ThaiArcheep.com

มะม่วงหิมพานต์ พืชเศรษฐกิจราคาดีไม่มีตก

เคยสังเกตกันบ้างไหมว่าเวลาจะซื้อเม็ด มะม่วงหิมพานต์ กินกันสักครั้งทำไมราคามันแพงกันจริงกันจัง และไม่เคยราคาตกลงเลย แต่ไม่ว่าราคาจะแพงยังไงเม็ดมะม่วงหิมพานต์ก็ได้รับความนิยมในการบริโภคอย่างไม่มีเสื่อมคลาย ซึ่งอันที่จริงก็ไม่น่าสงสัยเพราะสาเหตุที่ทำให้เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีราคาแพงก็เป็นเพราะว่ามันมีรสชาติที่อร่อย อีกทั้งยังมีสรรพคุณและประโยชน์มากมาย จึงทำให้มันมีความต้องการในการบริโภคสูง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาของมันยังคงแพงระยับอย่างต่อเนื่องนั่นเอง 

ส่วนที่ใช้ประโยชน์กันมาก

ส่วนที่ใช้ประโยชน์กันมากของมะม่วงหิมพานต์คือผลและเมล็ด

                ส่วนที่ใช้ประโยชน์มากที่สุดของ มะม่วงหิมพานต์ ก็คือผลและเมล็ด เนื่องจากมีรสชาติอร่อยเป็นที่ถูกปากผู้บริโภค โดยเมล็ดสามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารได้หลากหลายชนิด เพราะมันจะเป็นส่วนที่ช่วยเพิ่มรสชาติที่อร่อยสุดติ่งให้กับอาหารจานนั้นได้เป็นอย่างดี ส่วนสรรพคุณของมะม่วงหิมพานต์นั้นก็คือช่วยแก้โรคกระเพาะ แก้อาเจียน แก้เจ็บคอ ขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ แถมยังมีคุณค่าทางอาหารสูงไม่แพ้เนื้อ นม ไข่ และไม่เพิ่มไขมันในเส้นเลือดและตับอันเนื่องมาจากมันเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายที่สุดซึ่งดีกว่าพืชในตระกูลถั่วโดยทั่วไป นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อีกมากมายหลายอย่างจนแทบจะกล่าวกันไม่หมดเลยทีเดียวมะม่วงหิมพานต์เป็นพืชที่

มะม่วงหิมพานต์เป็นพืชที่ปลูกง่ายและเติบโตเร็ว

วิธีการปลูกมะม่วงหิมพานต์

ขั้นตอนในการเพาะเมล็ด มะม่วงหิมพานต์ นั้นทำได้โดยนำเมล็ดพันธุ์มะม่วงหิมพานต์แช่ในน้ำเปล่า 1 คืนและเตรียมดิน แกลบ ผสมลงถุงดำ จากนั้นนำเมล็ดพันธุ์ที่แช่น้ำกดลงในดินโดยคว่ำเมล็ดลงประมาณค่อนเมล็ด โดยดินไม่กลบเมล็ดจนมิด จากนั้นรดน้ำให้ชุ่มหลังจากเพาะ 7-10 วัน เมล็ดจะเริ่มงอกและใช้ระยะเวลาดูแลต้นให้เจริญเติบโตประมาณ 2 เดือน จึงย้ายลงปลูกในแปลง

ส่วนการเตรียมหลุมปลูกให้ขุดหลุมปลูกกว้าง ยาว ลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างต้นและระหว่างแถว 6 เมตร ผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 3-5 กิโลกรัม คลุกเคล้ากับดินที่ขุดไว้กลบลงประมาณครึ่งหลุม แล้วนำต้นมะม่วงหิมพานต์ลงในหลุมให้โคนต้นอยู่เหนือปากหลุมเล็กน้อย ปักไม้กันโยกแล้วนำดินที่เหลือกลบหลุมให้แน่น ที่จริงแล้วมะม่วงหิมพานต์สามารถ

ที่จริงแล้วมะม่วงหิมพานต์สามารถใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วนเลยทีเดียว


              ในเรื่องการดูแลรักษานั้นมะม่วงหิมพานต์หลังจากปลูกจนถึงอายุ 2 ปี ควรใส่ปุ๋ย 12-24-12 อัตราส่วน 300-800 กรัมต่อต้นต่อปีในช่วงเดือนมิถุนายน กันยายน และธันวาคม หลังจากปลูกอายุประมาณ 3 ปี ต้นมะม่วงหิมพานต์จะเริ่มออกดอกและจะออกเต็มที่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม หลังจากนั้นจะออกลดลงและเริ่มติดผลอ่อน สำหรับระยะเวลาตั้งแต่ออกดอกออกผลและเมล็ดจนผลสุกแก่เต็มที่ประมาณ 60 วัน ผลสุกจะล่วงเองตามธรรมชาติเกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตได้ 3 รุ่น ตั้งแต่ในช่วงปลายเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคม ราคาขายของเม็ดมะม่วงหิม

ราคาขายของเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้นแพงเอาการแต่ผู้บริโภคก็ยินดีจ่ายเพราะมันช่างคุ้มค่าเป็นอย่างมากกับการได้รับประทานของดีมีประโยชน์เช่นนี้

ที่สำคัญข้อดีของการปลูกมะม่วงหิมพานต์ก็คือ มันเป็นพืชที่ไม่ต้องลงทุนมาก แถมยังทนแล้ง ต้องการน้ำน้อย ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว และขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด และสิ่งที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือมันมีราคาที่ดีและราคาไม่เคยตกต่ำจนทำให้เกษตรกรต้องชอกช้ำอย่างพืชชนิดอื่นๆ เลย แล้วอย่างนี้จะไม่ให้มันขึ้นแท่นเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าเข้าไปสัมผัสและน่าลงทุนได้อย่างไรการแปรรูปเม็ดมะม่วงหิม

การแปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์ก็เป็นอีกสิ่งที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับเกษตรกรได้มะม่วงหิมพานต์เป็นพืชที่ทนแล้ง

 มะม่วงหิมพานต์เป็นพืชที่ทนแล้งจึงไม่ต้องห่วงเรื่องการรดน้ำให้มันเท่าไหร่นัก