ThaiArcheep.com

ลิ้นจี่ ผลไม้ที่ใครๆ ล้วนถูกใจ

ผลไม้ที่เป็นที่ประทับใจของใครหลายๆ คนในที่นี้อย่างแน่นอน ที่เราจะนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ก็คือ ลิ้นจี่ ผลไม้ที่มีผลสีแดงสดใส แถมยังมีรสหวานอมเปรี้ยว อร่อยลิ้น ที่ส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะปลูกในจังหวัดทางภาคเหนือ  เช่น เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ฯลฯ แต่อีกจังหวัดหนึ่งที่ปลูกลิ้นจี่ได้ดีอีกทั้งยังไม่ได้อยู่ทางภาคเหนือแต่อยู่ในภาคกลางตอนล่างนั่นก็คือจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ขึ้นชื่อในเรื่องลิ้นจี่อร่อย โดยเฉพาะลิ้นจี่พันธุ์ค่อม สำเภาแก้ว กะโหลก และสาแหรกทอง โดยจังหวัดนี้ได้มีการจัดเทศกาลลิ้นจี่เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ของดีของจังหวัด และเพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกได้มาขายลิ้นจี่โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางอีกด้วย

ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีรสหวานอมเปรี้ยว

ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีรสหวานอมเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมชวนกิน

                โดยในหน้าร้อนเราจะเห็นว่ามี ลิ้นจี่ ออกมาขายให้คนที่นิยมชมชอบในรสชาติของลิ้นจี่ได้ลิ้มรสกัน เพราะลิ้นจี่นั้นเป็นผลไม้หน้าร้อน โดยที่ความจริงแล้วมันก็ไม่ใช่ผลไม้ที่มีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศไทย แต่กลับมีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศจีนตอนล่าง และสันนิษฐานว่าลิ้นจี่เข้ามาในประเทศไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์โดยทางเรือ ซึ่งในปัจจุบันลิ้นจี่ก็เป็นพืชเศรษฐกิจที่ไทยส่งออกไปขายตามประเทศต่างๆ และนำเงินเข้าประเทศมาแล้วมากมาย อีกทั้งการขายภายในประเทศก็ใช่ย่อย เพราะลิ้นจี่เป็นขวัญใจของผู้บริโภคในไทยจำนวนมากเลยทีเดียว ในประเทศไทยจะมีการปลูก

ในประเทศไทยจะมีการปลูกลิ้นจี่ในจังหวัดทางภาคเหนือส่วนอีกที่ที่ไม่ใช่ภาคเหนือแต่กลับปลูกลิ้นจี่ได้ดีนั่นก็คือจังหวัดสมุทรสงคราม

วิธีการปลูกลิ้นจี่
             การเตรียมพื้นที่สำหรับปลูกหากเป็นที่ลุ่มให้ขุดร่องยกแปลงเพื่อเป็นการระบายน้ำ ให้เป็นร่องประมาณ 80-100 ซม. กว้างประมาณ 1 เมตร แต่ความกว้างของแปลงปลูกไม่ควรต่ำกว่า 5 เมตร หากเป็นที่ดอนให้เตรียมพื้นที่โดยการไถพรวนโดนการปรับพื้นที่ให้เสมอ และควรมีแหล่งน้ำสำหรับ ลิ้นจี่ ด้วย ส่วนการเตรียมหลุมมักจะใช้ขนาด 50x50x50 ซม. แต่ถ้าดินสมบูรณ์น้อยให้ขุดหลุมขนาด 80x80x80 ซม. ซึ่งในการขุดหลุมให้แยกดินเป็น 2 ส่วน คือ ดินชั้นบนและดินชั้นล่าง แล้วนำดินชั้นบนมาผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณ 1 ปี๊บ และใส่กระดูกป่นอีก 100 กรัม แล้วคลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากัน แล้วนำไปใส่หลุมพร้อมเอาดินขั้นล่างขึ้นข้างบนเพื่อกลบให้เต็มหลุมและให้สูงกว่าปากหลุม 15-20 ซม.     ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่

ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ

              การให้น้ำของลิ้นจี่ในระยะ 2 ปีแรก จะให้ประมาณ 20-60 ลิตร ทุก 4-5 วัน แต่ควรงดให้น้ำก่อนการออกดอกประมาณ 2 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้ลิ้นจี่แตกใบอ่อน ส่วนการให้ปุ๋ยจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือช่วงก่อนให้ผลผลิตและหลังให้ผลผลิต ซึ่งในการให้ปุ๋ยต้องวิเคราะห์ดินเป็นหลัก ดังนั้นใน 1 ปี ควรมีการวิเคราะห์ดิน 1 ครั้ง แล้วใส่ปุ๋ยตามปริมาณความต้องการและพิจารณาจากปริมาณธาตุอาหารที่เหลืออยู่ในดิน นอกจากนี้ยังต้องควั่นกิ่งเพื่อยับยั้งการแตกใบอ่อนของลิ้นจี่ โดยการควั่นกิ่งนั้นควรทำในเดือนตุลาคม ซึ่งต้องควั่นกิ่งที่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 12 ซม. และให้มีขนาดของรอยควั่นกว้าง 1-1.5 มม. และให้ลึกเข้าไปถึงเนื้อเยื่อ ส่วนในเรื่องการเก็บเกี่ยวผลผลิตควรเก็บในระยะที่แก่พอดีเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ลิ้นจี่ในภาษาจีน

ลิ้นจี่ในภาษาจีนมีความหมายว่าของขวัญเพื่อชีวิตที่เบิกบาน

นอกจากในเรื่องของความอร่อยที่ลิ้นจี่ไม่เป็นสองรองใครแล้ว สรรพคุณและประโยชน์ของลิ้นจี่ก็มีดีไม่แพ้ใครเช่นกันเพราะสารสกัดจากเปลือกของลิ้นจี่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอย่างสูง แถมสารสกัดเพอริคาร์พของลิ้นจี่ยังช่วยต้านมะเร็งได้อีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอเพราะการรับประทานลิ้นจี่ทำให้เหมือนกินยาบำรุงร่างกาย และยังมีประโยชน์อีกมากมายหลายอย่าง ด้วยเหตุนี้ลิ้นจี่จึงยังคงเป็นผลไม้ที่เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องนั่นเอง ลิ้นจี่มีมากมายหลายพันธุ์และ

ลิ้นจี่มีมากมายหลายพันธุ์และพันธุ์จักรพรรดิ์ก็เป็นลิ้นจี่อีกพันธุ์หนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ลิ้นจี่สามารถนำมาแปร

ลิ้นจี่สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้มากมาย อาทิเช่น น้ำลิ้นจี่ ลิ้นจี่กระป๋อง ขนมต่างๆ ฯลฯ