ThaiArcheep.com

มะละกอเรดเลดี้ มะละกอเงินล้าน

                อย่างที่รู้กันอยู่ว่า มะละกอ เป็นผลไม้ที่ผู้บริโภคนิยมรับประทานเป็นอันดับต้น ๆของบรรดาผลไม้ที่สามารถออกผลผลิตได้ทั้งปีด้วยคุณค่าและรสชาติของมะละกอที่หวานอร่อย หอมกรอบทำให้มะละกอเป็นผลไม้ที่มีความนิยมสูง อีกทั้งสามารถหารับประทานได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าหน้าไหนก็สามารถหามะละกอรับประทานได้ มะละกอมีหลากหลายสายพันธ์ด้วยกันซึ่งแต่ละสายพันธุ์นั้นจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันอาทิ มะละกอพันธ์แขกดำจะเป็นมะละกอที่นิยมกินผลดิบซึ่งเนื้อจะแน่นเหมาะกับการนำมาทำส้มตำ ส่วนมะละกอฮอลแลนด์เป็นมะละกอที่นิยมกินผลสุกมีลักษณะป้อม ๆรสขชาติหวานมีราคาต่อลูกที่สูง แต่มะละกอสายพันธุ์ใหม่ที่มีการพัฒนาขึ้นมาและเป็นมะละกอสายพันธุ์ที่มีราคาแพงมากซึ่งเมล็ดพันธุ์ของมะละกอพันธุ์ขายอยู่ที่เมล็ดละ 1.50  –  2 บาทเลยทีเดียว มะละกอพันธุ์นี้มีชื่อว่า”มะละกอเรดเลดี้”

1มะละกอเรดเลดี้เป็นมะละกอ

 

ที่มาhttp://www.bansuanporpeang.com/node/372

มะละกอเรดเลดี้เป็นมะละกอสายพันธุ์ใหม่ที่มีความต้องการของตลาดที่สูง

การปลูกมะละกอเรดเลดี้

หลายคนเข้าใจผิดว่า มะละกอเรดเลดี้ นั้นเป็นมะละกอที่มีการตัดแต่งพันธุกรรมหรือเป็นพืช GMO ซึ่งความเป็นจริงมะละกอเรดเลดี้นั้นไม่ใช่พืช GMO แต่เป็นมะละกอที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้สามารถมีความทนทานต่อโรคใบจุดวงแหวนซึ่งเป็นศะตรูตัวฉกสจของมะละกอทุกสายพันธุ์ นอกจากมีความต้านทานโรคแล้วมะละกอพันธุ์นี้นี้ยังได้ถูกพัฒนารสชาติและความหวานด้วยซึ่งลักษณะเด่นของมะละกอพันธุ์นี้ก็คือ สามารถให้ผลผลิตได้เร็วและมีผลดก เนื้อมะละกอที่ได้จะมีความหวานหอม รสชาติอร่อย เนื้อแน่นสีแดงกรอบ เมื่อผลสุกเต็มที่จะมีรสชาติที่ไม่เหมือนกับมะละกอพันธุ์อื่นๆเลยทีเดียว

2ด้วยจุดเด่นของมะละกอ

 

ที่มา http://www.knownyouthai.com/product2.php?protype_id=T02&breed_id=T0234

ด้วยจุดเด่นของมะละกอเรดเลดี้ที่มีเนื้อแน่นสีแดงกรอบ รสชาติหอมหวนทำให้หลายคนติดอกติดใจในรสชาติ

                การปลูก มะละกอเรดเลดี้ นั้นทำได้ไม่ยากซึ่งจะเหมือนกับการปลูกมะละกอทั่วไป ด้วยนิสัยและลักษณะของมะละกอจะไม่ชอบพื้นที่ที่มีน้ำขังเราควรยกร่องก่อนปลูกมะละกอทุกครั้ง โดยเดือนที่ควรจะเริ่มปลูกต้องเป็นหลังเดือนเมษายน ซึ่งเป็นหน้าฝนทำให้การดูแลเรื่องน้ำและสภาพอากาศไม่ต้องยุ่งยากมากนัก โดยทำการขุดหลุมและรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกและปุ๋ยชีวภาพเพื่อการบำรุงดินพร้อมกับใส่ปุ๋ยสูตรเสมอไปในหลุมด้วย หลังจากนั้นก็นำต้นกล้าที่เพาะไว้ลงปลูกโดยระยะห่างระหว่างต้นจะอยู่ที่ 2 ถึง 3 เมตรโดยประมาณ ซึ่ง 1 ไร่จะปลูกได้เฉลี่ยไร่ละ 145 ต้น

3เมล็ดของมะละกอเรด

 

ที่มา https://redladypapaya.wordpress.com/2014/04/15/%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD/

เมล็ดของมะละกอเรดเลดี้นั้นมีจำหน่ายในราคาที่ถือว่าแพงมาก

                หลังจากปลูกแล้วเราควรให้ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอในช่วงแรกควรให้ปุ๋ญ 1 เดือนครั้ง ระบบการให้น้ำมะละกอจะไมมีสูตรตายตัวถ้าช่วงไหนมีฝนตกอาจจะเว้นระยะเป็น 2 วันครั้ง แต่ถ้าช่วงไหนแล้งหรืออากาศแห้งอาจจะรดน้ำวันละครั้งหรือวันเว้นวันก็ได้เช่นกัน

4วิธีการปลูกมะละกอเรดเลดี้ก็

 

ที่มา https://redladypapaya.wordpress.com/

วิธีการปลูกมะละกอเรดเลดี้ก็เหมือนกับมะละกอทั่วไป

                หลังจากมะละกอเรดเลดี้ติดลูกแล้วจะทำการเปลี่ยนปุ๋ยที่ใส่เป็นปุ๋ยสูตร 13 – 13 – 21 โดยใส่ต้นละประมาณ 200 กรัมเดือนละครั้ง ซโดยระหว่างการใส่ปุ๋ยควรที่จะมีการฉีดพ่นน้ำสมุนไพรไล่แมลงทุกครั้งเพื่อเป็นการกำจัดและไล่แมลงศัตรูพืชไม่ให้มากัดกินลูกมะละกอ หลังจากปลูกได้ประมาณ 7 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว

5การปลูกมะละกอให้ได้ผลจำเป็นต้อง

ที่มาhttps://pokpokpapaya.wordpress.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD/

การปลูกมะละกอให้ได้ผลจำเป็นต้องมีระบบการดูแลทั้งการให้ปุ๋ยและการรดน้ำ

การตลาดมะละกอเรดเลดี้

เรื่องของความต้องการของ มะละกอเรดเลดี้ นั้นมีความต้องการที่สูงเกษตรกรทางภาคใต้ที่ได้ปลูกเปิดเผยว่ามีความต้องการสูงส่วนมากแล้วจะส่งเข้าห้างสรรพสินค้าซะเป็นส่วนใหญ่และลูกค้าที่อยากจะรับประทานจะต้องมีการจ้องหรือเดินทางไปที่สวนเพราะจะหาซื้อตามตลาดยาก โดยมะละกอพันธุ์นี้จะมีราคาตกอยู่ที่ 20 – 28 บาทต่อกิโลกรัม โดยหนึ่งลูกมะละกอได้มีการดูแลอย่างเป็นระบบทั้งน้ำทั้งปุ๋ยผลมะละกอจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.5 ถึง 2 กิโลกรัมโดยมะละกอต้นหนึ่งจะให้ผลผลิตได้ประมาณ 400 ถึง 500 ลูกต่อช่วงฤดูกาล

6ตลาดของมะละกอเรดเลดี้นั้น

ที่มาhttp://www.tnamcot.com/content/116874

ตลาดของมะละกอเรดเลดี้นั้นจะอยู่ในห้างสรรพสินค้าซะเป็นส่วนใหญ่