ThaiArcheep.com

มะม่วง R2E2 ผลใหญ่สีสวยสด เป็นที่ต้องการของตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ

วันนี้เรื่องที่เราจะนำมาให้ทุกท่านได้ติดตามรับชมกันเป็นเรื่องของ มะม่วงพันธุ์ R2E2 (อาร์ทูอีทู) เนื่องจากในวงการมะม่วงในประเทศไทยเป็นวงการที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ทั้งยังเป็นวงการที่สามารถนำเม็ดเงินเข้ามาภายในประเทศได้จำนวนมหาศาล ดังนั้นจึงมีมะม่วงหลายสายพันธุ์ที่ถูกส่งออกไปขายยังต่างประเทศรวมทั้งมะม่วง R2E2 ซึ่งเป็นมะม่วงที่มีผลใหญ่และสีสด อีกทั้งยังเป็นมะม่วงสายพันธุ์ที่สามารถเก็บรักษาได้ยาวนานหลังการเก็บเกี่ยว ดังนั้นมันจึงเหมาะสำหรับการส่งขายไปยังต่างประเทศเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียวเชียวแหละ

ลักษณะเด่นของมะม่วง

ลักษณะเด่นของมะม่วง R2E2 คือจะมีผลใหญ่ สีสด ทั้งยังสามารถเก็บไว้ได้นานหลังการเก็บเกี่ยว

                มะม่วง R2E2 เป็นมะม่วงสายพันธุ์การค้าของออสเตรเลีย โดยลักษณะผลของมันจะเป็นรูปทรงกลม มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 600 กรัม-1 กิโลกรัม โดยมีสีผิวเป็นสีเขียวอมเหลือง และส้มอมแดง ซึ่งเมื่อสุกสีเนื้อด้านในจะมีสีเหลืองมะนาว ส่วนลักษณะของเนื้อมะม่วงนั้นจะมีเสี้ยนน้อย เนื้อแข็ง รสชาติหวานปานกลาง และไม่มีกลิ่นขี้ไต้ ส่วนลักษณะของต้นของมะม่วง R2E2 นั้นจะเป็นไม้ยืนต้นที่มีความสูงปานกลางถึงสูงมาก ลักษณะเป็นทรงพุ่ม กิ่งเปราะ และหักง่าย  มะม่วงสายพันธุ์นี้บางคน

มะม่วงสายพันธุ์นี้บางคนจะเรียกว่ามะม่วงแอ็ปเปิ้ลเนื่องจากมีลักษณะคล้ายผลแอ็ปเปิ้ลยังไงอย่างงั้น

วิธีการปลูกมะม่วง R2E2   

ในการปลูกและการตัดแต่งกิ่ง มะม่วง R2E2 นั้นถึงแม้ว่า R2E2 จะเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ แต่เราก็สามารถปลูกมันให้ระยะชิดกันมากกว่าระยะที่ใช้ปลูกพันธุ์เคนซิงตัน ไพรด์ ได้ โดยระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 4-6×9 เมตร (ระยะระหว่างต้น 4-6 เมตร และระยะระหว่างแถว 9 เมตร) ปลูกได้ประมาณ 30 ต้น ต่อ 1 ไร่ แต่ถ้าหากเกษตรกรมีพื้นที่ไม่มากจะใช้ระยะปลูกที่ชิดขึ้นเป็น 4×7 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 60 ต้นก็ย่อมได้ ส่วนในเรื่องการตัดแต่งกิ่งและจัดทรงพุ่มมะม่วง R2E2 เป็นพันธุ์มะม่วงที่โตเร็วมากในช่วง 2-3 ปีแรก ดังนั้นถ้าต้นไม่ได้รับการแต่งกิ่ง ต้นจะสูงมากและให้ผลน้อยลง เพราะฉะนั้นในช่วง 2 ปีแรกต้นมะม่วงต้องได้รับการแต่งกิ่ง 2-3 ครั้ง ต่อปี เพื่อให้กิ่งก้านอยู่ในรูปทรงที่ดี และเพื่อที่จะรองรับน้ำหนักของผลผลิตในช่วงปีต่อๆ ไปได้อย่างดีมากขึ้น นอกจากนี้เนื่องจาก R2E2 มีการเจริญเติบโตในแนวสูงการแต่งกิ่งเพื่อลดความสูงจึงมีความจำเป็นมากในช่วงปีแรกๆ ที่ต้นไม้เริ่มให้ผลผลิต ซึ่งปกติจะอยู่ในช่วงอายุ 5-6 ปี การเจริญเติบโตจะช้าลง และการแต่งกิ่งก็ยังต้องทำทุกปี

ทางด้านการเก็บเกี่ยวมะม่วงพันธุ์นี้ผลแก่จะมีเนื้อแข็งและมีอายุหลังการเก็บเกี่ยวยาวนาน และเพื่อให้ได้รสชาติที่หวาน การเก็บเกี่ยวควรเป็นในช่วงที่จมูกของผลมีลักษณะสีเหลือง ผลผลิตที่เก็บในช่วงนี้จะยังคงมีความแข็งแรงพอที่จะบรรจุใส่กล่องและส่งไปถึงยังตลาดในช่วงที่เหมาะสมแก่การรับประทานนั่นเองสีสันของมะม่วง R2E2

สีสันของมะม่วง R2E2 ความสวยงามซึ่งทำให้มันเป็นที่สะดุดตามากยิ่งขึ้น

            มะม่วง R2E2 จะอ่อนแอต่อเชื้อแบคทีเรียจุดดำ ส่วนแมลงศัตรูพืชที่จะพบในการปลูกมะม่วง R2E2 ในประเทศไทยนั้นก็เหมือนกับมะม่วงพันธุ์ไทยทั่วๆ ไป คือช่วงแตกใบอ่อนจะพบการทำลายของเพลี้ยไฟ และด้วงงวงกรีดใบ และในระยะออกดอกติดผลจะต้องระวังการระบาดทำลายของเพลี้ยไฟ และระยะผลแก่ระวังเรื่องแมลงวันทองมะม่วง R2E2 เป็นมะม่วง

มะม่วง R2E2 เป็นมะม่วงของออสเตรเลียที่สามารถปลูกที่ประเทศไทยได้

                ปัจจุบันมะม่วง R2E2 เป็นมะม่วงที่มีความต้องการในตลาดของไทยสูง แถมมีราคาที่มากกว่ามะม่วงสายพันธุ์อื่น อันเนื่องมาจากความสวยงามของสีสันที่สะดุดตา อีกทั้งยังมีตลาดต่างประเทศรองรับที่มีขนาดใหญ่ เพราะในประเทศจีน รัสเซีย และญี่ปุ่น มะม่วง R2E2 ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ดังนั้นหากใครที่คิดที่จะลงทุนปลูกผลไม้เพื่อการส่งออก มะม่วงชนิดนี้ก็นับว่าเป็นผลไม้ที่เข้าตาอยู่เช่นกัน  มะม่วง R2E2 จะโตเร็วมาก

มะม่วง R2E2 จะโตเร็วมากในช่วง 1-2 ปี ดังนั้นควรมีการตัดแต่งกิ่งและจัดทรงพุ่มให้กับมันจีน รัสเซีย และญี่ปุ่น

จีน รัสเซีย และญี่ปุ่น เป็นตลาดต่างประเทศหลักของมะม่วง R2E2