ThaiArcheep.com

เลี้ยงไก่พื้นเมือง เลี้ยงง่าย สบายใจ

การเลี้ยงไก่พื้อนเมือง

004

เงินลงทุน : ค่าพันธุ์ไก่ (อายุ 1 เดือน) ราคาตัวละประมาณ 8 – 10 บาท ค่าอาหารประมาณ 80 บาท/เดือน/ตัว
รายได้ : ขายเป็นไก่เนื้อประมาณ 50 บาท/ตัว ขายไข่ประมาณ 1.50 บาท/ฟอง
วัสดุ/อุปกรณ์ : เล้า สุ่ม รางอาหาร ภาชนะใส่น้ำ
แหล่งจำหน่ายพันธุ์ไก่ : ฟาร์มเลี้ยงไก่ทั่วไป
วิธีดำเนินการ :
ไก่พื้นเมือง หรือเรียกว่า ไก่บ้าน หรือไก่ไทยเป็นไก่ที่เลี้ยงง่าย กินอาหารที่มีอยู่ตามธรรมชาติได้ เริ่มต้นจากซื้อลูกไก่อายุ ประมาณ 1 เดือนขึ้นไปมาเลี้ยง สร้างโรงเรือนหรือเล้าให้ไก่นอนแบบง่ายๆ โดยใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น เช่น ไม้ไผ่นำมากั้นเป็นเล้า มุงหลังคาด้วยแฝกหรือจาก พื้นเล้าต้องไม่ชื้นแฉะ อาจปูด้วยแกลบ ขี้เลื่อย หรือฟางแห้ง หนาอย่างน้อย 4 ซ.ม. และต้องเปลี่ยนทุกๆ 3 เดือนให้หนาเท่าเดิมอยู่เสมอ เล้าไก่ต้องมีประตูเปิด-ปิดได้ เพื่อให้ไก่ออกหาอาหารกินเอง ภายนอกได้
– เล้ากว้าง 3 เมตร ยาว 4 เมตร สูง 2 เมตร เลี้ยงไก่ขนาดใหญ่ได้ 30 – 40 ตัว
– เล้ากว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร สูง 1 เมตร เลี้ยงไก่ขนาดใหญ่ 6 – 8 ตัว
ภายในเล้าประกอบด้วยอ่างดิน แล้วเอาลวด :
1. ภาชนะใส่น้ำ ซื้อที่บรรจุน้ำสำหรับไก่ หรือใช้ภาชนะอื่น เช่น ตาข่ายมาดัดโค้งคลุมภาชนะ เพื่อให้ไก่ยื่นคอไปดื่มกินได้เท่านั้น ไม่อาจเหยียบย่ำให้หกเลอะเทอะได้
2. รางอาหาร ทำด้วยไม้ไผ่ผ่าครึ่ง และใช้สลักตอกยึดกับพื้นไม่ให้รางพลิก
3. รังไข่ เพื่อให้แม่ไก่ไข่และฟักไข่ ใช้เข่งขนาดกลางรองด้วยหญ้าหรือฟางแห้งให้ถึงครึ่ง ตั้งไว้ในที่มิดชิด แต่ไม่ร้อนเกินไป และให้มีจำนวนรังไข่เท่ากับจำนวนแม่ไก่ที่จะไข่
4. ม่านกันฝน ด้านที่ฝนสาดหรือแดดส่องมากๆ ควรมีกระสอบหรือเสื่อเก่า ๆ บังไว้
5. คอกนอน สำหรับให้ไก่นอน ควรทำจากไม้กลมพาดไว้มุมใดมุมหนึ่งของเล้า
การให้อาหารไก่ :
1. มีน้ำสะอาดตั้งไว้ให้ไก่กินตลอดวัน และเปลี่ยนน้ำทุก ๆวัน
2. ให้อาหารหลายๆ ชนิดผสมกันทุกเช้า-เย็น ได้แก่ ปลายข้าว รำข้าว ข้าวโพดป่น ปลาป่น ข้าวเปลือก กากถั่ว กากมะพร้าว เป็นต้น หรือใช้หัวอาหารไก่สำเร็จรูปผสมกับรำข้าวหรือปลายข้าวก็ได้ ที่สำคัญควรมีเปลือกหอยป่นผสมเกลือป่น และผักสด เช่น ใบกระถิน ใบแค ให้ไก่กินทุกวัน เพื่อเสริมสร้างแร่ธาตุและไวตามิน

การเลี้ยงไก่เพื่อขาย :
เมื่อไก่อายุประมาณ 3-4 เดือน(ไก่รุ่น) ต้องนำมาขุน โดยให้กินอาหารอย่างดีเต็มที่ ประมาณ 1 เดือน น้ำหนักตัวประมาณ 1 กิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งสามารถขายส่งตลาดเป็นไก่เนื้อได้
การเลี้ยงไว้กินไข่ :
แม่ไก่จะเริ่มให้ไข่เมื่ออายุประมาณ 6-8 เดือน เมื่อแม่ไก่ออกไข่ วันรุ่งขึ้นจะไข่ใหม่อีก 1 ใบ ให้เก็บไข่ใบ เก่าออก และเก็บออกทุกๆ วัน โดยให้เหลืออยู่ในรังไข่ใบเดียว พอสังเกตเห็นว่าไก่จะเริ่มฟักไข่ คือกินอาหารน้อยลง เพื่อบังคับตัวเองไม่ให้ไข่ต่อไป ต้องแยกแม่ไก่มาขังเลี้ยงไว้ต่างหาก และหาอาหารที่มีโปรตีน เช่น ปลาป่นกับรำและปลายข้าวให้ไก่กิน นำพ่อพันธุ์ใส่ให้อยู่ด้วยกันประมาณ 4-5 วัน ไก่จะเริ่มไข่ แม่ไก่จะไข่ปีละประมาณ 3-4 ชุด ๆ ละ 10-12 ฟอง
การขยายพันธุ์ :
เมื่อสังเกตเห็นแม่ไก่มีสีขนและหน้าเริ่มซีดมาก ขนจะเริ่มร่วง มันจะผลัดขนและไม่ไข่ ในช่วงนี้ควรปล่อยให้แม่ไก่ฟักไข่ โดยใช้เวลาฟักไข่จนออกเป็นตัวประมาณ 21 วัน เมื่อลูกไก่ฟักออกหมดแล้ว ควรเอาฟางที่รองรังไข่รวมทั้งเปลือกไข่เผ่าทิ้งเสียและทำความสะอาดรังไข่
การเลี้ยงลูกไก่ :
เมื่อลูกไก่ออกจากไข่หมดแล้ว ควรให้แม่ไก่เลี้ยงลูกเองโดยการย้ายทั้งแม่ไก่และลูกไก่มาขังในสุ่มบนพื้น ดินที่แห้ง ในระยะแรกควรมีถาดอาหารใส่รำ ปลายข้าว หรือเศษข้าวสุกให้ลูกไก่กิน และมีถ้วยหรืออ่างน้ำตื้น ๆ ใส่น้ำสะอาดให้กินตลอดเวลา เมื่อ
ลูกไก่อายุประมาณ 2 อาทิตย์ และแข็งแรงดีแล้ว จึงเปิดสุ่มออก ปล่อยให้ลูกไก่ไปหากินกับแม่ไก่ได้ หรือถ้าต้องการให้แม่ไก่เตรียมตัวไข่รุ่นต่อไปเร็วขึ้น ก็ให้แยกลูกออกจากแม่ไปเลี้ยงในสุ่มต่างหาก เพื่อให้ลูกไก่แข็งแรง จนอายุได้ 1-2 เดือน จึงปล่อยเลี้ยงในเล้าได้
การคัดเลือกพันธุ์ไก่ :
1. พ่อไก่ที่ดีจะต้องมีรูปร่างสมบูรณ์ และแข็งแรง มีน้ำหนักตั้งแต่ 2.5 กก. ขึ้นไป มีอายุตั้งแต่ 9 เดือน แต่ไม่เกิน 3 ปี
2. แม่ไก่ที่ดี จะต้องมีรูปร่างสมบูรณ์และแข็งแรง มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 1.5 กก. ขึ้นไป มีอายุตั้งแต่ 7 เดือน แต่ไม่เกิน 3 ปี
– ให้ไข่อย่างน้อยปีละ 4 ชุด ๆ ละ 12 ฟอง
– ฟักไข่ออกและเลี้ยงลูกรอดจนโตอย่างน้อย ชุดละ 6 ตัว
– ไม่ดุร้าย คอยจิกตีลูกไก่ของแม่ไก่ตัวอื่น
การป้องกันรักษา โรคระบาดที่ร้ายแรงและสำคัญ ได้แก่
1. โรคนิวคาสเซิล : เป็นโรคระบาดไก่ที่ร้ายแรงที่สุด
อาการ : หายใจลำบาก น้ำมูกไหล คอบิด ขาและปีกเป็นอัมพาต อุจจาระร่วงเป็นสีเขียว
การป้องกัน : ฉีดวัคซีนให้ไก่ตั้งแต่อายุ 3 เดือนขึ้นไป
2. โรคฝีดาษไก่
อาการ : มีตุ่มคล้ายหูดเกิดขึ้นตามผิวหนังบริเวณที่ไม่มีขน ที่หัวของฝีเป็นแผลมีสะเก็ดสีน้ำตาลปิดอยู่ ต่อมาจะแห้ง และหลุดไป หรืออีกอาการหนึ่ง คือ เป็นแผลในลำคอ น้ำลายไหลยืด มีกลิ่นเหม็นมาก
การป้องกัน :
1. ระวังอย่าให้ยุงกัดไก่เล็ก
2. ใช้ทิงเจอร์ไอโอดีนทาตามตุ่มฝี และให้ยากิน
3. ฉีดวัคซีนให้ไก่อายุ 1 อาทิตย์ขึ้นไป
3. โรคอหิวาต์
อาการ : ถ้าเป็นอย่างร้ายแรง ไก่จะตายโดยไม่แสดงอาการให้เห็น ถ้าเป็นอย่างอ่อน ไก่อาจป่วยเป็นเดือน อาการหงอยซึม เบื่ออาหาร ท้องร่วง อุจจาระเป็นสีเหลืองหรือเขียว
การป้องกัน :
1. ต้องรักษาความสะอาดในเล้าไก่
2. ฉีดวัคซีนให้ไก่อายุ 1 เดือนขึ้นไปนอกจากนี้ยังมีโรคอื่น ๆ อีกหลายโรค เช่น โรคหลอดลมอักเสบโรคพยาธิ เป็นต้น ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันโรคต่าง ๆ คือ การรักษาความสะอาดเล้าไก่ และภาชนะต่าง ๆ ในเล้า
ตลาด/แหล่งจำหน่าย : ตลาดสด ตลาดกลางการเกษตรท้องถิ่น หรือขายส่งให้พ่อค้าแม่ค้า
สถานที่ให้คำปรึกษาและขายวัคซีน :
1. กองส่งเสริมปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ โทร. 653-4550-7 ต่อ 3251-2
2. สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและอำเภอ
ข้อแนะนำ :
1. ถ้ามีทุนน้อย ควรเลี้ยงจำนวนน้อย ๆ ก่อน เพื่อให้มีความรู้ความชำนาญมากขึ้น จนพัฒนาเป็นฟาร์มเลี้ยงไก่
2. ต้องสร้างเล้าไก่ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
3. กำจัดซากไก่ด้วยวิธีเผาหรือฝัง เพื่อป้องกันเชื้อโรคแพร่กระจาย
4. เมื่อมีโรคระบาดเกิดขึ้น ควรติดต่อหารือกับสัตวแพทย์

ขอบคุณคลิปจาก YOUTUBE