ThaiArcheep.com

สูตรน้ำหมักชีวภาพจากวัสดุธรรมชาติ

                ปุ๋ยหมักชีวภาพหรือปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ นั้นเป็นเหมือนกับการย่อส่วนการทำงานของธรรมชาติ ซึ่งวัสดุธรรมชาติถ้าทิ้งไว้ในธรรมชาติกระบวนการย่อยสลายของธรรมชาติก็จะทำหน้าที่ของมันเอง โดยการย่อยวัสดุธรรมชาติที่เราทิ้งแล้วให้กลายเป็นปุ๋ยเองแต่ก็ใช้ระยะเวลานาน

น้ำหมักชีวภาพ ที่สามารถทำเองได้

น้ำหมักชีวภาพ ที่สามารถทำเองได้

ซึ่งเพื่อนๆไทยอาชีพเองที่สนใจ อาชีพเกษตรกรรม เองก็คงจะรู้เรื่องนี้ว่าการทำปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพนั้นเป็นเหมือนกับการเลียนแบบการทำปุ๋ยจากธรรมชาติที่ธรรมชาติจะต้องทำตามกระบวนการอยู่แล้วซึ่งก่อนหน้านี้ผมเองผมเพิ่งจะพูดถึงปุ๋ยหมักสูตรชีวภาพเพื่อบำรุงดินเพื่อเสริมสร้างธาตุอาหารให้กับดินไปแล้วในบทความนี้ผมจะมาพูดถึง ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการปลูกพืชให้สวยงามไม่แพ้กับปุ๋ยหมักชีวภาพเลย

ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ จะมีลักษณะเป็นน้ำ โดยวิธีใช้จะใช้ในการฉีดพ่นไปที่ดินและที่ลำต้นร่วมถึงที่ใบไม้ของต้นไม้ด้วยเพื่อให้ทุกส่วนได้ปุ๋ยโดยตรงและสามารถดูดซึมนำไปใช้ได้เร็วขึ้นโดยวันนี้ผมจะมาบอกสูตรปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพจากวัสดุธรรมชาติ 2 สูตรด้วยกันงั้นเริ่มกันเลยดีกว่าครับ

ผักที่นำมาทำน้ำหมักชีวภาพก็ต้องสับให้ละเอียดก่อนผักที่นำมาทำน้ำหมักชีวภาพก็ต้องสับให้ละเอียดก่อน

การทำหัวเชื้อจุลินทรีย์จากหน่อกล้วย

                หน่อกล้วยเป็นวัสดุธรรมชาติที่หาได้ง่ายตามต่างจังหวัด ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำหัวเชื้อจุลินทรีย์มีอยู่ด้วยกัน 3 อย่างคือ

  1. หน่อกล้วย 3 กิโลกรัม
  2. กากน้ำตาล 1 ลิตร
  3. น้ำมะพร้าวอ่อน 2 ลูก

หลังจากได้วัสดุมาครบแล้วก็น้ำเอาหน่อกล้วยมาสับให้ละเอียดหลังจากน้ำก็เอากากน้ำตาลมาคลุกเคล้ากับหน่อกล้วยที่สับละเอียดแล้วโดยคลุกเค้าให้เข้ากันและเอาน้ำมะพร้าวอ่อน 2 ลูกมาเทลงไปและคลุกให้เข้ากันอีกที่หนึ่ง ซึ่งวิธีนี้อาจจะทำในถังดำก็ได้เหมือนกัน

นำส่วนผสมทั้งหมดว่าคลุกเคล้ากันให้เข้ากันและปิดฝาให้สนิทนำส่วนผสมทั้งหมดว่าคลุกเคล้ากันให้เข้ากันและปิดฝาให้สนิท

เมื่อทำกระบวนการข้างต้นเสร็จแล้วก็ทำการปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 10 ถึง 30 วัน เป็นอย่างน้อย พอครบกำหนดให้กรองเอาแต่น้ำใส่ขวดเก็บไว้เป็นหัวเชื้อเข้มข้นเพื่อไว้ขยายให้เพิ่มจุลินทรีย์หรือนำไปใช้ได้เลย

การนำหัวเชื้อจุลินทรีย์จากหน่อกล้วย

การนำหัวเชื้อจุลินทรีย์จากหน่อกล้วย ต้องระวังเรื่องอัตราส่วนโดยการใช้มีอัตราส่วนดังนี้ หัวเชื้อ ครึ่งช้อนโต๊ะผสมกับน้ำ 5 ลิตร ใช้ฉีดพ่นหรือราด วันเว้นวัน

หลังจากหมักเสร็จก็ทำการกรอกแต่น้ำหัวเชื้อมาใช้หลังจากหมักเสร็จก็ทำการกรอกแต่น้ำหัวเชื้อมาใช้

ประโยชน์ของหัวเชื้อจุลินทรีย์จากหน่อกล้วย

สำหรับประโยชน์ของ หัวเชื้อจุลินทรีย์จากหน่อกล้วย นี้จะช่วยในเรื่องของการกำขัดเชื้อราในดิน ทำให้ดินร่วนซุยโปร่งและมีการระบายอากาศรวมถึงน้ำในดินได้ดี และช่วยกำจัดหนอนที่อยู่ในดินทำให้ตัวหนอนไม่ลอกคราบซึ่งเป็นการหยุดยั้งกระบวนการเจริญเติบโตของนอน

ถ้ารดถูกไข่หนอนจะทำให้ไข่หนอนฝ่อ ไม่สามารถฟักออกมาเป็นตัวหนอนได้ ยับยั้งโรคใบแห้งและใบจุดสีน้ำตาลในพืชผัก

สูตรที่2 การทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ จากเปลือกสับปะรด

                สำหรับสูตรนี้ต้องระวังการนำไปใช้อย่างสูงเพราะว่าเปลือกสับปะรดมีความเป็นกรดเยอะซึ่งมีทั้งคุรและโทษถ้าเรานำไปใช้ไม่ถูกต้อง

วัสดุที่ต้องเตรียมเพื่อใช้ในการทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ จากเปลือกสับปะรดมีดังนี้

1. เปลือกสับปะรด สับระเอียด 3 กิโลกรัม

2. กากน้ำตาล1 ลิตรหรือจะเป็นน้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัมก็ได้เช่นกัน

3. ยาคูลท์ 2 ขวด

ขั้นตอนการทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ จากเปลือกสับปะรด

โดยเอาถังพลาสติกสีดำมาใส่วัสดุทั้ง 3 อย่างไว้ในทั้งเดียวกันคลุกเคล้าให้เข้ากัน เสร็จแล้วทำการปิดฝาให้สนิทโดยไม่ให้อากาศสามารถเข้าและออกได้เลย ระยะเวลาในการหมักก็ประมาณ 15 วันหลังจากนั้นก็ค่อยเติมน้ำอีก 5 ถึง 10 ลิตรหมักต่ออีก 1 เดือนแล้วกรองเอาแต่น้ำใส่ขวดเก็บไว้เป็นหัวเชื้อเข้มข้นและสามารถนำไปขยายพันธุ์ต่อได้หรือนำไปใช้ได้เลย

การนำหัวเชื้อจุลินทรีย์ จากเปลือกสับปะรดไปใช้

อัตราส่วนในการใช้ หัวเชื้อจุลินทรีย์ จากเปลือกสับปะรด คือครึ่งช้อนโต๊ะ กับน้ำ 5 ลิตร ใช้ฉีดพ่นราดรดวันเว้นวัน

ประโยชน์ หัวเชื้อจุลินทรีย์ จากเปลือกสับปะรด

ประโยชน์ของ หัวเชื้อจุลินทรีย์ จากเปลือกสับปะรด นั้นก็คือจะช่วยย่อยซากอินทรีย์และแร่ธาตุที่มีอยู่ในดินให้เป็นอาหารแก่พืชได้เร็วขึ้น