ThaiArcheep.com

หมูหลุม ประหยัดต้นทุน ไร้กลิ่น เสริมสร้างรายได้

                วิธีการทำการเกษตรมีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืช หรือการทำปศุสัตว์ ซึ่งการทำการเกษตรแบบพอเพียงนั้นเราจะทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไปเริ่มจาการปลูกพืชผักผลไม้ และการเลี้ยงสัตว์ต่างๆควบคู่กันไป ซึ่งวิวัฒนาการและวิธีในการเลี้ยงสัตว์ก็ได้เกิดขึ้นมากมายหนึ่งในวิธีเลี้ยงหมูที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในเวลานี้ก็คือ หมูหลุม

1การเลี้ยงหมูหลุมช่วยเพิ่ม

 

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/13131

การเลี้ยงหมูหลุมช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเกษตกร

                หมูหลุมนั้นแตกต่างจากหมูทั่วไปอย่างไร หมูหลุมไม่ได้แตกต่างจากหมูทั่วไปพันธุ์ที่ใช้เลี้ยงก็เป็นหมูพันธุ์เดียวกัน สิ่ง่ที่แตกต่างก็คือวิธีการเลี้ยงเท่านั้นที่แตกต่างการเลี้ยงหมูระบบฟาร์มนั้นจะมีต้นทุนที่สูงและมีกลิ่นเหม็นซึ่งจะก่อเกิดความรำคาญให้กับพื้นที่ใกล้เคียง อีกทั้งการเลี้ยงหมูฟาร์มนั้นจะพึ่งพายาและวัคซีนต่าง ๆเมื่อหมูเป็นโรค แต่ผิดกับหมูหลุมที่จะมุ่งเน้นไปในเรื่องของการใช้จุลินทรีย์ในการรักษาและดูแลหมูให้แข็งแรง2เลี้ยงหมูหลุมนั้นจะมีต้นทุนที่

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/13131

เลี้ยงหมูหลุมนั้นจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการเลี้ยงหมูในระบบฟาร์ม

                ข้อดีของการเลี้ยง หมูหลุม ที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือมีต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับการเลี้ยงหมูในระบบฟาร์มทำให้ชาวบ้านและเกษตรกรที่มีเงินไม่มากนักสามารถเข้าถึงการเลี้ยงหมูหลุมได้ด้วย สาเหตุที่มีต้นทุนต่ำนั้นก็มาจากวัสดุที่ใช้จะเป็นวัสดุที่ได้จากธรรมชาติ อาทิ แกลบ ดิน เป็นต้น นอกจากนั้นหมูหลุมยังใช้น้ำน้อยกว่าหมูในระบบฟาร์ม โดยปกติแล้วหมูระบบฟาร์มจะใช้น้ำ 30 ลิตรต่อวันต่อตัว แต่สำหรับหมูหลุมแล้วจะใช้น้ำเพียง 3 ลิตรต่อวันต่อตัวเท่านั้น ที่ที่สำคัญวัสดุที่ใช้ในการลองพื้นเพื่อทำการดับกลิ่นก็สามารถนำมาขายเป็นรายได้หลังจากการเลี้ยงหมูได้ด้วยเช่นกัน3ด้วยต้นทุนที่ต่ำทำให้หมูหลุม

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/13131

ด้วยต้นทุนที่ต่ำทำให้หมูหลุมเป็นรายได้เสริมของเกษตรกร

การเลี้ยงหมูหลุม ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

สิ่งที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากที่สุดในการเลี้ยงหมูหลุมก็คือการสร้างโรงเรือน และการซื้อพันธุ์หมู นอกจากนั้นก็เป็นการซื้อวัตถุในการใช้รองพื้นซึ่งจะมี แกลบ ฟางข้าว ดิน เกลือทะเล ถ่าน และน้ำหมักผลไม้ มารองพื้นเป็นชั้น ๆซึ่งจะรองทั้งหมด 2 ชั้นด้วยกัน ซึ่งวัตถุดิบนี้ก็แล้วแต่พื้นที่จะหาได้แต่ส่วนผสมสำคัญที่สุดที่มีทุกสูตรก็คือ แกลบ ซึ่งจะเป็นวัตถุที่ดิบกลิ่นได้ดี ซึ่งทั้ง 2 ชั้นที่รองนั้นจะมีความหนาประมาณ 60 เซนติเมตร4สิ่งสำคัญในการเลี้ยงหมู

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/13131

สิ่งสำคัญในการเลี้ยงหมูหลุมคือวัสดุรองพื้นที่จะคอยควบคุมกลิ่นและน้ำเน่าเสีย แมลงวัน

                จุดประสงค์และเป็นจุดเด่นของวัสดุรองพื้นก็คือช่วยขจัดกลิ่นเหม็น น้ำเน่าเสีย และแมลงวัน ซึ่งข้อดีอีกอย่างในการเลี้ยงหมูหลุมก็คือหมูจะมีอัตราการเจริญเติบโตที่สูตรแม้จะกินอาหารเม็ดควบคู่กับอาหารที่หาได้จากธรรมชาติเช่นหยวกกล้วยเป็นต้น และหมูหลุมจะไม่ค่อยเป็นโรค มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์5หมูหลุมจะมีการเจริญเติบโต

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/13131

หมูหลุมจะมีการเจริญเติบโตที่ดีกว่าและมีสขภาพที่ดีกว่าด้วย

ตลาดของหมูหลุม

หมูหลุม จะมีราคาดีกว่าหมูฟาร์มเพราะเป็นหมูที่เลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติ โดยราคาเนื้อหมูอยู่ที่ 160 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งแม่พันธุ์หมู 1 ตัวสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรต่อเดือน เดือนละ 3,000 บาทเลยทีเดียว และรายได้อีกทางหนึ่งก็คือวัสดุรองพื้นที่มีการผสม แกลบ ฟางข้าว ดิน เกลือทะเล ถ่าน น้ำหมักผลไม้ และขี้หมูกลับกลายเป็นปุ๋ยชั้นยอดซึ่งเกษตรกรสามารถที่จะนำวัสดุรองพื้นนี้ไปขายต่อได้เลยในทันที ซึ่งมีผู้ต้องการเป็นจำนวนมากเช่นกัน การเลี้ยงหมูหลุมนั้นมีต้นทุนต่ำแม้ในช่วงที่เนื้อหมูมีราคาตกต่ำเกษตรกรก็ยังสามารถมีกำไรจากการเลี้ยงหมูหลุมได้เช่นกัน6หมูหลุมมีราคาดีกว่า

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/131311

หมูหลุมมีราคาดีกว่าหมูฟาร์ม