ThaiArcheep.com

เผือกหอมหนทางสร้างรายได้ที่เกษตรกรไม่อาจมองข้าม

            เผือก เป็นพืชที่คนไทยรู้จักมักจี่กับมันมาเป็นเวลานาน เพราะตั้งแต่โบร่ำโบราณก็มีการบริโภคเผือกให้เห็นกันแล้ว ดังนั้นเผือกจึงเป็นพืชที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน แต่ที่เราจะนำมากล่าวขานถึงในวันนี้เป็นเผือกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เผือกหอม ซึ่งมีลักษณะคล้ายต้นบอน โดยลำต้นใต้ดินจะเจริญเติบโตกลายเป็นหัว ซึ่งต้นของมันจะสูง 1-2 เมตร เผือกหอม เป็นจะเป็นเผือกชนิดหัวใหญ่ อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 7-8 เดือน น้ำหนักหัวประมาณ 1-2 กิโลกรัม กาบใบใหญ่สีเขียว เมื่อต้มสุกแล้วจะมีกลิ่นหอม

 

เมื่อนำมาทำให้สุก

เมื่อนำมาทำให้สุกเผือกหอมจะมีกลิ่นหอมซึ่งเป็นที่มาของชื่อของมันนั่นเอง

                เหตุผลที่มีการรับประทานเผือกกันมากก็เนื่องมาจาก เผือก เป็นพืชที่มีรสชาติดี แถมหัวเผือกยังเป็นอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ทั้งยังมีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม วิตามินบี1 วิตามินซี และสารอาหารอื่นๆ เกือบครบทุกชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เผือกจึงเป็นอาหารที่ให้พลังงานและบำรุงสุขภาพไปพร้อมกัน

 เผือกหอมเป็นพืชที่สามารถ

เผือกหอมเป็นพืชที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหรืออาหารหวาน

วิธีการปลูกเผือกหอม       

การเตรียมแปลงพันธุ์ ทำได้โดยการไถพรวนดิน 1 ครั้ง เพื่อปรับดินให้เรียบสม่ำเสมอ ปูขี้เถ้าแกลบหนาประมาณ 1-2 นิ้ว จากนั้นนำลูก เผือก มาวางเรียงบนขี้เถ้าแกลบให้เต็มแปลง แล้วใช้ขี้เถ้าแกลบทับบาง ๆ หนาประมาณ 1 นิ้ว ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ จนกล้าเผือกมีอายุประมาณ 2-3 สัปดาห์ จะมีใบแตกออกมา 2-3 ใบ สูงประมาณ 20 เซนติเมตร ก็สามารถย้ายไปปลูกได้ พื้นที่ปลูกเผือก 1 ไร่ จะใช้พันธุ์เผือกประมาณ 100-200 กิโลกรัม ซึ่งการเพาะกล้าจะประหยัดพันธุ์ และเกิดความมั่นใจว่าเผือกที่ปลูกจะไม่พบปัญหาเผือกหอมไม่งอกจนต้องปลูกซ่อม

การเตรียมดินก่อนการปลูกเผือก 1-2 เดือน ให้ใช้รถแทรกเตอร์ไถดะด้วยผาล 3 หรือ 4 รอบ จากนั้นตากดินไว้ระยะหนึ่งแล้วไถแปรเพื่อย่อยดิน โดยใส่ปูนขาวรวมทั้งปุ๋ยคอกโดยหว่านก่อนดำเนินการไถเตรียมดินจะช่วยปรับโครงสร้างและสภาพของดินให้ดีขึ้น หลังจากไถแปรเรียบร้อยแล้วให้ทำการขุดร่องปลูกระหว่างแถว 1 เมตร ระยะต้น 60 ซม. โดยใส่ปุ๋ย
คอกรองก้นหลุมก่อนปลูกในท้องร่อง เพื่อกลบร่องเมื่อเผือกอายุประมาณ 75 วัน การให้น้ำจะต้องให้น้ำให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอ ในส่วนของการใส่ปุ๋ยจะใส่ปุ๋ย 15-15-15 ทุก 15 วัน ปริมาณหยิบมือ ซึ่งถ้าปลูกใหม่ประมาณต้นละ 10 เม็ด และเพิ่มเรื่อยตามขนาดของการเจริญเติบโตของต้นเผือกหอม   อีกทั้งฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพจากพืชสด และหอยเชอรี่ เป็นระยะๆ เพื่อเพิ่มธาตุอาหารเสริมบำรุงต้นให้สมบูรณ์และแข็งแรง และเมื่อเผือกหยุดการเจริญเติบโตจะหยุดการให้น้ำแล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน จะสามารถเก็บผลผลิตได้

 ต้นเผือกจะมีลักษณะ

ต้นเผือกจะมีลักษณะคล้ายต้นบอน และมีความสูงประมาณ 1-2 เมตร

            สำหรับการป้องกันกำจัดศัตรูของเผือกจะใช้สารสกัดจากสมุนไพร เช่น พืชที่มีรสฝาดเพื่อป้องกันเชื้อรา แต่ก็ป้องกันได้ในบางส่วน แต่ถ้าเป็นโรคใบจุดตาเสือต้องขุดแล้วนำไปเผาทิ้ง เพราะถ้าเป็นแล้วต้นจะตายและแพร่ไปสู่ต้นอื่น ส่วนการกำจัดวัชพืชและการพูนโคนในระยะ 1-3 เดือนแรก ให้ทำการถากถางหญ้าพร้อมทั้งพรวนดินโคนต้นเดือนละ 1 ครั้ง เมื่อต้นเผือกโตใบคลุมแปลงมากแล้วก็ไม่จำเป็นต้องกำจัดวัชพืชอีกจนกว่าจะเก็บเกี่ยว นอกจากนี้การคลุมแปลงด้วยฟางข้าว จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นและอุณหภูมิอีกทั้งยังเป็นการป้องกันวัชพืชและช่วยในการแตกหน่อของเผือกบางส่วนได้อีกด้วย

 เผือกหอมสามารถ

เผือกหอมสามารถนำไปทอด ฉาบ ต้ม เชื่อม แกงบวช ทำไส้ขนม และนำไปประกอบอาหารในรูปแบบต่างๆ ได้มากมาย

                และเนื่องจากเผือกหอมเป็นพืชที่มีน้ำหนักมากแถมยังมีความต้องการของตลาดสูงอีกทั้งราคาก็ดีกว่าเผือกชนิดอื่นๆ มันจึงกลายเป็นพืชที่เกษตรกรไม่ควรมองข้าม อีกทั้งมันยังเป็นอาหารคู่ครัวไทยและครัวโลกมาตลอดหลายศตวรรษ ดังนั้นการปลูกเผือกหอมจึงเป็นการสร้างรายได้ที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่าการเพาะปลูกพืชชนิดอื่นเลย

 เผือกฉาบเป็นขนม

เผือกฉาบเป็นขนมอีกอย่างที่คนไทยเห็นกันจนคุ้นตา

 เผือกหอมเป็นพืช

เผือกหอมเป็นพืชที่ราคาสูงและมีน้ำหนักต่อหัวมาก ดังนั้นจึงสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้เป็นกอบเป็นกำ