ThaiArcheep.com

เมล่อนไฮโดรโปนิกส์ พืชกระแสแรง

                ตอนนี้กระแสรักสุขภาพกำลังมาแรงการปลูกพืชให้ปลอดสารพิษแม้จะยากแต่ก็คุ้มกับค่าเหนื่อยที่ลงทุนไปเพราะว่าผลผลิตที่ปลอดสารพิษนั้นจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าแบบที่ใช้สารเคมี และที่สำคัญราคาก็ดีกว่าผลผลิตที่ใช้สารเคมีด้วยหนึ่งในวิธีที่สามารถควบคุมผลผลิตให้ออกสู่ตลาดให้มีคุณภาพนั้นก็คือการใช้ระบบการปลูกแบบ ไฮโดรโปนิกส์ หรือจะเรียกสั้น ๆว่าการปลูกพืชไร้ดินเนื่องจากการปลูกพืชแบบนี้จะไม่มีดินเป็นส่วนผสมในการปลูกเลยจะมีการใส่ธาตุอาหารที่พืชต้องการลงไปในน้ำเพื่อให้พืชสามารถดูซับธาตุอาหารเหล่านั้นได้เพื่อให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ

1เมล่อนเป็นผลไม้ที่

เมล่อนเป็นผลไม้ที่มีกระแสแรงมาก

                หนึ่งในผลไม้ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูงในตอนนี้ก็คือ เมล่อน เมื่อเราพูดถึงเมล่อนหลายคนก็จะนึกถึงประเทศญี่ปุ่นแน่นอนว่าประเทศญี่ปุ่นนิยมกินผลไม้ชนิด และในประเทศไทยก็มีความนิยมเช่นกันด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ผลไม้ชนิดนี้เป็นที่ถูกใจใครหลายคน ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยได้มีการนำเมล่อนมาปลูกอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้นด้วยการใช้เทคโนโลยีการปลูกแบบไร้ดินเข้ามาช่วยควบคุมคุณภาพด้วย

2ปลูกเมล่อนไม่ได้

ปลูกเมล่อนไม่ได้ยากอย่างที่คิด

การปลูกเมล่อนแบบไฮโดรโปรนิกส์

การปลูก เมล่อน แบบไร้ดินนั้นเราสามารถทำไม่ยากใครที่สนใจสามารถลองทำดูได้ที่บ้านก่อน เพื่อทำความคุ้นเคยกับการปลูกเมล่อนแบบนี้เพราะถ้ามีความชำนาญก็สามารถพัฒนาเป็นอาชีพหลักได้เลยทีเดียว พันธุ์เมล่อนที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอยู่ด้วยกัน 3 พันธุ์คือ พันธุ์ญี่ปุ่น พันธุ์เกาหลีและพันธุ์ไทย โดยส่วนมากแล้วจะนิยมปลูกพันธุ์ญี่ปุ่นเพราะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

3การปลูกเมล่อนต้องมีความ

การปลูกเมล่อนต้องมีความใส่ใจและความมุ่งมั่น

                เริ่มต้นในการปลูกเราต้องเพาะเมล็ด เมล่อน ในฟองน้ำก่อนเพื่อให้ต้นอ่อนของเมล่อนมีความแข็งแรงก่อนประมาณ 10 วัน แล้วจะนำลงถุงเพาะที่เต็มไปด้วยขุยมะพร้าว ซึ่งขุยมะพร้าวนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วงพยุงรากของต้นเมล่อนก่อนที่จะนำขุยมะพร้าวมาเป็นวัสดุเพาะนี้เราต้องทำความสะอาดขุยมะพร้าวให้สะอาดเสียก่อนเป็นอย่างแรกแล้วใส่ถุงเพาะขนาด 7 คูณ 14 นิ้ว โดยเราจะต้องอัดขุยมะพร้าวให้แน่เพื่อรักษาความชื้นของน้ำ

4ปลูกเมล่อนแบบไร้ดินจะ

ปลูกเมล่อนแบบไร้ดินจะช่วยให้เมล่อนมีคุณภาพตามที่ต้องการ

                การปลูกเมล่อนแบบไร้ดินนั้นจำเป็นจะต้องปลูกในโรงเรือนขนาด 6 คูณ 30 เมตร สามารถปลูกได้ 650 ต้นต่อ 1 โรงเรือนซึ่งการปลูกในโรงเรือนนั้นจะช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ นอกจากมีโรงเรือนแล้วเราจำเป็นต้องกางมุ้งเพื่อป้องกันแมลงที่จะมากัดดินผลเมล่อนด้วย

เมล่อนอายุ 1 เดือนจะออกดอกจะเป็นช่วงที่เริ่มผสมเกสร เนื่องจากเป็นการปลูกในโรงเรือนปิดการผสมเกสรจำเป็นจะต้องใช้มนุษย์เป็นคนช่วยในการผสมเกสร เมื่อลูกเมล่อนมีขนาดเท่าไข่ไก่ก็จะถึงเวลาคัดเลือกลูกที่สมบูรณ์ที่สุดไว้เพียง 1 ต้น ต่อ 1 ลูกเท่านั้นซึ่งลูกเมล่อนที่เลือกไว้จะต้องเป็นลูกที่มีความสมบูรณ์ที่สุด

5สารอาหารที่ให้ทางน้ำจะให้สารอาหารที่ให้ทางน้ำจะให้เป็นช่วงเวลาตามอายุของเมล่อน

                การให้สารอาหารทางน้ำเราจะแบ่งออกเป็นช่วงๆดังต่อไปนี้

  1. ระยะแรกจนถึง 1 เดือน สารอาหารที่ใส่ลงไปในน้ำจะเป็นสารอาหารจำพวกที่เสริมราก เสริมลำต้น เสริมใบ เสริมการเจริญเติบโต
  2. ระยะที่ 2 ช่วงเดือนที่ 2 จะใช้ธาตุอาหารที่บำรุงลูกให้มีเนื้อหนาแน่นขึ้น
  3. ระยที่ 3 เป็นระยะที่ต้องให้ธาตุอาหารเพื่อเพิ่มความหวานในเมล่อน

ตลาดของเมล่อน

หลังจากปลูกได้ประมาณ 90 ถึง 95 วัน สำหรับเมล่อนญี่ปุ่นจะสามารถเก็บผลผลิตได้แต่ระยะเวลาในการเก็บผลผลิตนั้นก็จะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ด้วยบ้างสายพันธุ์ก็มีระยะในการเก็บผลผลิตที่เร็วกว่า ราคาของผลเมล่อนในตลาดตอนนี้จะตกอยู่ที่ 120 บาท ถึง 150 บาท ส่วนมากแล้วลูกค้าที่รับซื้อไปจะเป็น ห้างสรรพสินค้าและแม่ค้า ผลพลอยได้ในการปลูกส่วนเมล่อนเราสามารถที่พัฒนาให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางการเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้ไปในอีกทางหนึ่ง

6สารอาหารที่ให้ทางน้ำ

เมล่อนเป็นผลไม้ที่ตลาดต้องการอย่างมากในช่วงนี้