ThaiArcheep.com

เห็ดแครง พืชที่กำลังมาแรงเนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

                เห็ดแครง หรือเห็ดตีนตุ๊กแกเป็นเห็ดขนาดเล็กที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายพัด ที่ฐานมีก้านสั้นๆ ยาวประมาณ 0.1–0.5 ซม. ส่วนดอกเห็ดจะกว้างประมาณ 1-3 ซม. ผิวด้านบนมีสีขาวปนเทาปกคลุมไปทั่ว ด้านใต้ของดอกมีครีบเป็นร่องสีน้ำตาล อ่อน ขอบดอกหยักคล้ายขอบเปลือกหอยแครง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อของมันนั่นเอง

 

ขอบดอกมีลักษณะหยัก

ขอบดอกมีลักษณะหยักคล้ายขอบเปลือกหอยแครง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ เห็ดแครง นั่นเอง

                เห็ดแครง เป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งยังมีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนสูง มันจึงสามารถให้พลังงานมากกว่าเห็ดชนิดอื่น นอกจากนี้เมื่อนำมาทำเป็นยายังมีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อไวรัส และยับยั้งเซลล์มะเร็ง ซึ่งในปัจจุบันยังสามารถนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เพราะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเกิดผิวหนังแก่ก่อนวัย อีกทั้งช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังได้ด้วย

 ก้อนเชื้อเห็ดที่ใช้ในการ

ก้อนเชื้อเห็ดที่ใช้ในการเพาะเห็ดแครง

วิธีการปลูกเห็ดแครง

การเพาะ เห็ดแครง มีสูตรดังนี้ คือ ใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพารา หรือไม้เนื้ออ่อน 100 กิโลกรัม ร่วมกับรำละเอียด หรือปลายข้าว 50 กิโลกรัม ภูไมท์ 2 กิโลกรัม ดีเกลือ 0.2 กิโลกรัม และน้ำสะอาด 75-80 กิโลกรัม ส่วนขั้นตอนการเตรียมอาหารเพาะเห็ดแครงทำได้โดยคลุกขี้เลื่อย รำละเอียด และภูไมทให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำสะอาดผสมดีเกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากันพอหมาด ๆ ระวังอย่าให้แฉะ แล้วนำมาบรรจุใส่ถุงพลาสติกเพาะเห็ด ขนาด 6.5 x 10 นิ้ว ประมาณ 3 ใน 4 ของถุง หรือน้ำหนัก 600 กรัมต่อถุง อัดวัสดุเพาะพอแน่น สวมคอขวดใช้ยางรัด เจาะรูตรงกลาง เพื่อให้เชื้อเห็ดอยู่ตรงกลางถุง ปิดจุกประหยัดสำลี หลังจากนั้นนำไปนึ่งในหม้อนึ่ง อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง นับจากน้ำเดือด เมื่อครบกำหนดเวลาพักไว้ให้เย็น ลำเลียงไปไว้ในห้องเขี่ยเชื้อ แล้วรีบใส่เชื้อ อย่าทิ้งไว้ให้เกิน 24 ชั่วโมง จะทำให้การปนเปื้อนของเชื้อสูง โดยการเขี่ยเชื้อเห็ดควรเขี่ยในห้องที่สะอาดและลมสงบ นำเชื้อเห็ดที่จะเพาะมาเคาะให้เมล็ดข้าวฟ่างกระจายก่อน เพื่อสะดวกในการเทหัวเชื้อเห็ดลงถุง เปิดปากขวดออก ลนด้วยเปลวไฟจากตะเกียงแอลกอฮอล์ ดึงจุกประหยัดสำลีที่จุกปากถุงออก แล้วเทหัวเชื้อที่เลี้ยงบนเมล็ดข้าวฟ่างลงไป ประมาณ 20-30 เมล็ด ผู้เพาะต้องระวังอย่างให้มือถูกเมล็ดข้าวฟ่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ก้อนเชื้อเสียได้ จุกสำลีที่จุดปากถุงห้ามวางกับพื้นเด็ดขาด และเมื่อเขี่ยหัวเชื้อลงในถุงแล้ว ต้องรีบปิดจุกสำลีทันที หัวเชื้อเห็ด 1 ขวด จะใสได้ประมาณ 30 ถุง ส่วนการบ่มก้อนเชื้อ ก้อนเชื้อที่เขี่ยเชื้อแล้วนั้น ควรเก็บในโรงเรือนสำหรับบ่มเชื้อทันที และภายในโรงเรือนบ่มเชื้อต้องสะอาด และที่สำคัญจะต้องมืด ขนาดที่อ่านหนังสือพิมพ์ไม่เห็นในระยะ 1 ฟุต มิฉะนั้นแสงจะเป็นตัวกระตุ้นให้เส้นใยสร้างดอก ทั้งที่เส้นใยยังเจริญสะสมอาหารได้ไม่เต็มที่ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผลผลิตต่ำ ไม่คุ้มค่าในแง่เศรษฐกิจ หลังจากพักบ่มเส้นใยประมาณ 15-20 วัน เส้นใยจะเจริญเต็มถุง จึงนำไปเปิดดอก
            ส่วนวิธีการทำให้เห็ดแครงเกิดดอกทำได้โดยเมื่อเชื้อเห็ดเจริญเต็มก้อนเชื้อแล้ว ขั้นตอนต่อมาให้ทำการกรีดถุง โดยคัดเลือกถุงก้อนเชื้อที่เชื้อเจริญเติบโตเต็มที่ จากนั้นถอดคอขวดพลาสติกพร้อมกับจุกประหยัดสำลีออก รวบปากถุงใช้ยางรัดให้แน่น และใช้มีดคม ๆ กรีดข้างถุงให้เป็นแนวยาว 4 แถว โดยให้กรีดในลักษณะเฉียงดีกว่าการกรีดตรง เพราะก้อนเชื้อจะเก็บความชื้นได้ดีกว่า และรอยกรีดจะยาวกว่าการกรีดตรง ส่วนการวางก้อนเชื้อให้เกิดดอกวางได้ 2 วิธี คือ การวางบนชั้น โดยให้แต่ละถุงห่างกัน ประมาณ 5-7 เซนติเมตร และอีกวิธีก็คือการวางก้อนเชื้อแบบแขวน โดยตัวที่จะแขวนก้อนเห็ดประกอบด้วยเชือก 4 เส้น และแป้นพลาสติก จำนวน 3-4 แป้น ซึ่งทำได้โดยนำเชือกร้อยเข้ารูแต่ละแป้นติดกันเป็น 1 ชุด แต่ละชุดจะแขวนก้อนเห็ดได้ 10 ก้อน

 เห็ดแครงสามารถนำมา

เห็ดแครงสามารถนำมาประกอบอาหารได้เหมือนเห็ดทั่วๆ ไป

                เมื่อเปิดถุงแล้วจะต้องดูแลรักษาก้อนเชื้อโดยจะต้องระมัดระวังในเรื่องความสะอาดให้มากที่สุด ทั้งนี้เนื่องจากโรงเรือนอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของโรคและแมลงศัตรูของเห็ดได้ นอกจากนี้ในช่วงแรกที่เปิดดอกแล้วจะนำเข้าโรงเรือนควรรดน้ำที่พื้นโรงเรือนเพื่อให้เกิดความชื้นที่เหมาะสมต่อการออกดอก แต่ไม่ควรรดน้ำไปที่ก้อนเชื้อเพราะจะทำให้เส้นใยขาดเสียหายได้ โดยการรดน้ำให้ความชื้นกับก้อนเชื้อเห็ดควรทำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง แต่จะต้องรักษาความชื้นภายในโรงเรือนไว้ตลอดเวลาดังนั้นก็ควรเพิ่มการรดน้ำให้มากขึ้นหากอากาศแห้ง ส่วนการเก็บผลผลิตควรเก็บในระยะที่เห็ดมีสีขาวนวลก่อนจะสร้างสปอร์ มิฉะนั้นเห็ดจะกลายเป็นสีน้ำตาลไม่น่ากิน

เห็ดแครงสามารถ

เห็ดแครงสามารถนำมาแปรรูปเป็นน้ำพริกชนิดต่างๆ ได้

                ถึงแม้ว่าเห็ดแครงจะสามารถขึ้นได้เองตามธรรมชาติแต่ก็มีน้อยมาก อีกทั้งความต้องการของผู้บริโภคก็มีมากขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนไม่ว่าจะเป็นตลาดภายในประเทศหรือต่างประเทศ จึงทำให้เห็ดชนิดนี้กลายเป็นเห็ดที่มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 250 บาท เพราะฉะนั้นหากเห็ดแครงจะกลายมาเป็นพืชเศรษฐกิจที่มาแรงแซงทางโค้งพืชชนิดอื่นก็คงจะไม่แปลกอะไร เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ช่วยส่งเสริมให้มันกลายเป็นพืชที่น่าลงทุนและน่าที่จะทำเงินให้กับเกษตรกรได้อย่างไม่ต้องสงสัยนั่นเอง

 ทอดมันเห็ดแครง

ทอดมันเห็ดแครงดูน่ารับประทานทั้งยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย