หน่อไม้ฝรั่ง  (Asparagus) พืชผักทำเงินสร้างรายได้ อีกหนึ่งทางเลือกของชาวเกษตร

หน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus) พืชผักทำเงินสร้างรายได้ อีกหนึ่งทางเลือกของชาวเกษตร

หมวดหมู่: อาชีพเกษตรกรรม, 02/04/2013, 21:09, ชม: 5,027 ครั้ง
-------Advertisement--------

หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชผักที่มีศักยภาพในการส่งออก มีแนวโน้มในการส่งออกที่ดี โดยเฉพาะการส่งออกผลผลิตสด และยังเป็นพืชผักทางเลือกอีกชนิดหนึ่งของเกษตรการที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยมีการส่งเสริมในรูปแบบครบวงจร เพาะปลูกมากในจังหวัดนครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี โดยตลาดต่างประเทศที่สำคัญคือ ประเทศญี่ปุ่น รองลงมาได้แก่ ตลาดยุโรป และตลาดในแถบเอเชีย

หน่อไม้ฝรั่ง "asparagus"

เตรียมการเพาะปลูกมีปัจจัยที่สำคัญ ดังนี้

1. การเตรียมเมล็ดพันธุ์

ควรซื้อเมล็ดพันนธุ์ที่ผลิตมาจากบริษัทเจ้าของพันธุ์ และซื้อกับบริษัทที่จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ ซึ่งจะสามารถปลูกได้ ประมาณ 2-4 ไร่ ใช้พื้นที่เพาะกล้าประมาณ 500-600 ตารางเมตร อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีการใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในการผลิตต้นกล้าหน่อไม้ฝรั่ง เพื่อใช้ในการปลูก ซึ่งเป็นวิธีการที่ทำให้ได้ต้นกล้าที่แข็งแรง ตรงตามพันธุ์ แต่มีข้อควรระวังคือต้องมีการคัดต้นพันธุ์ (Clone) ที่ดีเพื่อนำมาขยายพันธุ์ต่อ

2. การเตรียมแปลงเพาะกล้า

ควรเป็นที่โล่งแจ้ง ใกล้แหล่งน้ำ ไม่มีน้ำท่วมขัง มีความเป็นกรดเป็นด่างของดิน (PH) ประมาณ 6.5-7.0

ปราศจากวัชพืช ในการเพาะกล้าขนาด 1 ไร่ ให้เตรียมแปลงเพาะขนาด 1×10 เมตร จำนวน 8 แปลง ใส่ปุ๋ยอินทร์จำนวน 30 กิโลกรัม (ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักตามความเหมาะสม) และปูนขาว 1 กิโลกรัมต่อแปลงเพาะคลุกเคล้าให้ทั่ว เกลี่ยดินบนแปลงให้เรียบและให้ไม้ทำร่องลึก 1-2 เซนติเมตร ตามแนวขวางของแปลง แต่ละร่องห่างกันประมาณ 20-25 เซนติเมตร

3. วัสดุปรับปรุงดิน

มีหลายชนิดขึ้นอยู่กับสภาพดินที่ใช้ในการเพาะกล้า ควรเลือกใช้ดังนี้

  1. ปุ๋ยอินทรีย์
  2. ปูนขาว
  3. สารสกัดจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์กำจัดโรครา
  4. สารสกัดจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์กำจัดแมลงซึ่งปลอดภัยต่อผู้บริโภคและผู้ปลูก
  5. แกลบ ฟาง
  6. บัวรดน้ำ
  7. อุปกรณ์การเตรียมแปลง จอบ คราด ไม้ปาดแปลง ไม้ชักร่อง
การเพาะกล้าหน่อไมฝรั่ง

ขั้นตอนการดำเนินงาน

1. การเพาะกล้าหน่อไมฝรั่ง

นำเมล็ดมาหยอดลงในร่องที่เตรียมไว้จุดละ 1 เมล็ด ห่างกันประมาณ 10-15 เซนติเมตร กรณีมีมดหรือแมลงให้โรยทับด้วยปูนขาวบางๆ จากนั้นกลบดินในร่องบางๆ แล้วใช้ฟางคลุมทับบนแปลงหนาพอประมาณ ใช้สารสกัดจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์ในการลดเชื้อราใส่บัวรดน้ำราดให้ทั่ว จากนั้นรดน้ำตามให้ชุ่มระยะแรกๆ ต้องรดน้ำให้บ่อยครั้งอย่าปล่อยให้แปลงแห้งประมาณ 10-15 วัน ต้นกล้าจะเริ่มงอกเปิดฟางออกให้เหลือฟางเพียงบางๆ เพื่อให้ต้นกล้างอกสะดวกในช่วงต้น การให้ปุ๋ยจะต้องให้อย่างต่อเนื่องทุกเดือน

2. การย้ายกล้าหน่อไม้ฝรั่ง

หลังจากที่กล้ามีอายุได้ 4-6 เดือน ต้นกล้าจะมีความแข็งแรงและมีอัตราการรอดตายสูง ก่อนย้ายต้องงดให้น้ำในแปลงกล้า 2 อาทิตย์ เพื่อให้รากมีความเหนียว ก่อนถึงวันกำหนดย้ายกล้า 2-3 วัน ควรให้น้ำเพื่อให้ดินอ่อนตัวและได้ทากรขุดได้ง่าย ควรตัดลำต้นเหนือดินออกโดยเหลือความสูงไว้ประมาณ 15-20 เซนติเมตร ก่อนย้าย 1 วันจะต้องให้น้ำในแปลงปลูกที่เตรียมไว้เพื่อให้ดินมีความชื้นเพียงพอ ใช้ระยะปลูกระหว่างต้นควรห่าง 50 เซนติเมตร และระหว่างแถวควรห่าง 120-150 เซนติเมตร

3. การดูแลรักษา

การให้น้ำ ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ การให้น้ำต้นกล้าที่ย้ายลงแปลงใหญ่ โดยปกติจะให้น้ำวันเว้นวัน หลังจากกล้าตั้งตัวได้แล้วให้ 3-5 วันต่อครั้ง โดยให้ดูความชื้นในดินประกอบด้วย

การใส่ปุ๋ย ให้ใส่ปุ๋ยคอกรองพื้นปริมาณ 2-3 ตันต่อไร่ พร้อมทั้งใส่ปุ๋ยเคมีหรือสารสกัดจากธรรมชาติอย่างต่อเนื่องอีก 3 ระยะคือ

  • ระยะเจริญเติบโต หลังปลูก 1 เดือน
  • ระยะให้ผลผลิตให้ปุ๋ยเพื่อให้หน่อไม้ฝรั่งสมบูรณื ไม่บานเร็ว
  • ระยะฟักตัว

การไว้ต้นแม่เหนือดิน

เมื่อต้นหน่อไม้ฝรั่งมีอายุมากขึ้น บริเวณกอจะแน่น ควรมีการตัดแต่งยอดและแต่งกิ่งแขนงต้นอออกบ้าง

การทำราวค้ำต้น

ควรทำราวค้ำต้น เมื่ออายุประมาณ 4 เดือนหลังย้ายปลูก โดยวัสดุที่ใช้ทำราวต้องแข็งแรง จำนวนชั้นของราวต้องเหมาะสมกับความสูงเพื่อค้ำต้นแม่

การพรวนดิน ในช่วงแรกหลังจากย้ายปลูก ให้ทำการพรวนดินกลบโคน หลังจากนั้น ควรจะทำทุก 3-4 เดือนต่อครั้งพร้อมกับการเติมปุ๋ยอินทรีย์

การพักต้น เมื่อเริ่มเก็บผลผลิตหน่อไม้ฝรั่งอย่างต่อเนื่องประมาณ 60 วัน ผลผลิตจะเริ่มลดลงจำเป็นต้องตัดแต่ง และพักต้นไว้ พร้อมงดการเก็บเกี่ยวและการถอนแยกต้นแม่ทิ้งทั้งหมด รอให้งอกต้นใหม่เป็นระยะเวลาประมาณ 30 วัน จึงเริ่มทำการเก็บเกี่ยวอีกครั้ง

4. การเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว

เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวได้หลังจากย้ายปลูกแล้ว 4-6 เดือน หน่อที่เก็บเกี่ยวได้ควรมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.8-1 เซนติเมตร ในปริมาณ 30% ของจำนวนต้นทั้งหมด ให้ทำการถอน โดยจับบริเวณโคนหน่อที่ติดกับดินในลักษณะที่ถนัดแล้วดึงหน่อขึ้นจากดิน แล้วรีบนำหน่อไม้ฝรั่งวางไว้ในที่ร่ม ไม่ตากแดด และมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ทำความสะอาดโคนหน่อด้วยน้ำสะอาด แล้วนำหน่อไม้ฝรั่งมาเรียงให้ปลายหน่องเสมอกันและตัดส่วนโคนที่ยาวไม่เท่ากันออกด้วยมีดคมๆ หลังจากนั้นให้คัดเกรด แล้วรัดหน่อด้วยหนังยาง เรียงผลผลิตตังยอดหน่อขึ้น เพื่อปกป้องกันหน่องอ บรรจุในตะกร้าพลาสติกที่รองด้วยแป่นฟองน้ำที่สะอาด คลุมด้วยผ้าขาวบางหรือฟองน้ำอีกชั้นด้านบน และขนส่งมายังจุดรวบรวมผลผลิตอย่างรวดเร็ว

ผลผลิตหน่อไม้ฝรั่งที่มีคุณภาพ

ผลผลิตหน่อไม้ฝรั่งที่มีคุณภาพ ควรมีลักษณะดังนี้

  1. หน่อตรง ไม่คดงอ หรือแคระแกร็น
  2. ปลายหน่อต้องแน่น ไม่บาน (ไม่มีช่อใบโผล่พ้นกาบหุ้มใบ)
  3. ความยาวของหน่อ 25 เซนติเมตร โดยมีส่วนเขียวไม่น้อยกว่า 19-25 เซนติเมตร (ขึ้นอยู่กับความเข้มงวดของการับซื้อผลผลิตของแต่ละบริษัท ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของหน่อไม้ฝรั่งต้องเข้าเกณฑ์มาตรฐานด้วย)
  4. ขนาดของหน่อไม้ฝรั่งแต่ละเกรดมีความสม่ำเสมอ
  5. ต้องสะอาด ปราศจากโรคแมลง

ต้นทุน และผลตอบแทน

ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยปีที่ 1 35,000 บาท/ไร่
ผลตอบแทนเฉลี่ย 33,000 บาท/ไร่
ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยปีที่ 2 เป็นต้นไป 53,000 บาท/ไร่
ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 87,000 บาท/ไร่

แหล่งข้อมูล

กลุ่มส่งเสริมการผลิตผัก ส่วนส่งเสริมการผลิตผัก ไม้ดอกไม้ประดับและพืชสมุนไพร สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตรกรมส่งเสริมการเกษตร

 

-------Advertisement--------
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
thaiarcheep.com