ThaiArcheep.com

เพาะเห็ดหูหนูขายมีรายได้มีอาชีพ

เห็ดหูหนู เป็นพืชที่มีการบริโภคมายาวนานหลายศตวรรษและในปัจจุบันก็ยังมีการบริโภคจำนวนมากอย่างต่อเนื่องอยู่ ซึ่งนั่นก็เป็นดัชนีชี้วัดได้เป็นอย่างดีว่าเห็ดหูหนูนั้นต้องมีดีอะไรบางอย่างจึงทำให้มีความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย โดยข้อดีของเห็ดหูหนูที่เราๆ ท่านๆ ต่างก็คงรู้ดี นั่นก็คือ มันมีความอร่อย มีกลิ่นหอม ที่สำคัญมันมีความกรุบกรอบซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษที่หาได้ยากในเห็ดชนิดอื่น นอกจากนี้มันยังมีสรรพคุณและคุณประโยชน์มากมายจึงทำให้เห็ดหูหนูเป็นที่นิยมอย่างทุกวันนี้ 

เห็ดหูหนูเป็นเห็ดที่มีรสชาติ

เห็ดหูหนูเป็นเห็ดที่มีรสชาติอร่อย มีกลิ่นหอม และที่สำคัญมีความกรุบกรอบ จึงทำให้มันได้รับความนิยมในการบริโภคมาก

                หากเราไปเดินตามตลาดไม่ว่าเล็กหรือใหญ่รวมไปถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตทั้งหลายที่ขาดไม่ได้ในที่นั้นๆ นั่นก็เห็นจะเป็น เห็ดหูหนู เพราะเห็ดหูหนูสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย อาทิเช่น นำไปใส่ในผัดขิง ใส่ในยำ ใส่ในแกงจืดต่าง นอกจากนี้ยังนำไปผัดกับผัก หรือเนื้อสัตว์ต่างๆ ก็สร้างความเอร็ดอร่อยได้ไม่น้อย ยิ่งหากใครกินเจจะนำไปทำซุปเห็ดหูหนูก็มีรสอร่อยล้ำเลิศ ด้วยเหตุนี้เห็ดหูหนูจึงเป็นเห็ดที่อยู่คู่ครัวไทย และคู่ครัวโลกมาช้านาน เห็ดหูหนูเป็นเห็ดที่หากินได้

เห็ดหูหนูเป็นเห็ดที่หากินได้ง่ายเพราะในตลาดไหนๆ ก็มีเห็ดหูหนูขายทั้งนั้น แถมยังมีราคาไม่แพง ใครๆ ก็สามารถซื้อมารับประทานได้ทั้งนั้น

วิธีการเพาะเห็ดหูหนู
             การเพาะ เห็ดหูหนู ในถุงพลาสติกต้องเริ่มที่การเตรียมเชื้อเห็ด โดยสิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับเป็นอาหารสำหรับเชื้อเห็ดคือ ขี้เลื่อยหมัก 100 ลิตร ข้าวโพดป่น 3-5 ลิตร รำละเอียด 10-12 ลิตร กากถั่วป่น 1 ลิตร ดีเกลือ 0.1 ลิตร ปูนขาว 0.5 ลิตร น้ำสะอาด (ตามน้ำหนักของขี้เลื่อย) 70-75 % เมื่อเตรียมครบแล้วนำทั้งหมดมาคลุกเคล้ากัน แล้วผสมน้ำเพื่อให้ได้ความชื้นที่เหมาะสม หลังจากนั้นนำมาใส่ถุงพลาสติกที่ใช้สำหรับเพาะเห็ด อัดให้แน่นโดยให้มีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม ใส่คอพลาสติก ใช้สำลีอุด ปิดด้วยกระดาษ และรัดด้วยหนังยางให้แน่น แล้วนำก้อนเชื้อเห็ดไปนึ่งฆ่าเชื้อ 3-4 ชั่วโมง แล้วปล่อยให้เย็น ต่อจากนั้นนำหัวเชื้อที่เลี้ยงไว้ในเมล็ดข้าวฟ่าง เขี่ยลงในเชื้อเห็ดที่เย็นแล้วประมาณ 10-20 เมล็ดต่อก้อน โดยสถานที่ที่ใช้เขี่ยเชื้อเห็ดต้องสะอาดและไม่มีลม โดยเมื่อเสร็จแล้วก็นำก้อนเชื้อไปบ่มไว้ในโรงบ่มก้อนเชื้อต่อไปชาวจีนถือว่าเห็ดหู

ชาวจีนถือว่าเห็ดหูหนูเป็นยาอายุวัฒนะ

              ในโรงบ่มก้อนเชื้อควรมีอุณหภูมิ 25-30 องศาเซลเซียส โดย 10 วันแรกห้ามมีลมโกรก หลังจากนั้นให้มีอากาศที่ถ่ายเทสะดวกและให้ก้อนเชื้อถูกแสงสว่างบ้าง สำหรับการวางก้อนเชื้อให้วางแนวนอนจะได้วางซ้อนกันได้ และในระยะที่เส้นใยเติบโตให้หมั่นกลับก้อนเชื้อด้านล่างขึ้นด้านบนบ้าง โดยช่วงที่เส้นใยเต็มถุงต้องหมั่นตรวจตราโรคและแมลง หากเจอให้นำก้อนเชื้อนั้นๆ ไปทิ้งทันที หรือจะฉีดพ่นตะไคร้หอมรอบโรงบ่มเพื่อป้องกันไว้ก่อนก็ได้ หลังจากนั้นเมื่อเส้นใยเดินเต็มแล้วให้ย้ายก้อนเชื้อไปกรีดถุงที่โรงเพาะ โดยการถอดคอขวดแล้วมัดยางปากถุงให้แน่นแล้วใช้มีดกรีดข้างถุงให้เป็นรอยเฉียงช่วงสั้นๆ ประมาณ 1 นิ้ว โดยในโรงเรือนที่ใช้เพาะต้องเก็บความชื้นได้ดี มีอุณหภูมิภายในเช่นเดียวกับโรงบ่มก้อนเชื้อ และควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก ในการวางก้อนเชื้ออาจวางบนชั้นโดยให้แต่ละถุงห่างกัน 5-7 ซม. ซึ่งในระยะนี้ควรพ่นน้ำแบบฝอยๆ วันละ 2-3 ครั้ง แต่หากจะใช้วิธีรดน้ำที่พื้นโรงเพาะก็ได้เช่นกัน และหลังจากกรีดถุงประมาณ 10-15 วัน ก็สามารถเก็บเห็ดหูหนูขายได้ เห็ดหูหนูถุงหนึ่งๆ จะสามารถเก็บ

เห็ดหูหนูถุงหนึ่งๆ จะสามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 2-3 เดือน

เนื่องจากเห็ดหูหนูเป็นเห็ดที่สามารถหาซื้อได้ง่าย และมีราคาไม่แพง มันจึงเป็นที่ถูกอกถูกใจและเป็นที่ต้องการของตลาดยิ่งนัก ดังนั้นการเพาะเห็ดหูหนูขายถึงแม้จะต้องลงทุนในเรื่องของโรงเรือนเป็นจำนวนมากอยู่สักหน่อย แต่ก็เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ๆ เพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นก็สามารถผลิตเห็ดหูหนูออกมาขายได้เรื่อยๆ และในการลงทุนครั้งต่อๆ ไปหากลงทุนด้วยเงิน 1 เท่า ก็จะได้รับเงินคืนมาเมื่อเก็บผลผลิตประมาณ 4 เท่า ดังนั้นมันจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและน่าทำเป็นอย่างยิ่ง ในยำต่างๆ ก็นิยมนำเห็ด

ในยำต่างๆ ก็นิยมนำเห็ดหูหนูมาเป็นส่วนประกอบเพื่อให้ยำนั้นๆ มีความอร่อยมากขึ้น ในผัดขิงสิ่งที่ขาด

ในผัดขิงสิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างนั่นก็คือเห็ดหูหนู