในแนวขวางทิศทางลม โดยให้ขุดหลุมแล้วหยอดเมล็ดหลุมละ 5-7 เมล็ด โดยถ้าปลูกในดินที่ชื้นอยู่อล้วให้กลบดินบางๆ เพียง 2.5 ม. แต่ถ้าปลูกแบบรอฝนให้กลบดินลึกหน่อยคือ 5 ซม.

เนื่องจากฝ้ายมีแมลงศัตรูพืช

เนื่องจากฝ้ายมีแมลงศัตรูพืชและโรคพืชคุกคามมากมายจึงทำให้ต้นทุนในการปลูกฝ้ายค่อนข้างสูงอีกทั้งยังมีความเสี่ยงสูงอีกด้วย

              ในการดูแลรักษาต้นฝ้ายนั้นเมื่อฝ้ายอายุ 15-20 วัน ควรถอนแยกฝ้ายครั้งแรกให้เหลือเพียง 2 ต้น/หลุม และต้องทำการกำจัดวัชพืชไปพร้อมกันด้วย แต่ในระยะนี้จะต้องระมัดระวังแมลงศัตรูพืชให้มากๆ เช่นพวกเพลี้ยอ่อน เพลี้ยจั๊กจั่น เพลี้ยไฟ และถ้าพบว่ามีการระบาดแล้วหล่ะก็ควรพ่นสารเคมีที่ใช้สำหรับฆ่าแมลงจำพวกนี้ นอกจากนี้ยังมีโรคฝ้ายที่สำคัญอย่าง โรคใบหงิกซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสที่เพลี้ยอ่อนเป็นตัวนำเชื้อมา ดังนั้นจึงต้องทำการกำจัดเพลี้ยอ่อนให้ได้มากที่สุดเพื่อเป็นการตัดต้นตอของการเกิดโรคนั่นเอง

นอกจากฝ้ายจะนำมา

 

นอกจากฝ้ายจะนำมาผลิตเป็นเสื้อผ้าได้แล้วมันยังสามารถนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ได้อีกหลายอย่าง

ถ้าหากว่าเกษตรกรชาวไทยสามารถที่จะดูแลและลดต้นทุนในการปลูกต้นฝ้ายลงได้ การปลูกฝ้ายก็ถือว่าเป็นอาชีพเกษตรอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะไม่ว่าจะผลิตออกมาเท่าไหร่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดภายในประเทศ ด้วยเหตุนี้เกษตรกรจึงไม่ต้องออกแรงหาตลาดให้เหนื่อยอย่างแน่นอนเลยทีเดียว

เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ

 

เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ เพลี้ยจั๊กจั่น ถือเป็นศัตรูตัวสำคัญของฝ้าย

ปัจจุบันในประเทศ

 

ปัจจุบันในประเทศไทยมีความต้องการใช้ฝ้ายถึง 3.5 แสนตันเลยทีเดียว