ThaiArcheep.com

เกษตรผสมผสาน สร้างรายได้ สร้างเม็ดเงิน

                ในสมัยเริ่มแรกในการทำเกษตรกรของประเทศไทยนั้นจะเป็นเกษตรผสมผสานเพราะปู่ย่า ที่ทำเกษตรกันมาจะปลูกผักและผลไม้รวมถึงพืชต่าง ๆหลายชนิดไว้กินไว้รับประทาน พร้อมกันนั้นยังเลี้ยง หมู ไก่ เป็ด และสัตว์อื่น ๆที่จะเป็นอาหารไว้ในพื้นที่เรือกสวนไร่นาด้วย ซึ่งการทำแบบนี้เราเรียกว่าการทำเกษตรแบบผสมผสาน หรือเกษตรแบบพอเพียงนั้นเอง แต่ในสมัยก่อนเขาไม่ได้เรียกแบบนี้เขาเรียกว่าวิถีทำกิน แต่เมื่อทุนนิยมเข้ามาก็เข้ามาเปลี่ยนเกษตรแบบวิถีทำกินนั้นให้กลายเป็นเกษตรเชิงเดี่ยวหรือเกษตรกรแบบทุนนิยม ซึ่งการปลูกพืชแบบทุนนิยมนั้นจะเน้นที่จะปลูกอย่างเดียวเยอะ ๆเพื่อให้ได้เงินในแต่ละครั้งเยอะ ๆและไม่ต้องดูแลอะไรมากมายเพียงดูแลพืชชนิดเดียวเท่านั้น

1เกษตรแบบผสมผสาน

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/148085

เกษตรแบบผสมผสานเป็นทางออกของเกษตรกร

                แต่ถ้ามองในมุมกลับกันนั้นการปลูกพืชเชิงเดียวจะมีค่าใช้จ่ายมากการการทำ เกษตรแบบผสมผสาน เพราะทุกอย่างที่ใช้ทุกอย่างที่กินต้องหาซื้อมาทั้งหมดซึ่งเป็นเงินที่เก็บได้จากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่จะสามารถทำเงินได้ปีละครั้งเท่านั้น แต่ถ้าเป็นการทำเกษตรแบบผสมสานนั้นเราจะได้เงินทุกวันแต่จะได้น้อยเป็นเบี้ยหัวแตกแต่ถ้ารู้จักเก็บก็สามารถสร้างรายได้มากกว่าการปลูกพืชเชิงเดี่ยวอีกด้วย นอกจากนั้นยังสามารถลดรายจ่ายในครอบครัวได้อีกด้วย อนึ่งพืชผักผลไม้และสัตว์ที่เลี้ยงไว้จะกลายเป็นอาหารให้กับครอบครัวโดยที่ไม่ต้องไปซื้อหาให้เสียเงิน ถ้ามีเหลือก็สามารถที่จะนำไปขายได้ได้เงินมาก็เก็บไว้ ใช้หนี้ใช้สินและออมเพื่ออนาคตได้ด้วย2แม้ตลาดสินค้าเกษตร

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/148085

แม้ตลาดสินค้าเกษตรเป็นเช่นไรก็ไม่กระทบต่อการใช้ชีวิต

การทำเกษตรแบบผสมผสาน

การทำเกษตรแบบผสมผสาน นั้นเกษตรกรที่จะทำต้องมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าเพราะในช่วงแรกที่ทำจะเกิดความรู้สึกท้อถอยอย่างมาก ซึ่งเป็นกันทุกคนแต่เมื่ออดทนมุ่งมั่นที่จะทำเกษตรแบบผสมผสานแล้วไม่นานก็จะเห็นผล สิ่งแรกในการทำเกษตรแบบผสมผสานนั้นก็คือต้องวางแผนและรู้จักทรัพยากรที่มีอาทิ จำนวนพื้นที่ และแหล่งน้ำ3เกษตรแบบผสมสานเน้น

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/148085

เกษตรแบบผสมสานเน้นในเรื่องของการพึ่งพาตัวเอง

พืชที่จะปลูกในการทำเกษตรแบบผสมผสานนั้นเราจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงด้วยกัน

  1. ช่วงสั้น พืชที่อยู่ในช่วงสั้น ๆนั้นจะเป็นพืชจำพวกผัก เพราะผักจะเป็นพืชที่อายุสัตว์สามารถเก็บขายได้ทุกวัน และผู้บริโภคมีความต้องการทุกวัน
  2. ช่วงกลาง พืชที่ให้ผลผลิตประมาณ 1 เดือนครั้งหรือ 3 เดือนครั้ง พืชจำพวกนี้จะได้เงินเป็นก้อนใหญ่เพื่อมาจุนเจือรายได้ระหว่างเดือน
  3. ช่วงยาว พืชเหล่านี้จะเก็บผลผลิตปีละครั้ง อาทิ ผลไม้ พืชผักที่ออกตามฤดูกาล อย่างเช่น ผักหวานเป็นต้น

4สิ่งสำคัญในการทำเกษตรที่มา http://www.tnamcot.com/content/148085

สิ่งสำคัญในการทำเกษตรแบบผสมผสานจะต้องมีการวางแผนที่ดี

การเลี้ยงสัตว์ด้วยวิธีเกษตรผสมผสานนั้นก็มีวิธีเหมือนกัน

การเลี้ยงสัตว์แบบผสมสานนั้นเราต้องวางแผนให้การใช้ชีวิตของสัตว์แต่ละชนิดสามารถเกื้อหนุนกันได้เสมอ อาทิเลี้ยงไก่ เหนือบ่อปลาเมื่อ ไก่กินอาหารก็จะขี้ ขี้เหล่านี้ก็เป็นอาหารปลา เลี้ยงเป็ดเพื่อกินหอนเชอร์รี่ในนาข้าว เลี้ยงไก่บ้านเพื่อให้กำจัดแมลงต่าง ๆที่อยู่ตามพื้น หรือมีเกษตรกรในต่างประเทศเลี้ยงกระต่ายเพื่อกำจัดหญ้าในแปลงปลูกด้วยการทำกรงให้กระต่ายวิ่งไปในบริเวณที่มีหญ้าเป็นต้น5รู้จักทรัพยากรและธรรมชาติ

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/148085

รู้จักทรัพยากรและธรรมชาติในพื้นที่เป็นสิ่งที่ได้เปรียบที่สุด

                แต่สิ่งสำคัญที่สุดของการทำ เกษตรผสมผสาน ก็คือแหล่งน้ำในพื้นที่ 1ไร่ แบ่งเป็น 4 ส่วน น้ำจะเป็น 2 ส่วนของพื้นที่ 1ไร่ เพราะถ้าขาดน้ำทุกอย่างที่วางแผนไว้ก็จะเสียหายไปหมดซึ่งหลายคนคิดว่าการขุดบ่อนั้นไม่สำคัญแต่ถ้าคิดในมุมกลับกันเมื่อเราลงพืชไปแล้วแต่ไม่มีน้ำรดพืชเหล่านั้นก็ตาย เมื่อเราเลี้ยงสัตว์ไปแล้วไม่มีน้ำให้สัตว์กินสัตว์ก็ไม่แข็งแรง และเมื่อไม่มีน้ำก็ไม่มีความชุ่มชื้นของพื้นดินเช่นกัน6เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/148085

เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จจากากรทำเกษตรผสมสานมีมากมาย