ThaiArcheep.com

เห็ดถั่วฝรั่งพืชเศรษฐกิจอนาคตไกลและน่าจับตามอง

                เห็ดถั่วฝรั่ง ชื่อนี้เราเชื่อว่ายังมีน้อยคนนักที่รู้จักและเคยลิ้มลองรสชาติของมัน เพราะมันเป็นเห็ดสายพันธุ์ต่างแดนที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยมันเป็นพืชที่เป็นที่นิยมรับประทานกันเป็นอย่างมากทางภูมิภาคเหล่านั้น อีกทั้งในประเทศจีนก็มีความนิยมในการบริโภคเห็ดถั่วฝรั่งเช่นกัน ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากมันเป็นเห็ดที่มีรสชาติอร่อย โดยเมื่อนำมาประกอบอาหารจะมีรสชาติคล้ายไก่อีกทั้งยังมีความกรุบกรอบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และที่ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากจนหลายๆ คนอาจคิดไม่ถึงเลยทีเดียว 

 

หน้าตาลักษณะของ

หน้าตาลักษณะของเห็ดถั่วฝรั่งซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก

                ที่ว่า เห็ดถั่วฝรั่ง มีคุณค่าทางโภชนาการสูงนั้นก็เพราะว่าเห็ดชนิดนี้ใน 100 กรัมจะมีโปรตีนถึง 25.4 กรัม คาร์โบไฮเดรต 4.57 กรัม ไขมัน 0.34 กรัม เส้นใย 2.02 กรัม นอกจากนี้มันยังมีเกลือแร่และวิตามินอีกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม โปแตสเซียม เหล็ก สังกะสี ไนอะซีน และวิตามินบีต่างๆ อีกมากมาย ทั้งยังมีอะมิโนแอซิดมากกว่า 14 ชนิด  และมีสรรพคุณทางยาอันได้แก่ สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็ง ป้องกันภาวะหลอดเลือดหัวใจ ลดระดับน้ำตาลในเลือด และความดันโลหิต ที่สำคัญก็คือมันจะมีเบต้ากลูแคนซึ่งเป็นสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ และถ้านำมาเทียบกับเห็ดหอมมันก็ยังมีโปรตีนมากกว่าเห็ดหอมถึง 2 เท่า และยังมีโปรตีนสูงกว่านมถึง 8 เท่าอีกด้วย

 เห็ดถั่วฝรั่งเป็นเห็ด

เห็ดถั่วฝรั่งเป็นเห็ดที่ต้องปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น

วิธีการปลูกเห็ดถั่วฝรั่ง

การปลูก เห็ดถั่วฝรั่ง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนเป็นอันดับแรกนั่นก็คือพื้นที่ที่ใช้ในการเพาะปลูก เพราะเห็ดถั่วฝรั่งเป็นพืชเมืองหนาวดังนั้นจึงต้องปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเท่านั้น ซึ่งในประเทศไทยพื้นที่ที่เหมาะสมก็คือทางภาคเหนือหรือไม่ก็ต้องมีโรงเรือนแบบควบคุมอุณหภูมิแต่โรงเรือนแบบนี้ต้องใช้เงินลงทุนมาก ดังนั้นในปัจจุบันเห็ดถั่วฝรั่งจึงยังมีการเพาะปลูกส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือตอนบนเท่านั้น และสำหรับฤดูกาลปลูกเห็ดชนิดนี้จะเริ่มต้นในช่วงสิงหาคม-กันยายน โดยเกษตรกรผู้ปลูกจะต้องเริ่มจาก การเตรียมวัสดุเพาะ หมักฟาง หว่านเชื้อ และ เก็บเกี่ยวตามลำดับตั้งแต่ช่วงนี้เพื่อจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทันในช่วงฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายน – ปลายกุมภาพันธ์ของทุกปี

ด้านการเตรียมหัวเชื้อเห็ดถั่วฝรั่งนั้น ไม่ได้แตกต่างไปจากเห็ดชนิดอื่นแต่อย่างใด โดยจะเริ่มต้นจากการเลี้ยงเส้นใยเห็ดในอาหารวุ้น PDA เมื่อเส้นใยเจริญเต็มที่หรือประมาณ 7 วันหลังเพาะเชื้อลงบนอาหารวุ้น ก็จะทำการตัดเส้นใยมาต่อเชื้อลงในเมล็ดข้าวฟ่าง รอเวลาเพาะเชื้อให้เดินเส้นใยจนเต็มที่ ประมาณ 30 วัน จึงจะนำหัวเชื้อเมล็ดข้าวฟ่างไปเขี่ยลงก้อนเพาะเห็ด ส่วนวิธีการเพาะเลี้ยงเห็ดถั่วฝรั่งปัจจุบันมีการส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะเลี้ยงเห็ดถั่วฝรั่ง อยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ แบบเพาะชั้น เช่นเดียวกับการเพาะเห็ดแชมปิญอง ที่ใช้วัสดุเพาะได้หลายสูตร เช่น การนำฟางข้าว รำข้าว ยิปซัม ปูขาว และ มูลสัตว์ ในสัดส่วนที่พอเหมาะมาหมักเข้าด้วยกัน นาน 21 วัน และต้องกลับกองทุกๆ 3 วัน โดยสำหรับแหล่งอาหารหลักของเห็ด ก็จะเป็นคาร์บอนและไนโตรเจน จึงต้องใช้ฟางหมัก โดยการหมักจะมี 2 ลักษณะ คือ หมักแบบสั้น 9 วัน ซึ่งเหมาะกับการเพาะในถุงพลาสติก และ หมักแบบสมบูรณ์ 21 วัน ซึ่งเหมาะสำหรับการเพาะแบบขึ้นขั้น และเมื่อได้วัสดุเพาะที่เหมาะสม ให้นำขึ้นปูบนชั้นให้มีความหนาประมาณ 30 ซม. ก่อนอบไอน้ำ ภายในโรงเรือนเพื่อฆ่าเชื้อโรคนาน 4 ชม. แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นก่อนหว่านเชื้อเห็ดถั่วฝรั่ง หลังจากหว่านเชื้อลงแปลงเพาะ จะต้องมีการควบคุมอุณหภูมิ ให้ไม่เกิน 18- 25 องศาเซลเซียส ประมาณ 45 วัน จึงจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ส่วนอีกวิธีการ คือ การเพาะในถุงพลาสติก หรือ การอัดก้อนเชื้อเห็ด โดยใช้ฟางหมักหรือขี้เลื่อยเช่นเดียวกับการทำก้อนเชื้อเห็ดนางรม-นางฟ้า ซึ่งก็ใช้เพาะเห็ดถั่วฝรั่งได้ผลดีเช่นกัน โดยการเพาะวิธีนี้แม้จะได้ผลผลิตไม่เทียบท่ากับการเพาะแบบขึ้นชั้น แต่การดูแลรักษาหรือการจัดการกลับทำได้ง่ายกว่า โดยก้อนเชื้อจะมีอายุการให้ผลผลิตนาน 3-4 เดือนเท่าๆ กับการเพาะแบบขึ้นชั้น ในโรงเรือน โดยผลผลิตทั้งฤดูกาลผลิตจะได้ ประมาณ 3.7 กก. ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ซึ่งในแต่ละวันจะมีผลผลิตทยอยออกมาให้เก็บเกี่ยวได้ทุกวัน ตลอดอายุการผลิต

การเพาะเห็ดถั่วฝรั่ง
การเพาะเห็ดถั่วฝรั่งมี 2 วิธี คือ แบบเพาะชั้น และแบบเพาะในถุงพลาสติก

                ส่วนทางด้านการดูแลรักษาเห็ดถั่วฝรั่งนั้นจะต้องเคร่งครัดในเรื่องของการควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ประมาณ 18-25 องศาเซลเซียส โดยเริ่มตั้งแต่หว่านเชื้อเห็ดจนถึงเวลาเก็บดอกเห็ดจะใช้เวลา 45 วัน ซึ่งในการเก็บดอกเห็ดจะต้องระมัดระวังไม่ให้เห็ดช้ำเหมือนกับเห็ดทั่วๆ ไป พร้อมทั้งต้องตัดแต่งให้มีความสวยงามก่อนส่งขายด้วย

 หากไม่ได้ปลูกในพื้นที่

หากไม่ได้ปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวจะต้องทำโรงเรือนแบบควบคุมอุณหภูมิจึงจะสามารถปลูกเห็ดถั่วฝรั่งได้

                และเนื่องจากการที่มันเป็นเห็ดที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ และมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดจึงทำให้เห็ดถั่วฝรั่งมีราคาดีดตัวไปถึงกิโลกรัมละ 450 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงมาก เพราะสูงกว่าราคาของเห็ดแชมปิญองถึง 2 เท่า ดังนั้นหากเราจะหันมาปลูกเห็ดประเภทนี้เพื่อเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่แล้วหล่ะก็ มันก็น่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตไกลเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

 เห็ดถั่วฝรั่งเป็น

เห็ดถั่วฝรั่งเป็นที่ต้องการในตลาดต่างประเทศเป็นอย่างมาก

 ราคาของเห็ดถั่ว

ราคาของเห็ดถั่วฝรั่งสูงถึงกิโลกรัมละ 450 บาทเลยทีเดียว