ThaiArcheep.com

มาปลูกกาแฟคุณภาพสูงอย่างกาแฟอาราบิก้ากันเถอะ

ที่ผ่านมาเราชาวไทยอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกับ กาแฟอาราบิก้า กันมากนัก ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากขาดการส่งเสริมและการประชาสัมพันธ์ที่ดี ดังนั้นแต่ก่อนเรามักจะได้ยินแต่ชื่อของกาแฟโรบัสต้าซึ่งเป็นกาแฟอีกสายพันธ์หนึ่งเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วทั่วโลกจะมีความนิยมดื่มกาแฟอาราบิก้ามากกว่ากาแฟโรบัสต้า ซึ่งก็เป็นเพราะว่ากาแฟอาราบิก้าขมน้อยกว่าและให้รสชาติที่ดีมากกว่ากาแฟโรบัสต้านั่นเอง 

กาแฟอาราบิก้าเป็นที่

กาแฟอาราบิก้าเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากสำหรับคอกาแฟตัวจริง

                และแต่เดิมในธุรกิจกาแฟมักจะนิยมนำ กาแฟโรบัสต้า มาใช้ทดแทนกาแฟอาราบิก้าเพราะมีราคาถูกกว่า แต่เมื่อวงการธุรกิจกาแฟมีความเข้มข้นขึ้น และผู้บริโภคก็มีการเลือกสรรกาแฟเพื่อดื่มกันมากกว่าแต่ก่อน ทางบริษัทผู้ผลิตกาแฟจึงต้องงัดกลยุทธ์การใช้วัตถุดิบที่ดี มีคุณภาพ เข้ามาเป็นตัวจูงใจและแย่งลูกค้ามาจากคู่แข่งทางธุรกิจ ดังนั้นในปัจจุบันเราจึงได้ยินการโฆษณาถึงการแฟอาราบิก้าตามสื่อกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อนนั่นเอง กาแฟอาราบิก้ามีราคาสูงกว่า

กาแฟอาราบิก้ามีราคาสูงกว่ากาแฟโรบัสต้าจึงเป็นสายพันธุ์กาแฟที่น่าปลูกสำหรับเกษตรกร

วิธีการปลูกกาแฟอาราบิก้า

การปลูก กาแฟอาราบิก้า ต้องใช้ต้นกล้าที่มีอายุตั้งแต่ 8 – 12 เดือน หรือ มีใบจริงไม่น้อยกว่า 4 – 5 คู่ โดยระยะปลูกจะอยู่ที่ 2 x 2 เมตร ขนาดหลุมปลูก 50 x 50 x 50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟต อัตรา 100 กรัม/หลุม และปุ๋ยคอก 5 กิโลกรัม/หลุม โดยต้องปลูกภายใต้สภาพร่มเงา โดยใช้ไม้โตเร็ว ได้แก่ ถั่วหูช้าง พฤกษ์ ถ่อน กางหลวง สะตอ เหรียง หรือซิลเวอร์โอ๊ก มาช่วยให้ร่มเงากับมัน และสามารถปลูกร่วมกับไม้ผลยืนต้นอย่างเช่น บ๊วย ท้อ มะคาเดเมีย ได้ อากาศที่เหมาะสมสำหรับ

อากาศที่เหมาะสมสำหรับปลูกกาแฟอาราบิก้าอยู่ที่ 15-25 องศาเซลเซียส

              พื้นที่ปลูกที่เหมาะสมส่วนใหญ่อยู่บนพื้นที่สูงระดับตั้งแต่ 700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไป ซึ่งจะอาศัยน้ำฝน ตามธรรมชาติ โดยมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีมากกว่า 1,500 มิลลิเมตร และมีการกระจายของฝนตั้งแต่ 5 – 8 เดือน ในรอบ 1 ปี นอกจากนี้ยังมีสภาพอากาศหนาวเย็น ความชื้นสูง จึงทำให้ไม่จำเป็นต้องอาศัยระบบการให้น้ำกับต้น กาแฟ นอกจากนี้หากปลูกกาแฟร่วมกับไม้ผลยืนต้น หรือปลูกกาแฟ ภายใต้สภาพร่มเงากับไม้ป่าโตเร็ว รวมถึงการคลุมโคนต้น ก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ปลูกไม่ต้องพึ่งพาระบบชลประทาน นอกจากนี้การคลุมโคนต้นกาแฟก็มีประโยชน์มากโดยเฉพาะในช่วงที่สวนกาแฟ ประสบภาวะแห้งแล้ง ซึ่งจะช่วยไม่ให้กาแฟทรุดโทรม หรืออาจถึงตาย เนื่องจากขาดความชื้นในอากาศและในดิน นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันวัชพืชที่จะเกิดในแปลงกาแฟในขณะที่ทรงพุ่มกาแฟยังไม่ชิดกัน และเป็นการป้องกันการพังทลายของดินเมื่อเกิดฝนตกหนัก ข้อควรระวังการคลุมโคนนั้นคือมันอาจจะเป็นแหล่งสะสมของโรคและแมลงศัตรูกาแฟ ดังนั้นการคลุมโคนกาแฟควรคลุมโคนให้ห่างจากต้นกาแฟประมาณ 10-20 ซม. เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงศัตรูกาแฟกัดกระเทาะเปลือกกาแฟ หรือไม่ให้เกิดอันตรายกับโคนต้นกาแฟในระหว่างที่วัสดุคลุมโคนเกิดการย่อยสลายได้ โดยคลุมโคนให้กว้าง 1 เมตร และหนาไม่ต่ำกว่า 10 ซม. ส่วนการให้ปุ๋ยกาแฟเป็นพืชที่ต้องการปุ๋ยค่อนข้างสูง โดยเฉพาะช่วง ระยะเวลาเริ่มออกดอกติดผลหากขาดปุ๋ยในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ซึ่งเป็นช่วงฤดูแล้งความชื้นในดินและในดอกกาแฟน้อย และอุณหภูมิสูง กาแฟจะแสดงอาการเป็นโรคยอดแห้ง ไม่เจริญเติบโต และตายในที่สุด การดื่มกาแฟมีทั้งประโยชน์

การดื่มกาแฟมีทั้งประโยชน์และโทษ ดังนั้นจึงควรดื่มกาแฟในอัตราที่เหมาะสมจะดีต่อร่างกายมากที่สุด

          และคงจะเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกนั่นก็คือกาแฟ เพราะฉะนั้นการที่เกษตรกรจะหันมาสนใจที่จะปลูกกาแฟอาราบิก้าก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย ยิ่งในเวลานี้กาแฟอาราบิก้าได้รับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางสื่อกันมากขึ้น อีกทั้งบริษัทกาแฟทั้งหลายก็เริ่มเปลี่ยนแนวทางมาใช้วัตถุดิบชั้นดีอย่างกาแฟอาราบิก้าเพื่อเรียกลูกค้า การปลูกกาแฟชนิดนี้จึงเป็นหนทางที่จะสร้างความร่ำรวยให้เกษตรกรได้อย่างไม่ยากแน่นอนดอกกาแฟอาราบิก้า

ดอกกาแฟอาราบิก้ามีกลีบสีขาว อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย กาแฟอาราบิก้าสามารถนำมา

กาแฟอาราบิก้าสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้หลายชนิด