ThaiArcheep.com

มาการองหน้ายิ้ม Smiley Macaron

ยินดีต้อนรับสู่เวปไซค์ ไทยอาชีพ.คอม แหล่งรวมคำแนะนำเรื่องอาชีพและช่องทางทำเงินในรูปแบบต่างๆ

ทั้งเฟรนไชนส์ และ อาชีพอิสระ อาชีพเกษตรกรรม โดยที่สามารถนำไปต่อยอดไอเดียเพื่อสร้างรายได้เสริม

ได้หลากหลาย เรามีข้อมูลหลากหลายให้ได้ศึกษาเพื่อเป็นแนวทาง  ซึ่งวันนี้เรามีข้อมูลดีๆมานำเสนอ และ

แนะนำให้เป็นอีกทางเลือก และ วันนี้เราขอนำเสนอให้รู้จักกับ

 

smc

 

มาการองหน้ายิ้ม Smiley Macaron มาการองสีเหลืองแต่งเติมรอยยิ้มให้ดูน่ารักสดใสในแบบที่ใครได้เห็นและได้ชิมต้องมีรอยยิ้มแน่นอนค่ะ เพราะความหวานของ Shell มาการองเข้ากันได้อย่างลงตัวกับไส้ครีมมะม่วงเสาวรส รสชาติหวานอมเปรี้ยวแถมยังมีเนื้อมะม่วงให้เคี้ยวเล่นเพลินๆ กันอีกด้วย ส่วนขั้นตอนการทำมาการองสูตรนี้จะแตกต่างจากสูตรพื้นฐานที่เคยใช้วิธีการทำแบบฝรั่งเศส ด้วยวิธีการทำแบบอิตาเลี่ยน ที่จะมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ผลลัพธ์ที่ได้ รับรองว่าสร้างรอยยิ้มได้แน่นอนค่ะ 
สูตรมาการองหน้ายิ้ม Smiley Macaron
สำหรับ 15-20 ชิ้น
เวลาในการทำ 2 ชั่วโมง

วัตถุดิบมาการองหน้ายิ้ม Smiley Macaron

1. อัลมอนด์ป่น 120 กรัม
2. น้ำตาลไอซิ่ง 120 กรัม
3. ไข่ขาว (ที่แยกเตรียมไว้ 3-5 วัน)
ส่วนที่1 55 กรัม
ส่วนที่2 55 กรัม
4. น้ำตาลทราย 120 กรัม
5. น้ำเปล่า 30 กรัม
6. ผงโกโก้ 2-3 ช้อนโต๊ะ
7. สีผสมอาหาร (แบบเจลหรือแบบผง) สีเหลือง

ส่วนผสมไส้ครีมมะม่วงเสาวรส
1. เนยจืด 140 กรัม
2. เนยขาว 80 กรัม
3. น้ำเสาวรสสด 50 กรัม
4. น้ำเปล่า 20 กรัม
5. น้ำตาลทราย 60 กรัม
6. เนื้อมะม่วงอบแห้ง 60 กรัม

 

วิธีทำมาการองหน้ายิ้ม Smiley Macaron

1. นำอัลมอนด์ป่นไปบดรวมกับน้ำตาลไอซิ่ง และนำไปอบเพื่อไล่ความชื้น ที่อุณหภูมิ 80-90 องศาเซลเซียส โดยใช้ไฟบน-ล่าง และใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นพักให้เย็นสนิท
2. นำมาร่อนผ่านตะแกรงร่อนแป้ง จากนั้นใส่ไข่ขาวส่วนที่1 ลงไป และพักไว้
3. จากนั้นจะเริ่มขั้นตอนการทำอิตาเลี่ยนเมอแรงค์
3.1 ใส่น้ำและน้ำตาลทราย ลงในหม้อหรือภาชนะ นำขึ้นตั้งไฟ (ระดับอ่อน-ปานกลาง)
3.2 นำไข่ขาวส่วนที่2 ใส่ชามผสมอีกใบ
3.3 ค่อยๆ เทน้ำเชื่อมที่ต้มได้อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียสลงไป และตีไปพร้อมๆ กันจนน้ำเชื่อมหมด
4. ผสมส่วนผสมอิตาเลี่ยนเมอแรงค์ลงในส่วนอัลมอนด์ที่พักไว้ ใช้พายตะล่อมให้ส่วนผสมเข้ากัน ตะล่อมส่วนผสมไปในทิศทางเดียวกัน จนส่วนผสมที่ได้เข้ากันดี ข้อควรระวังในขั้นตอนนี้คือระวังอย่าใช้เวลาตะล่อมนานเกินไปหรือหนักมือจนเกินไป จะทำให้ส่วนผสมที่ได้เหลวเกินไป
5. แบ่งส่วนผสมออกมาเล็กน้อย จากนั้นใส่ผงโกโก้ลงไปคนผสมให้เข้ากันดีจะได้ส่วนที่เป็นสีน้ำตาลเข้ม
6. จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ทั้งสองสีใส่ถุงบีบเตรียมไว้
7. บีบส่วนผสมสีเหลืองลงบนกระดาษรองอบหรือแผ่นรองอบที่เตรียมไว้ให้มีขนาดประมาณ 3 เซนติเมตร เท่าๆกัน
8. เมื่อบีบจนเต็มถาด ให้เคาะถาดทุกด้านลงบนโต๊ะ จากนั้นนำส่วนผสมสีน้ำตาลที่ใส่ถุงบีบเตรียมไว้วาดลงบนส่วนผสมสีเหลือง และเคาะถาดทุกด้านลงบนโต๊ะอีกครั้ง จากนั้นนำไปพักไว้ประมาณ 15-30 นาที
9. ลักษณะของผิวมาการองที่แห้งดีเมื่อใช้นิ้วแตะบนผิวมาการองเบาๆแล้วจะไม่ติดมือขึ้นมา ถ้าแตะแล้วยังรู้สึกว่าผิวด้านบนยังไม่แห้งเท่าด้านข้างให้พักต่ออีกเล็กน้อย
10. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 140 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่าง และเปิดพัดลมกระจายความร้อน ใช้เวลาประมาณ 10-12 นาที (ขึ้นอยู่กับเตาอบแต่ละบ้าน และขนาดของฝาการองที่ทำด้วยนะคะ)
11. เมื่อฝามาการองสุกได้ที่ (สังเกตดูว่าเมื่อจับฝามาการองขยับเบาๆจะไม่โยกไปมา) ให้นำออกมาพักให้เย็นสนิทบนถาด แล้วจึงแซะมาการองออกจากถาด
12. บีบไส้ครีมมะม่วงเสาวรส ลงบนฝามาการอง และประกบมาการองอีกชิ้นเข้าด้วยกัน
13. จัดเสิร์ฟ พร้อมชาหรือกาแฟได้เลยค่ะ

 

 

วิธีทำไส้ครีมมะม่วงเสาวรส (ไส้มาการรอง) 
1. นำน้ำเปล่า น้ำเสาวรส และน้ำตาลทรายใส่ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน-ปานกลาง คอยคนส่วนผสมจนส่วนผสมเริ่มเหนียวขึ้นคล้ายไซรัป ยกลงจากเตา และพักให้เย็นสนิท
2. นำเนยจืดมาตีจนขึ้นฟู
3. ใส่เนยขาวลงไปและตีต่อจนส่วนผสมเข้ากันและขึ้นฟูดี
4. ค่อยๆใส่ส่วนผสมไซรัปหรือน้ำเชื่อมที่เย็นสนิทแล้วลงไปจนหมด พร้อมๆกับการตีส่วนผสมไปเรื่อยๆ ส่วนผสมจะขึ้นฟูมากขึ้น
5. นำเนื้อมะม่วงอบแห้งที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปผสมๆ ตีต่ออีกเล็กน้อยให้ส่วนผสมกระจายตัวทั่วเนื้อครีม
6. ใส่ภาชนะที่แห้งและปิดสนิทหรือใส่ถุงบีบไว้นำเข้าตู้เย็น แช่เย็นให้เนื้อครีมเซ็ตตัวประมาณ 45-60 เปอร์เซ็นต์
7. ควรนำออกจากตู้เย็นแล้วทิ้งไว้ให้เนื้อครีมคลายตัวเล็กน้อย ก่อนนำมาบีบไส้ขนมหรือแต่งหน้าเค้กค่ะ

 

ขอบคุณคลิปจาก Foodtravel.tv

หวังว่าข้อมูลที่เราได้นำเสนอในวันนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อย และ หวังว่าจะสามารถเป็นอีกไอเดีย หรือ อีกหนึ่งช่องทางที่สามารถช่วยให้ทุกคนสร้างอาชีพ สร้างรายได้  และ ประกอบธุรกิจส่วนตัว ได้อย่างยั่งยืนและมั่นคงในอนาคต