ThaiArcheep.com

หมากเม่าผลไม้พื้นบ้านทะยานสู่สากล

เรื่องราวของพืชที่น่าสนใจสำหรับวันนี้เราขอนำเสนอไม้ผลพื้นบ้านที่หลายๆ คนอาจจะไม่เคยเห็นผลจริงๆ ของมันเลยสักครั้งเดียว เพราะไม้ผลชนิดนี้เป็นพืชที่มีอยู่มากในแถบอีสานตอนบน โดยถิ่นที่มีอยู่มากนั่นก็คือเทือกเขาภูพาน และสิ่งที่เรากำลังกล่าวถึงนั่นก็คือ หมากเม่า นั่นเอง           

หมากเม่าเป็นผลไม้ตระกูล

หมากเม่าเป็นผลไม้ตระกูลเบอรี่และมีสารอาหารมากมาย

                แต่เดิม หมากเม่า เป็นที่รู้จักว่าเป็นไม้ป่าธรรมดา แต่เมื่อไม่นานมานี้ไวน์หมากเม่าของไทยสามารถไปชนะการประกวดไวน์นานาชาติที่ประเทศเบลเยี่ยม จึงส่งผลให้หมากเม่ากลายเป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ด้วยเหตุนี้มันจึงถูกยกระดับให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจและน่าลงทุน หมากเม่าต้องปลูก

หมากเม่าต้องปลูกประมาณ 3-4 ปี จึงจะให้ผลผลิต

วิธีการปลูกหมากเม่า
การปลูก หมากเม่า เป็นไม้ผลที่ปลูกง่าย ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน ประมาณปลายเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน ถ้าปลูกก่อนน่านี้หรือหลังจากนี้ อาจทำให้ขาดน้ำหรือน้ำมีมากเกินไป ทำให้ต้นพันธุ์หมากเม่าเจริญเติบโตไม่ทัน ปรับสภาพตัวเองไม่ทัน จะทำให้ต้นพันธุ์ตายได้ หมากเม่าไม่ชอบดินที่มีน้ำขัง โดยการปลูกให้ขุดหลุมกว้าง+ยาว+ลึก ประมาณ 30+30+30 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างต้นกับแถวปลูกประมาณ 6+6 เมตร แยกดินบนดินล่าง รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก ประมาณ 3-4 กิโลกรัม ผสมกับปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 หรือปุ๋ยเกลือประมาณ 1-2 ช้อนแกง นำดินบนลงไปคลุกเคล้ากับปุ๋ยทั้งสองชนิดให้ได้ 2 ส่วนของหลุม นำต้นพันธุ์ลงปลูกโดยฉีกถุงดำออกตั้งตรงกึ่งกลางหลุม ปักยึดด้วยหลักไม้มัดให้แน่นกลบด้วยดินที่เหลือ รดน้ำให้ชุ่มพอประมาณ และควรป้องกันศัตรูที่มาทางราก คือ ปลวก เสี้ยนดิน หนอนเจาะโคนต้น ด้วยสารฟูราดานเม็ดสีม่วง โรยบนหน้าดินแล้วพรวนดินกลบ หรือผสมน้ำลาดรอบโคนต้น ซึ่งสารเคมีชนิดนี้ป้องกันศัตรูพืชได้ทั้งในดินและอากาศ หมากเม่าสามารถนำมา

หมากเม่าสามารถนำมาแปรรูปได้มากมายหลายอย่าง

              ในเรื่องของการดูแลรักษาถ้าเป็นกิ่งพันธุ์ทาบกิ่งหรือเปลี่ยนยอด เมื่อปลูกแล้วประมาณ 1 เดือน ให้นำมีดมาตัดผ้าพลาสติกที่พันยึดกิ่งพันธุ์ออก ถ้าไม่นำออกจะทำให้รอยพันพลาสติกรัดกิ่งพันธุ์และหักได้ภายหลัง หลังจากนั้นควรใส่ปุ๋ยคอกขี้ไก่ที่ซื้อมาจากฟาร์มเลี้ยงไก่หรือปุ๋ยเคมีตามความจำเป็น ในฤดูแล้งควรหาเศษวัชพืชคลุมโคนต้นเพื่อป้องกันการคลายน้ำจากผิวดิน ส่วนในฤดูฝนควรกำจัดวัชพืชบริเวณโคนต้นให้โล่งเตียนอยู่เสมอ เพราะหมากเม่ามีเปลือกรสหวานศัตรูประเภทหนอนแทะเปลือกและเจาะลำต้นจะระบาดในช่วงนี้ เมื่อปลูกได้ประมาณปีที่ 2 จะติดผลให้ได้ชิมถ้าดูแลรักษาให้ดี  เมื่อต้นหมากเม่ามีอายุย่างเข้าปีที่ 3 แล้วควรเปลี่ยนปุ๋ยคอกผสมกับปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 จำนวน 2-3 กำมือต่อต้นต่อปี และให้เพิ่มจำนวนปุ๋ยมากขึ้นตามอายุของต้นหมากเม่าด้วย ซึ่งพืชจะสามารถนำแร่ธาตุไปบำรุงทั้งดอกและผล นอกจากนี้เพื่อเตรียมอาหารที่จะให้ติดผลในอนาคต เมื่อเก็บผลผลิตแล้วควรแต่งกิ่งให้ต้นโปร่งปีละ 1 ครั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยนิยมรับประทานผลสดของหมากเม่า โดยการนำมาปรุงรสคล้ายกับส้มตำ เรียกว่า ตำหมากเม่า

          และเมื่อหมากเม่ากลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จากเดิมที่เคยทิ้งขว้างและขายได้เพียงกิโลกรัมละ 10-15 บาท แต่ปัจจุบันราคาหมากเม่ากลับสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 25-45 บาท ที่สำคัญมันยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดโลกที่มีออเดอร์เข้ามาถึง 500 ตัน/ปี แต่ตอนนี้ส่วนใหญ่หมากเม่าที่มีอยู่ก็คือหมากเม่าที่มีตามธรรมชาติเท่านั้นเอง ดังนั้นหากใครสนใจที่จะปลูกหมากเม่าเพื่อขายก็ยังมีช่องว่างของตลาดอีกมากมายเพื่อให้คุณสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้จากหมากเม่าผลไม้ป่าที่กำลังทะยานไปสู่ความเป็นสากล หมากเม่าสามารถนำมาแปร

หมากเม่าสามารถนำมาแปรรูปเป็นแยมหมากเม่าได้เช่นกัน ไวน์หมากเม่าเป็นที่ต้องการ

ไวน์หมากเม่าเป็นที่ต้องการของตลาดโลกเป็นอย่างมาก