ThaiArcheep.com

แตงโม สู้ภัยแล้ง

                ตอนนี้ประเทศไทยของเราก็กำลังจะเข้าสู่หน้าแล้งอย่าเต็มตัวอีกไม่กี่เดือนนี้ ซึ่งทางรัฐบาลเองก็ได้ประกาศออกมาแล้วตั้งแต่กลางปีว่าปีนี้ประเทศไทยจะประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนักและขอความร่วมมือชาวเกษตกรที่ทำนาทุกคนงดทำนาเพื่อเป็นการประหยัดน้ำเนื่องจาก น้ำจะไม่พอส่งไปยังเกษตรกรรัฐบาลจึงได้รณรงค์ให้ชาวนาที่งดเว้นทำนาหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแล้ว เป็นพืชระยะสั้น ซึ่งสามารถสร้างรายได้มากกว่าการทำนา หนึ่งในพืชที่ใช้น้ำน้อยแล้วระยะสั้นนั้นก็คือ แตงโม

1แตงโมเป็นพืชทางเลือก

 

แตงโมเป็นพืชทางเลือกของเกษตรกรชาวนา

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/166486

ซึ่งเกษตรกรหลายจังหวัดเริ่มหันมาปลูกแตงโมในหน้าแล้งกันมากขึ้นแน่นอนว่าการปลูกแตงโมนั้นใช้ระยะเวลาที่สั้นกว่าและต้องลงทุนในการเตรียมดินก่อนลงปลูก การปลูกแตงโมนั้นเราควรเลือกพื้นที่ด้วย พื้นที่ที่ปลูกถ้าเป็นไปได้ควรเป็นดินป่นทรายเนื่องจากดินประเภทนี้ไม่อุ้มน้ำ แตงโมจะเจริญเติบโตได้ดีกว่าดินประเภทอื่น หลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว เราจะทำการพักหน้าดินไว้ประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์2การปลูกแตงโมให้ได้ราคาดี

การปลูกแตงโมให้ได้ราคาดีเกษตรกรต้องรวมกลุ่มกันปลูกเพื่อจะได้มีอำนาจในการต่อรองเรื่องราคา

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/166486

ตอซังข้าวที่เหลืออยู่ในท้องนาถ้าเป็นไปได้ไม่ควรเถาควรทำการไถกลบหมักไว้ก่อนประมาณ 7 วันและทำการไถคราดอีกทีหนึ่ง เมื่อพื้นที่ที่จะปลูกแตงโมเตรียมเรียบร้อยแล้วก็ยกแปลงให้เป็นแถวเพื่อทำการปลูกแตงโม วางระบบน้ำหยด สาเหตุที่ใช้ระบบน้ำหยดนั้นก็เพื่อประหยัดน้ำ โดยน้ำที่ใช้ในระบบน้ำหยดนี้จะมีสามารถเลี้ยงดูแตงโมให้เจริญเติบโตได้อย่างทั่วถึงและสามารถประหยัดน้ำในปริมาณที่มากอีกด้วย3การปลูกแตงโมสร้างรายได้

การปลูกแตงโมสร้างรายได้ดีกว่าการทำนา

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/166486

อีกหนึ่งประโยชน์ของการใช้ระบบหยดน้ำในการปลูก แตงโม นั้นก็คือ การใส่ปุ๋ยเราสามารถใส่ปุ๋ยในระบบน้ำหยดได้ในทันทีเลย หรือจะใส่ปุ๋ยที่โค่นต้นแตงโมก็ได้ ปุ๋ยที่ใส่ไปเมื่อโดนน้ำอย่างต่อเนื่องจะละลายเป็นธาตุอาหารให้กับแตงโมได้ดูดซับไปเลี้ยงลำต้นและลูกได้อย่าทันท่วงที หลังจากวางระบบน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็นำพลาสติกคลุมพื้นสีดำมาคลุมอีกที่หนึ่งเพื่อป้องกันวัชพืชที่จะมาแย่งอาหารของแตงโม4แตงโมใช้เวลาเพียง 60 วันก็สามารถ

แตงโมใช้เวลาเพียง 60 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/166486

ซึ่งหลังจากปลูก แตงโม แล้ว นับไปอีก 60 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ส่วนมากแล้วแตงโมหนึ่งต้นจะเหลือลูกไว้เพียงไม่กี่ลูกเพื่อให้ลูกแตงโมแต่ละลูกมีขนาดที่โตและน้ำหนักมาก ช่วงเวลาที่เหมาะในการปลูกแตงโมจะเป็นช่วงเวลาเดือน พฤศจิกายน ธันวาคม และมกราคม ซึ่งผลผลิตที่ออกมาจะอยู่ในช่วงที่แตงโมมีราคาดี ราคาแตงโมในตลาดโดยมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่นั้นอยู่ที่ 6 ถึง 10 บาทต่อกิโลกรัม ถ้าเปรียบเทียบกำไรจากการทำนาแล้วการปลูกแตงโมสามารถสร้างรายได้ให้มากกว่าการทำนาหลายเท่าตัวโดยกำไรในการปลูกแตงโม 1 ไร่จะอยู่ที่ 15,000 บาทต่อไร่5การปลูกแตงโมด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์

การปลูกแตงโมด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแตงโมที่ปลูก

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/166486

ยิ่งถ้าเป็นแตงโมที่มีวิธีการปลูกแบบอินทรีย์แล้วนั้น ราคาแตงโมจะสูงขึ้นอีกเพราะสินค้าเกษตรที่เป็นอินทรีย์ปลอดสารพิษจะมีราคาที่สูงกว่าการปลูกแตงโมแบบใช้สารเคมี ซึ่งในปัจจุบันนี้ชาวนาเริ่มหันมาปลูกแตงโมไร้สารพิษกันมากขึ้น โดยใช้หลักธรรมชาติเกื้อหนุนกัน ไม่ทำลายธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะดูแลผลผลิตของเราด้วยเช่นกัน ไทยอาชีพขอสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรอินทรีย์กันมากขึ้น6ตลาดของแตงโมมีอยู่ทั่ว

ตลาดของแตงโมมีอยู่ทั่วประเทศและมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง

ที่มา http://www.tnamcot.com/content/166486