ThaiArcheep.com

ลูกอมรสสมุนไพร

ยินดีต้อนรับสู่เวปไซค์ ไทยอาชีพ.คอม แหล่งรวมคำแนะนำเรื่องอาชีพและช่องทางทำเงินในรูปแบบต่างๆ

ทั้งเฟรนไชนส์ และ อาชีพอิสระ อาชีพเกษตรกรรม โดยที่สามารถนำไปต่อยอดไอเดียเพื่อสร้างรายได้เสริม

ได้หลากหลาย เรามีข้อมูลหลากหลายให้ได้ศึกษาเพื่อเป็นแนวทาง  ซึ่งวันนี้เรามีข้อมูลดีๆมานำเสนอ และ

แนะนำให้เป็นอีกทางเลือก และ วันนี้เราขอนำเสนอให้รู้จักกับ

ลูกอมรสสมุนไพร

098

สูตร

น้ำตาลทรายขาว                    69.1  กรัม

กลูโคสไซรัป                         29.5  กรัม

สมุนไพร                             1.4  กรัม

น้ำ                                    10  ซี.ซี.

สมุนไพรมีหลายชนิด สามารถเลือกใช้ได้ตามต้องการ เช่น ดอกกระเจี๊ยบ, ดอกเก๊กฮวย, ชะเอม, ขิง, มะนาว, ส้ม, โคคา, ใบเตย,สเตอเบอรี่, เชอรี่, มะตูม ฯลฯ

ลูกอมที่ดีและมีคุณภาพสูง จะต้องผลิตจากสมุนไพรโดยตรง โดยไม่ใช้กลิ่นและสีสังเคราะห์ ซึ่งอาจจะมีอันตรายต่อผู้บริโภค
การผลิตลูกอมที่ใช้สมุนไพร จึงมีราคาแพงกว่าลูกอมตามท้องตลาดโดยทั่ว ๆ ไป

              วิธีการเตรียมสมุนไพรนั้น แต่ละชนิดจะใช้กรรมวิธีที่แตกต่างกันออกไป ในที่นี้จะแยกเป็น 2 กลุ่ม
1. กลุ่มชนิดที่ใช้ดอกและผลแห้ง ตลอดจนกลุ่มที่ใช้ส่วนใดส่วนหนึ่งของลำต้น เช่น กระเจี๊ยบ, ชะเอม, เก๊กฮวย, ขิง ฯลฯ หลักการที่ใช้เตรียมสมุนไพร ใช้วิธีการต้มไฟอ่อน ๆ โดยอาจจะใช้สมุนไพร 1 ส่วน ผสมน้ำสะอาด 1 ส่วน ต้มให้เดือดเบา ๆ จนได้น้ำ, รส, กลิ่น, สี, คุณสมบัติของสมุนไพรนั้น ๆ พยายามเคี่ยวให้ได้ความเข้มข้นมากที่สุด จะได้สมุนไพรเข้มข้นที่จะนำไปใช้ผลิตลูกอมรสสมุนไพรต่อไป จำเป็นต้องทำวันต่อวัน เพราะน้ำสมุนไพรเข้มข้นที่ได้เก็บเอาไว้ได้ไม่เกิน 1 วัน ถ้าเกินอาจจะเสียได้ หรือถ้าจำเป็นที่จะต้องเก็บไว้นาน ๆ อาจจะแช่แข็งในห้องฟรีซของตู้เย็น
น้ำสมุนไพรที่ได้ ควรกรองให้สะอาดปราศจากกากและตะกอน
2. กลุ่มชนิดที่ใช้น้ำของผล เช่น มะนาว, ส้ม สมุนไพรกลุ่มนี้ต้องถนอมคุณภาพของสารอาหารและวิตามินในธรรมชาติเอาไว้ จะใช้วิธีการต้มไม่ได้

วิธีที่ง่าย ๆ คือคั้นเอาน้ำออกมาด้วยมือหรือเครื่องคั้น เมื่อได้น้ำของผลไม้เป็นจำนวนมากพอแล้ว จึงทำการอบให้แห้งด้วยเครื่องอบแห้งระบบสูญญากาศ จะได้ผลของพืชชนิดนั้น ๆ ตามต้องการ
การใช้เครื่องอบสูญญากาศ อาจจะเป็นการลงทุนสูงเกินไป อาจใช้วิธีการใช้ความร้อนก็ได้ แต่เป็นความร้อนที่ไม่มากนัก เช่น อบในตู้อบความร้อนที่อุณหภูมิไม่เกิน 70 องศา น้ำในน้ำของสมุนไพรจะระเหยออกไปจนเกือบแห้ง นำน้ำสมุนไพรที่เข้มข้นไปใช้ผลิตเป็นลูกอมได้ต่อไป
ขั้นตอนการผลิตลูกอม
           1. ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นลดความร้อนลงทันที ค่อย ๆ เทน้ำตาลลงไป กวนให้ค่อย ๆ ละลาย ขณะนี้ไฟจะอ่อนมาก ถ้าเป็นเตาแก๊สให้หรี่เปลวไฟให้เหลือน้อยที่สุด ถ้าเป็นเตาไฟฟ้าปรับไฟที่อุณหภูมิเกือบเดือด คือ ช่วงนี้จะใช้ความร้อนต่ำมาก ถ้าใช้ความร้อนสูงน้ำตาลจะไหม้
2. หลังจากน้ำตาลละลายหมดแล้ว จึงเติมกลูโคสไซรัปลงไป ค่อย ๆ กวนจนเข้ากันดี สุดท้ายจึงเติมสมุนไพรเข้มข้นลงไป เมื่อเข้ากันดีแล้วจะเป็นจังหวะที่น้ำที่ใส่ไปในครั้งแรกจะระเหยไปเกือบหมด กะให้น้ำระเหยออกไปหมด จึงรีบเทส่วนผสมนี้ลงไปในแบบพิมพ์ทันที
ลักษณะของแบบพิมพ์ จะทำด้วยทองเหลือง มีขนาดกว้างประมาณ 1 ซม. สูงประมาณ 1 ซม. ความยาวประมาณ 40 ซม.หรือสั้นกว่านี้
ออกแบบแบบพิมพ์ให้แกะออกมาได้ เพื่อแกะลูกอมที่แห้งและแข็งแล้วออกมาได้ง่าย ลูกอมที่แข็งจะมีความยาว จำเป็นต้องใช้เลื่อยไฟฟ้าหรือเลื่อยตัดขนมปัง ตัดออกมาเป็นท่อน ๆ ได้ลูกอมตามขนาดที่ตัดตามต้องการ
ถ้าทำจำนวนมาก ๆ อาจจะนำลูกอมที่หล่อเป็นแท่งยาวหลาย ๆ แท่งมาประกบกันแล้วเลื่อยด้วยเลื่อยไฟฟ้า ครั้งละได้หลาย ๆ ท่อน เป็นการประหยัดพลังงาน ลูกอมที่ได้จะแข็งเปราะ ถ้ากะระยะยกลงจากเตาได้ถูกต้องแล้ว ลูกอมที่ได้จะแทบไม่มีน้ำผสมอยู่ด้วยทำให้ไม่ต้องใช้วัตถุกันเสียแต่อย่างใด ลูกอมจะเก็บไว้ได้นานไม่เสีย การเก็บควรใส่กระป๋องที่มีฝาปิดมิดชิด เก็บได้หลายปี
การปรับปรุงสูตร
                ถ้าต้องการความเย็นให้เติมเมนทอลลงไปด้วยประมาณ 0.1-1% ใส่พร้อมกับสมุนไพร ทำให้เย็นชุ่มคอลักษณะของเมนทอลจะเป็นเกร็ดใส ถ้าต้องการความเข้มข้นของรสชาด อาจจะเติมกรดซิตริกลงไปด้วย 0.1%  กรดซิตริก เป็นกรดส้มไม่มีอันตรายต่อผู้บริโภค แต่ต้องไม่ใส่มากเกินไปจะเปรี้ยวมาก ถ้าต้องการความเผ็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจเติมเป๊ปเปอร์มิลท์ลงไป 0.1-0.5% อัตราส่วนผสมอาจจะเปลี่ยนแปลงได้แล้วแต่ความเหมาะสม ขึ้นอยู่การทดลองและวิเคราะห์กลุ่มผู้บริโภคว่าต้องการรสชาดแบบไหน
ในการผลิตลูกอมของผู้ผลิตบางราย อาจไม่ใช้สมุนไพร แต่ใส่สีผสมอาหาร และกลิ่นผสมอาหารลงไปก็ได้ลูกอมเช่นกัน แต่เป็นลูกอมที่อาจจะไม่ให้คุณค่ากับร่างกาย
หลักการในการทำการตลาดของลูกอมสมุนไพร จะต้องเจาะตลาดบน กลุ่มผู้บริโภคจะเป็นกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีรายได้ค่อนข้างดี เพราะราคาจะแพงพอสมควร อาจจะบรรจุกระป๋องหรือกล่องกระดาษที่ออกแบบให้ดูสวยงามมีคุณค่า เห็นแล้วน่าซื้อ จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ในช่วงเริ่มต้นอาจจะทำเล็ก ๆ ไปก่อน โดยอาจจะผลิตด้วยมือ เน้นที่ความสะอาด เน้นที่คุณค่าของสมุนไพร นำเสนอให้ผู้บริโภคเข้าใจในเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ของผู้ผลิต ที่ต้องการให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองสิ่งที่ดีที่สุด เมื่อธุรกิจก้าวหน้า มีลูกค้าเพิ่มขึ้น จึงค่อย ๆ ขยายกำลังการผลิตออกไปให้ใหญ่โตขึ้น อาจจะระดับประเทศและระดับโลก
มีลูกอมหลายยี่ห้อในโลกนี้ สามารถทำการตลาดได้ทั่วโลก มียอดขายมหาศาล ซึ่งเป็นไปได้ที่คนไทยเราอาจจะค้นคว้าสมุนไพรไทย ๆ ที่อร่อย รสชาดดี มีคุณค่ากับร่างกายสูงกว่า ผลิตลูกอมทำการตลาดได้ในระดับโลกในอนาคต

ขอบคุณคลิปจาก ครูเต้ย จุมพล คำรอด

หวังว่าข้อมูลที่เราได้นำเสนอในวันนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อย และ หวังว่าจะสามารถเป็นอีกไอเดีย หรือ อีกหนึ่งช่องทางที่สามารถช่วยให้ทุกคนสร้างอาชีพ สร้างรายได้  และ ประกอบธุรกิจส่วนตัว ได้อย่างยั่งยืนและมั่นคงในอนาคต