ThaiArcheep.com

พริกหวาน พืชที่มีคุณประโยชน์มหาศาล อีกทั้งยังราคางามอีกด้วย

เรื่องเล่าของเราวันนี้จะขอกล่าวถึง พริกหวาน พริกที่หลายๆ คนอาจจะสับสนกับพริกหยวกเพราะคิดว่าเป็นชนิดเดียวกัน แต่ในความจริงนั้นพริกหวานแตกต่างจากพริกหยวกทั้งในเรื่องของรูปร่างลักษณะ รสชาติ อีกทั้งในเรื่องของราคาขายก็แตกต่างด้วยเช่นกัน 

พริกหวานพืชสีสวยที่นิยม

พริกหวานพืชสีสวยที่นิยมนำมาประกอบอาหารหลากหลายชนิด

        ที่ว่าต่างกันก็เพราะพริกหยวกจะมีรูปทรงยาวๆ ไม่อ้วน รสชาติออกเผ็ด แต่พริกหวานจะมีลักษณะเป็นป้องๆ กลมๆ กินแล้วไม่เผ็ด และออกแนวหวานนิดๆ ยิ่งเรื่องราคาไม่ต้องพูดถึงเพราะต่างกันเป็นครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว ส่วนในเรื่องของคุณค่าทางโภชนาการของ พริกหวาน ก็มีมากมายหลายอย่างอย่างเช่น ช่วยบำรุงธาตุในร่างกายทำให้เจริญอาหาร สาร Capsaisin ในพริกหวานจะช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำลาย ช่วยผ่อนคลายความเครียด ช่วยลดความดันโลหิต และช่วยให้หลอดเลือดอ่อนตัวจึงทำให้ระบบการไหลเวียนโลหิตเป็นไปด้วยดี นอกจากนี้มันยังมีสรรพคุณช่วยแก้อาเจียน ช่วยขับเหงื่อ ขับเสมหะ ทั้งยังช่วยขับลม และอื่นๆ อีกมากมายอีกด้วย พริกหวานอุดมไปด้วยวิตามิน

พริกหวานอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมสูง ซึ่งพริกหวานสีเหลืองจะมีวิตามินมากกว่าพริกหวานสีส้มถึง 4 เท่า

วิธีการปลูกพริกหวาน
การเตรียมกล้าจะทำโดยทำการยกแปลงขนาด 1 ม. ย่อยดินให้ละเอียด แปลงห่างกัน 70 ซม. ร่องลึกประมาณ 10 ซม. ทำขวางแปลงความห่างระหว่างร่อง 10 ซม. รองพื้นด้วยไตรโคเดอร์ม่า หว่านเมล็ดแล้วกลบดิน รดน้ำให้ชุ่ม หรือคลุมด้วยตาข่ายพลาสติก หลังจาก 7-10 วัน ย้ายกล้าลงในหลุม ส่วนการเตรียมดินให้ขุดดินทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ เก็บวัชพืชออกให้หมด ย่อยดิน แล้วใส่ปูนขาวคลุกเคล้าร่วมกับปุ๋ยคอก และปุ๋ยสูตร 0-4-0 ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ควรใส่โดโลไมด์อัตรา 100-150 กรัม/ตร.ม. ในการปลูก ทำแปลงกว้าง 1 ม. เว้นร่องน้ำ 70 ซม. ระยะห่างระหว่างหลุม 40-50 ซม. เวลาปลูกรองพื้นด้วยปุ๋ยสูตร 15-15-15 ผสมคลุกเคล้ากัน ควรใส่โดโลไมด์ อัตรา 100-150 กรัม/ตร.ม. และการเก็บเกี่ยวพริกหวานทำโดยพันธุ์สีเขียวเก็บเกี่ยวเมื่อผลผลิตผิวเรียบ และแห้ง ใช้กรรไกรตัดตรงขั้ว พันธุ์สีแดงและเหลือง เก็บเกี่ยววิธีเดียวกับพันธุ์สีเขียว แต่เก็บเกี่ยวเมื่อผลเริ่มมีสีได้มากกว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์ หมูผัดพริกหวานเป็นเมนู

หมูผัดพริกหวานเป็นเมนูหนึ่งที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการเป็นอย่างมาก

ทางด้านการให้น้ำและปุ๋ย ควรให้ปุ๋ยพร้อมน้ำระบบ Fertigation โดยในระยะที่ 1 ปุ๋ย 46-0-0 จำนวน 1 ส่วนน้ำหนัก ปุ๋ย 20-20-20 จำนวน 1.2 ส่วนน้ำหนัก หรือสูตรใกล้เคียงในอัตรา 0.25-1 กรัม/ตร.ม./วัน .oระยะที่ 2 ปุ๋ย 46-0-0 จำนวน 1 ส่วนน้ำหนัก ปุ๋ย 20-20-20 จำนวน 1.2 ส่วนน้ำหนัก หรือ ปุ๋ย 20-10-30 หรือ ปุ๋ยสูตรใกล้เคียง อัตรา 1-3 กรัม/ตร.ม./วัน หรือมากกว่า และระยะที่ 3 ปุ๋ย 0-0-51 จำนวน 1 ส่วนน้ำหนัก ปุ๋ย 20-10-30 จำนวน 5 ส่วนน้ำหนัก หรือ ปุ๋ย 20-10-30 หรือ ปุ๋ยสูตรใกล้เคียง อัตรา 3 กรัม/ตร.ม./วัน หรือมากกว่า ในบางครั้งพริกหวานก็ถูกนำมา

ในบางครั้งพริกหวานก็ถูกนำมาเป็นภาชนะในการใส่อาหารเพราะมีความสวยงามและสามารถรับประทานไปพร้อมๆ กับอาหารได้

                อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการผสมเกสรของ พริกหวาน อยู่ระหว่าง 20-25 องศา มีความชื้นสัมพัทธ์สูง ในสภาพอุณหภูมิต่ำกว่า 18 องศา หรือสูงกว่า 32 องศา จะจำกัดการผสมเกสร อัตราการติดผลต่ำ พริกหวานจะสามารถเจริญเติบโตได้ดี ในดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี และมีค่าความเป็นกรดด่างอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 ดังนั้นในเมื่อมันมีข้อจำกัดมากมายหลายอย่างจึงทำให้มีเกษตรกรปลูกมันในจำนวนน้อยกว่าความต้องการของตลาด ซึ่งส่งผลทำให้ราคาขายของมันมีราคาที่สูง อีกทั้งในต่างประเทศก็นิยมบริโภคพริกหวานกันมากกว่าพริกชนิดอื่นๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้ตลาดพริกหวานยังคงมีความสดใสเอามากๆ เลยทีเดียว  พริกหวานมีสาร

พริกหวานมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย ในต่างประเทศก็นิยมบริโภค

ในต่างประเทศก็นิยมบริโภคพริกหวานเอามากๆ เช่นกัน