ThaiArcheep.com

หญ้าหวาน หวานเจี๊ยบ เปี่ยมคุณค่า น่าลงทุน

                ของดีที่มีศักยภาพไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสรรพคุณ และประโยชน์ รวมทั้งความคุ้มค่าในแง่ของการลงทุนที่เรานำมาบอกกล่าวเล่าเรื่องให้ทุกท่านฟังในวันนี้เป็นสมุนไพรที่ครั้งหนึ่งเคยถูกกล่าวหาว่าเป็นพืชอันตราย แต่มาวันนี้ได้มีผลวิจัยออกมาลบคำครหาเหล่านั้นเสียหมดสิ้น จนปัจจุบันมันกลับกลายมาเป็นพืชที่เปี่ยมคุณค่า และมีราคาสูง ซึ่งพืชที่เรากล่าวถึงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกไปซะจาก หญ้าหวาน นั่นเอง

 

หญ้าหวาน พืชสมุนไพรที่เปี่ยม

หญ้าหวาน พืชสมุนไพรที่เปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์อันหลากหลาย

                หญ้าหวาน เป็นพืชล้มลุกที่มีอายุราวๆ 3 ปี ทรงพุ่ม มีลักษณะคล้ายต้นกะเพราหรือต้นแมงลัก ความสูงประมาณ 30-90 ซม. ลำต้นแข็งและกลม แต่ลักษณะเด่นที่ทำให้มันถูกเรียกว่าหญ้าหวานนั่นก็เพราะ ใบของมันจะให้สารที่มีรสหวาน โดยใบหญ้าหวานแห้งจะให้รสหวานกว่าน้ำตาลทราย 15 เท่า แต่ถ้าหากเป็นสารสกัดจากหญ้าหวานจะให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 300 เท่าเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมมันจึงถูกตั้งชื่ออย่างนี้ แต่ที่จริงแล้วหญ้าหวานเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศบลาซิลและมีอยู่มากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศปารากวัย ซึ่งมีการค้นพบว่าชาวพื้นเมืองปารากวัยมีการใช้หญ้าหวานมานานถึง 1,500 ปีแล้ว ส่วนในประเทศญี่ปุ่นก็มีการใช้กันอย่างกว้างขวาง แต่ในประเทศไทยเพิ่งมีการนำมาใช้แพร่หลายเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา

 ดอกของหญ้าหวานมี

ดอกของหญ้าหวานมีลักษณะเป็นดอกเล็กๆ สีขาว

วิธีการปลูกหญ้าหวาน

การปลูก หญ้าหวาน จะต้องปลูกในที่ที่มีอากาศหนาวเย็น ดังนั้นในประเทศไทยจึงนิยมปลูกกันมากทางภาคเหนือ โดยการปลูกจะปลูกโดยการใช้เมล็ดหรือกิ่งชำก็ได้เช่นกัน แต่ถ้าหากจะปลูกด้วยการใช้เมล็ดก็สามารถเก็บเมล็ดของมันได้ง่ายๆ เพียงแค่ทิ้งให้ต้นมีดอกในเดือนตุลาคม แล้วเก็บเมล็ดในช่วงเดือนพฤศจิกายน ส่วนวิธีการเก็บจะใช้ถุงพลาสติกครอบดอก แล้วเขย่าให้เมล็ดร่วงลงในถุง หลังจากนั้นให้นำเมล็ดมาเพาะในเดือนมีนาคม-เมษายน จะมีอัตราการงอกดี แต่โดยทั่วไปจะนิยมตัดกิ่งมาปักชำมากกว่า เพราะสะดวกและรวดเร็วกว่าการปลูกด้วยเมล็ด โดยวิธีนี้ทำได้โดยตัดกิ่งที่แข็งแรง โดยตัดจนเกือบถึงโคนต้นให้เหลือใบอยู่ 2 คู่ แล้วตัดกิ่งที่จะนำมาชำให้เหลือความยาว 12-15 ซม. แล้วเอามาชำในถุงหรือกระบะเพาะ แต่ต้องเด็ดใบออกเสียก่อน เพราะถ้าหากรดน้ำความหวานจากใบจะลงดินซึ่งอาจทำให้ต้นกล้าที่ชำไว้ตายได้ ต่อมาพอกิ่งชำแตกรากออกมาได้ 10-14 วัน ก็ให้นำมาปลูกในแปลงที่เตรียมไว้ ส่วนการเก็บผลผลิตจะเก็บใบได้ครั้งแรกหลังจากปลูกได้ 20-25 วัน หลังจากนั้นก็เก็บเกี่ยวไปได้เรื่อยๆ ปีละ 6-10 ครั้ง ขึ้นอยู่กับการดูแล

ชาหญ้าหวานก็
ชาหญ้าหวานก็เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้รักสุขภาพ

                หญ้าหวานเป็นพืชที่ต้องการการดูแลรักษาสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรดน้ำหรือการใส่ปุ๋ยบำรุงดิน อีกทั้งมันยังมีการเก็บเกี่ยวถี่ และสามารถเก็บผลผลิตได้ถึง 3 ปี ดังนั้นมันจึงนิยมนำมาปลูกแซมในแถวของไม้ผล อย่างเช่นพวก มะม่วง ลิ้นจี่ ลำไย เพราะเมื่อดูแลหญ้าหวานก็ได้ดูแลไม้ผลไปพร้อมๆ กัน และเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตจากหญ้าหวานจนหมด ไม้ผลก็โตพอที่จะให้ผลผลิตได้ แต่หญ้าหวานจะให้ผลดีต้องหมั่นดายหญ้า และให้น้ำในช่วงหน้าแล้ง หลังเก็บเกี่ยวก็ควรใส่ปุ๋ยขี้ไก่เพื่อเร่งผลิตผลล๊อตใหม่อีกด้วย

 หญ้าหวานสามารถรั

หญ้าหวานสามารถรับประทานได้โดยไม่มีสารอันตรายๆ ใดๆ ทั้งสิ้น

                ที่หญ้าหวานได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคผู้รักสุขภาพเป็นอย่างมาก จนทำให้มันเป็นพืชที่มีราคาสูงนั่นก็เป็นเพราะถึงมันจะเป็นสมุนไพรที่ไม่ให้พลังงานเหมือนสมุนไพรตัวอื่นๆ แต่มันก็มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยในการลดน้ำตาลในเลือด มันจึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน แถมมันยังช่วยบำรุงตับอ่อน ลดไขมันในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วนได้ ทั้งยังใช้ช่วยในการสมานแผลทั้งภายในและภายนอก ทำให้แผลหายไวขึ้น อีกทั้งทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้นด้วย ด้วยเหตุนี้มันจึงถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวาง ยิ่งในวงการอาหารเสริม และวงการลดความอ้วน หญ้าหวานยิ่งเข้าไปมีบทบาทสำคัญ ดังนั้นหากต้องการที่จะลงทุนปลูกอะไรซักอย่างเพื่อเป็นหนทางไปสู่ความร่ำรวยหล่ะก็ หญ้าหวานก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

 ในการบริโภคหญ้า

ในการบริโภคหญ้าหวานส่วนใหญ่จะนิยมรับประทานใบแห้ง

 หญ้าหวานมีลักษณะ

หญ้าหวานมีลักษณะเป็นไม้พุ่มคล้ายต้นกะเพราหรือต้นแมงลัก และชอบขึ้นในพื้นที่ที่มีอากาศหนาว