ThaiArcheep.com

ส่งขายใบพลูไปต่างประเทศสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้เกษตรกร

ถ้าพูดถึงหมากพลู ในสมัยก่อนเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย เพราะใช้สำหรับการต้อนรับแขกที่มาเยือนชานเรือน นอกจากนี้ยังมีการนำหมากพลูมาใช้เป็นเครื่องบอกรักระหว่างหนุ่ม-สาว เพราะถ้าหากฝ่ายใดนำหมากพลูไปให้แล้วได้รับหมากพลูตอบกลับจากอีกฝ่าย ก็เท่ากับเขาตอบรับรักอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าเขาไม่ให้หมากพลูกลับมาก็คงสิ้นหวังในรักครั้งนั้นเป็นแน่แท้ แต่ในปัจจุบันสิ่งเหล่านี้ได้หายไปตามกาลเวลา คงเหลือไว้แต่การนำหมากพลูมาใช้เป็นเครื่องไหว้บูชาในงานพิธีกรรมต่างๆ หรือใช้ในการไหว้พระไหว้ศาลตายาย  และยังมีการกินหมากพลูในแถบตามชนบทเท่านั้น 

ใบพลูเป็นพืชสมุนไพรไทยที่มี

ใบพลูเป็นพืชสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณช่วยรักษาสารพัดอาการ

                และสิ่งที่เราจะกล่าวถึงในวันนี้ก็คือ พลู พืชสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณโดดเด่นมากมาย ที่ในวันนี้มันไม่ใช่แค่นำมากินกับหมากเท่านั้น แต่มันยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นเครื่องสำอางเพื่อความงาม ยาระงับกลิ่นกาย ยาอมบ้วนปาก น้ำมันนวดคลายกล้ามเนื้อ ขี้ผึ้งหรือครีมฆ่าเชื้อรารักษาโรคเชื้อราต่างๆ ทำสบู่ก้อน สบู่เหลว ฯลฯ ซึ่งน้ำมันหอมระเหยที่สกัดมาจากใบพลูนี้มีราคาถึงกิโลกรัมละ 23,000-25,000 บาท เลยทีเดียว

น้ำมันหอมระเหยจากใบพลู

น้ำมันหอมระเหยจากใบพลูถึงแม้จะไม่ติดอันดับต้นๆ ของน้ำมันหอมระเหยโดยรวม แต่ก็มีราคาดีและมีแนวโน้มทางการตลาดที่สดใสเอามากๆ

วิธีการปลูกต้นพลู
ชนิดของ พลู นั้นมี 3 ชนิด โดยชนิดแรก คือ พลูเขียว หรือบางท้องที่จะนิยมเรียกว่าพลูใบใหญ่ ใบมีขนาดใหญ่ป้อมๆ แต่ใบบาง ลักษณะใบเหมือนใบโพธิ์ มีสีเขียวเข้มกว่าพันธุ์อื่น มีรสเผ็ดมาก พลูชนิดนี้นิยมทำเป็นพลูนาบ และนิยมนำไปใช้ใน
การประกอบพิธี ชนิดที่ 2 คือ พลูขาวหรือพลูนวล ใบมีขนาดปานกลางเล็กกว่าพลูเขียว แต่ใบหนากว่าพลูเขียว ปลายใบเรียว
ลักษณะใบเหมือนใบพริกไทย มีสีเขียวออกนวล รสไม่เผ็ดมากนักเป็นที่นิยมของท้องตลาดและผู้บริโภค ส่วนชนิดสุดท้าย คือ พลูเหลืองหรือพลูทอง ใบมีขนาดเล็กกว่าพลูนวลเล็กน้อย ใบบางเหมือนพลูเขียว ปลายใบจะเรียวเหมือนพลูนวล ใบมีสีเหลืองออกสีทอง รสไม่เผ็ดมากนัก เป็นที่นิยมของท้องตลาดและผู้บริโภคมาก แต่การดูแลรักษาจะยากกว่าพันธุ์อื่น โดยพลูเหล่านี้สามารถขยายพันธุ์ด้วยการใช้เถา / การตอน / การปักชำยอด / การใช้ใบ /การทับกิ่ง ซึ่งการปลูกจะเริ่มด้วยการเตรียมไม้ค้าง เนื่องจากพลูเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยที่ต้องอาศัยรากเจริญเกาะขึ้นไปกับค้าง แล้วทำการเตรียมดิน ซึ่งการเตรียมดินทำได้โดยไถดินตากไว้อีกครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ยกร่องให้สูงเพื่อช่วยในการระบายน้ำ ตากดินทิ้งไว้ระยะหนึ่งประมาณ 1-2 วัน แต่ถ้าบริเวณที่ปลูกเป็นดินเหนียวหรือดินร่วนปนทรายควรใส่ปุ๋ยคอก เพื่อให้ดินร่วนและทำให้การอุดมสมบูรณ์มีเพิ่มมากขึ้น หากดินเหนียวหรือดินแน่นจะต้องพรวนดินเพื่อย่อยดินให้ร่วนเสียก่อนและต้องระวังอย่าให้มีน้ำขังในแปลงปลูก แล้วทำการขุดหลุมปลูก หลุมปลูกมีขนาดประมาณ 50 x 50 ซม. และลึกประมาณ 60 ซม. ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 1.5-2.0 เมตร และระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 1.50 เมตร โดยในการปลูกนั้นก่อนที่จะปลูกพลูควรนำหญ้าแห้งใส่ลงในหลุมและจุดไฟเผา เพื่อฆ่าเชื้อโรคและศัตรูพืชอื่นๆ ที่อาจจะอยู่ในหลุม จากนั้นก็ทำการลงไม้ค้างในดิน ส่วนดินที่จะใส่ลงหลุมควรเป็นดินผสมปุ๋ย ในงานพิธีกรรมต่างๆ ส่วนใหญ่

ในงานพิธีกรรมต่างๆ ส่วนใหญ่แล้วใบพลูมักจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว

             พลู จะชอบอากาศร้อน อุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ชอบแสงแดดจัดหรืออุณหภูมิที่สูงเกินไป เพราะจะทำให้ต้นพลูอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย ดังนั้นจึงต้องพรางแสงแดดลดความร้อนด้วยการให้ร่มเงาหรือปลูกพืชอื่นให้ร่มเงามากขึ้น นอกจากนี้สิ่งที่ให้ร่มเงายังมีประโยชน์ในการป้องกันลมอันอาจจะทำความเสียหายต่อก้านและใบพลู พลูชอบดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง pH 7-7.5 และการระบายน้ำดี ถ้าเป็นดินเหนียวจะต้องทำการระบายน้ำ พลูไม่ชอบที่ชื้นแฉะหรือมีน้ำขัง อันเป็นสาเหตุที่จะทำให้ชะงักการเจริญเติบโตและเกิดโรคได้ง่าย พลูจะชอบความชื้นสูงเป็นบริเวณที่ใกล้แหล่งน้ำหรือบริเวณที่มีฝนตกชุกสม่ำเสมอ ในสมัยก่อนหมาก ปลูกเพียง 7 เดือน ต้นพลูก็สามารถ

ปลูกเพียง 7 เดือน ต้นพลูก็สามารถให้ผลผลิตได้ และมีอายุการให้ผลผลิตถึง 20 ปี เลยทีเดียว

              ณ ปัจจุบัน เกษตรกรไทยได้มีการส่งออกใบพลูไปยังต่างประเทศ โดยประเทศหลักๆ ที่มีความต้องการใบพลูมากๆ ก็คือไต้หวัน และพม่า ส่วนในประเทศไทยความต้องการใบพลูก็ไม่ใช่น้อยๆ เพราะเครื่องเซ่นไหว้บูชาเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ดังนั้นการปลูกพลูเพื่อขายใบจึงเป็นอาชีพเกษตรที่มีตลาดสดใส แถมคนส่วนใหญ่มักจะคิดไม่ถึง จึงมีคนปลูกไม่มาก ซึ่งทำให้ยังมีตลาดรออ้าแขนรับและมีพื้นที่ว่างสำหรับเกษตรกรรายใหม่ๆ อีกอื้อซ่าเลยทีเดียว              ในสมัยก่อนหมาก

ในสมัยก่อนหมากพลูเป็นของต้อนรับแขกที่ขาดไม่ได้ หมากพลูที่ขายเป็นชุดเพื่อ

หมากพลูที่ขายเป็นชุดเพื่อใช้เป็นของเซ่นไหว้เป็นสิ่งที่ยังขายได้ตลอดในประเทศไทย