ThaiArcheep.com

ส้มสายน้ำผึ้งอินทรีย์ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้

                ถ้าใครติดตามข่าวเกษตรอย่างสม่ำเสมอก็จะรู้ว่าการทำเกษตรในประเทศไทยนั้นยังยึดติดกับการใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมีอยู่มาก ซึ่งข้อดีของการใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมีนั้นจะช่วยให้ได้ผลและแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที่แต่ผลเสียที่ได้กลับมาจะมีมากกว่าผลดี ไหนจะเรื่องของสุขภาพของผู้ปลูกและต้นทุนที่สูงขึ้น และผลทางอ้อมที่ต้องใช้ระยะเวลาในการเกิดผลก็คือ ดินมีสภาพที่เสื่อมโทรมลงจากที่เคยเป็นดินที่มีความนุ่มจะกลายเป็นดินแข็ง โรคพืชต่าง ๆจะมีความรุนแรงและระบาดมากยิ่งขึ้นซึ่งนั้นเป็นเพียงบ้างส่วนเท่านั้นในการใช้สารเคมีในการทำเกษตร ซึ่งวิธีแก้ก็คือเกษตรกรจะต้องหันมาทำเกษตรแบบอินทรีย์ ซึ่งผลที่ได้อาจจะเห็นผลช้าแต่ยังยื่น

1ส้มสายน้ำผึ้งเป็นส้มที่

ส้มสายน้ำผึ้งเป็นส้มที่นิยมจากผู้รับประทานอย่างมาก

                ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนจากการใช้สารเคมีก็คือ สวน ส้มสายน้ำผึ้ง ที่ อ.ฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งสายน้ำผึ้งแหล่งใหญ่ของประเทศ แต่กลับประสบปัญหาผลผลิตไม่ได้คุณภาพและขาดทุนจนในที่สุดมีเกษตรกรหลายรายก็ได้เลิกปลูกส้มสายน้ำผึ้งไปแล้วก็มี หลังจากนักวิชาการได้ลงพื้นที่และให้ได้ความรู้เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและมีความพิเศษกว่าส้มสายน้ำผึ้งที่ปลูกด้วยสารเคมีอีกด้วย

2ปัญหาการปลูกส้มสายน้ำผึ้ง

ปัญหาการปลูกส้มสายน้ำผึ้งก็คือการใช้สารเคมี

                เมื่อไม่นานมานี้เกษตรกรหลายรายที่ปลูกส้มสายน้ำผึ้งใน อ.ฝาง ได้ประสบปัญหาขาดทุนจากผลผลิตตกต่ำและต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นจากการผลิตส้มสายน้ำผึ้ง ซึ่งแน่นอนว่าต้นทุนส่วนใหญ่มากจากการใช้สารเคมีในการกำจัดโรคต่างๆและแมลงที่มารบกวน พร้อมกับปุ๋ยเคมีที่มีราคาสุงขึ้นทุก ๆปี ผลกระทบในการใช้สารเคมีก็คือทำให้คุณภาพของดินลดน้อยลงไป และโรคที่ระบาดอยู่ยิ่งระบาดหนักขึ้นไปอีก

3เกษตรกรเริ่มหันมาปลูก

เกษตรกรเริ่มหันมาปลูกส้มสายน้ำผึ้งแบบอินทรีย์ทำให้วิกฤตที่เกิดขึ้นดีขึ้น

                แต่หลังจากนำแนวทางที่นักวิชาการทางด้านเกษตรมาแนะนำให้ดูแล ส้มสายน้ำผึ้ง แบบอินทรีย์ ผลผลิตก็เพิ่มขึ้นและสุขภาพของต้นส้มก็ดีขึ้นโดยใช้ระยะเวลาในการปรับปรุงประมาณ 1 ปี ซึ่งการดูแลแบบอินทรีย์นั้นมีหลักการง่าย ๆคือไม่ใช้สารเคมี ใช้ธรรมชาติเกื้อหนุ่นกัน เริ่มจากการแก้ปัญหาของดินก่อนเพราะเป็นสิ่งสำคัญด้วยการใส่ปุ๋ยคอมปุ๋ยหมักอย่างสม่ำเสมอ และใช้น้ำหมักลดบริเวณโคนต้นเพื่อเป็นการไล่ศัตรูพืชและเป็นการเร่งให้มีการย่อยสลายเศษวัสดุทางธรรมชาติให้กลายเป็นปุ๋ยให้เร็วขึ้นอีกด้วย เมื่อดินดีมีแร่ธาตุสมบูรณ์ซึ่งปลอดจากสารเคมีทำให้ต้นส้มเริ่มแข็งแรงสมบูรณ์หันกลับมาออกดอก แตกกิ่งก้าน แตกยอดใหม่

4เกษตรอินทรีย์ช่วย

เกษตรอินทรีย์ช่วยให้การปลูกส้มสายน้ำผึ้งมีคุณภาพมากขึ้น

                ส่วนการใช้สารเคมีในการป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชนั้นก็ใช้น้ำหมักที่ใช้วัสดุธรรมชาติแทน อีกทั้งเมื่อต้นส้มสายน้ำผึ้งมีความแข็งแรงแล้ว ก็ทำให้โรคต่าง ๆไม่ค่อยมารบกวน แมลงที่เคยเป็นผู้ล่าก็กลับเข้ามาช่วยให้วัฎจักรของธรรมชาติเข้าสู่ในระบบอีกครั้งหนึ่ง

5เกษตรอินทรีย์เป็นการเกษตร

เกษตรอินทรีย์เป็นการเกษตรที่ยั่งยืน

ผลที่ได้จากการปลูกส้มสายน้ำผึ้งแบบอินทรีย์

ผลที่ได้เป็นที่น่าพอใจอย่างมากหลังจากมีการปรับเปลี่ยนการปลูก ส้มสายน้ำผึ้ง เป็นแบบอินทรีย์แล้วผลผลิตที่ได้นั้นเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 30 เปอร์เซนต์เลยทีเดียวและการเก็บผลผลิตก็สามารถเก็บได้ทันที เพราะถ้าเป็นการใช้ปุ๋ยเคมีหรือที่เกษตกรเรียกว่าปุ๋ยหวานจะต้องมีการรอประมาณ 2 ถึง 3 วันก่อนถึงจะเก็บผลผลิตได้ แต่สำหรับการปลูกแบบอินทรีย์นั้นไม่จำเป็นเลยเพราะสามารถเก็บส้มกินได้ทันทีและมีรสชาติที่หวานเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย

6ส้มสายน้ำผึ้งที่เกิดวิกฤต

ส้มสายน้ำผึ้งที่เกิดวิกฤตกำลังเปลี่ยนแปลงด้วยการใช้เกษตรอินทรีย์