ThaiArcheep.com

พริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยาม สร้างกำไรงามๆ ให้เกษตรกรได้อย่างคาดไม่ถึง

ถ้าจะพูดถึงพืชผักที่มีรสชาติแซ่บลิ้นก็ไม่พ้นต้องพูดเรื่องพริก แต่พริกที่เราขอนำมากล่าวให้ฟังกันในวันนี้นั้นเป็นพริกอีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในการประกอบอาหารเพราะมันมีสีสันสวยงามแถมยังทำให้รสชาติของอาหารมีความอร่อยลงตัวมากยิ่งขึ้น และพริกที่เราพูดถึงก็คือ พริกหนุ่ม เขียวพันธุ์หยกสยามนั่นเอง

1พริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยามเป็น

 

อ้างอิง : http://www.cpthailand.com/

พริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยามเป็นพริกที่ทนต่อโรค ให้ผลิตผลิตดี มีสีสันสวยงาม

                พริกหนุ่มเขียว พันธุ์หยกสยามนั้นเป็นพริกที่ทนต่อโรค ให้ผลผลิตดี สีสันสวยงาม รูปทรงตรงไม่หงิกงอ แถมการปลูกและการดูแลก็ไม่ยุ่งยาก เพราะพริกหนุ่มโดยทั่วไปมักจะต้องดูแลรักษากันอย่างใกล้ชิดอยู่สักหน่อย แต่สำหรับพริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยามกลับไม่เป็นเช่นนั้น นอกจากนี้มันยังขายได้ทั้งตอนที่เป็นพริกเขียว พริกก้ามปู (สีเขียวแกมแดง) และช่วงที่พริกเป็นสีแดงแล้ว แต่ส่วนใหญ่เกษตรกรมักจะเก็บเกี่ยวผลผลิตออกขายในช่วงที่เป็นพริกก้ามปูเพราะจะให้น้ำหนักดีที่สุด อีกทั้งจะกลายเป็นสีแดงเมื่อพ่อค้าแม่ค้านำมาขายในตลาดพอดีอีกด้วย2พริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยาม

อ้างอิง: http://m.matichon.co.th/readnews.php?newsid=1414049145

พริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยามถูกพัฒนาสายพันธุ์จนมีข้อดีหลายประการที่น่าสนใจ

วิธีการปลูกพริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยาม

             การปลูก พริกหนุ่ม เขียวพันธุ์หยกสยามนั้นเริ่มต้นจะต้องทำการเพาะต้นกล้า โดยให้เพาะในถาดหลุมประมาณ 25-30 วัน พอมันมีใบจริง 3-4 ใบ ก็สามารถย้ายไปปลูกในแปลงปลูกได้ โดยแปลงปลูกจะต้องทำการไถพรวนเพื่อย่อยดินให้ร่วนซุยแล้วตากแดดไว้ประมาณ 10-15 วัน จากนั้นยกร่องปรับแปลงให้เสมอ แล้วทำการหว่านปุ๋ยอินทรีย์ลงในแปลงปลูกในอัตรา 1 ตัน/ไร่ จากนั้ก็สามารถนำต้นกล้าลงปลูกได้3พริกหนุ่มเขียวพันธุ์

อ้างอิง: http://www.komchadluek.net/

พริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยามตอบโจทย์ในเรื่องการปลูกและการดูแลรักษาที่ง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม

             ในเรื่องการดูแลรักษาพริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยามนั้นควรทำการให้น้ำทางร่อง 4 วัน/ครั้ง แต่สำหรับเกษตรกรที่ใช้ระบบน้ำหยดก็ควรจะเปิดแบบวันเว้นวันจึงจะเหมาะสมสำหรับการปลูกพริกชนิดนี้ ส่วนโรคที่พบก็จะมีโรคผลเน่า โรคเชื้อรา โรคราแป้ง โรคราก โรคใบจุด ซึ่งก็ควรให้สารเคมีตามอาการ แต่ปัจจุบันจะเกิดโรคเหล่านี้น้อยมากหรือแทบไม่มีเลย เพราะพริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยามสามารถต้านทานโรคเหล่านี้ได้ดีกว่าพันธุ์อื่นๆ4พริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยาม

อ้างอิง: http://www.komchadluek.net

พริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยามสามารถเก็บขายได้ 3 ช่วง คือช่วงสีเขียว ก้ามปู และสีแดง

จะว่าไปพริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยามไม่ใช่เพียงแต่จะขายดีในเมืองไทยเท่านั้น แต่มันสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้เป็นอย่างดีด้วยการส่งไปขายยังต่างประเทศทั้งนี้ก็เพราะมันเป็นที่ต้องการในหลายๆ ประเทศอย่าง มาเลเซีย สิงคโปรค์ และประเทศอื่นๆ ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงว่าผลิตออกมาแล้วจะไม่มีตลาดให้ส่งขาย แถมมันยังขายได้ราคาดีจนสามารถสร้างเศรษฐีชาวเกษตรไปแล้วหลายราย เพราะฉะนั้นหากใครอยากจะมีรายได้ดีๆ กำไรงามๆ การปลูกพริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยามจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจจนไม่อาจปฏิเสธได้เลยทีเดียว5พริกหนุ่มพันธุ์หยกสยาม

อ้างอิง: http://www.thaikasetsart.com

พริกหนุ่มพันธุ์หยกสยามนิยมขายตอนช่วงที่เรียกว่าพริกก้ามปูซึ่งก็คือช่วงที่มีสีเขียวแกมแดง6พริกหนุ่มนำมาทำน้ำพริกหนุ่มได้

อ้างอิง: http://www.bloggang.com/

พริกหนุ่มนำมาทำน้ำพริกหนุ่มได้อร่อยเหาะเลยทีเดียว