ThaiArcheep.com

ไผ่กิมซุ่งทนแล้งทนน้ำท่วมขังทั้งยังหวานกรอบอร่อย

หน่อไม้เป็นอาหารที่ผู้คนส่วนใหญ่นิยมรับประทานและสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายแบบหลายชนิด ซึ่งแต่เดิมหน่อไม้จะถูกนำออกมาจากป่าเพื่อนำมาขาย แต่ในปัจจุบันมันกลับไม่เพียงพอต่อความต้องการในการบริโภคของมนุษย์เสียแล้ว ดังนั้นการปลูกไผ่เพื่อขายหน่อ อีกทั้งต้นไผ่ก็ยังขายเพื่อใช้ในงานก่อสร้างได้ จึงกลายเป็นการสร้างรายได้จำนวนมากให้กับเกษตรกรได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว     

ไผ่กิมซุ่งมีหลายชื่ออย่างเช่น

ไผ่กิมซุ่งมีหลายชื่ออย่างเช่นไผ่ตงลืมแล้งและไผ่บีเซย์

            และในวันนี้เราจะขอกล่าวถึง ไผ่กิมซุ่ง ซึ่งเป็นไผ่ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในเรื่องของการมีหน่อได้เร็ว มีหน่อดกตลอดทั้งปี เลี้ยงง่ายไม่ขี้โรค แถมยังทนแล้ง และสามารถทนในการถูกน้ำท่วมขังนานๆ ได้ ซึ่งข้อดีดังกล่าวที่กล่าวไปทำให้มันเป็นไผ่ที่สามารถออกหน่อในช่วงที่หน่อไม้โดยทั่วไปไม่ออกหน่อจึงทำให้มันขายได้ในราคาที่สูงกว่าปกติในช่วงนี้และจากข้อดีทั้งหมดที่เราได้กล่าวไปจึงทำให้มันเป็นไผ่ที่น่าลงทุนเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ไผ่กิมซุ่งสามารถขายได้ทั้ง

ไผ่กิมซุ่งสามารถขายได้ทั้งหน่อและลำไม้ไผ่ จึงเรียกได้ว่าเป็นพืชที่มีค่าแทบทุกส่วนเลยทีเดียว

วิธีการปลูกไผ่กิมซุ่ง
พื้นที่ปลูก เกษตรกรควรเลือกพื้นที่ ที่เป็นดินทรายหรือดินร่วนปนทราย  หากเป็นดินเหนียวหรือดินลูกรังก็ปลูกได้ แต่จะต้องปรับปรุงดินรอบๆ กอไผ่ด้วยอินทรีย์วัตถุมากหน่อย รากไผ่กิมซุ่งแข็งแรงและหาอาหารเก่ง  สามารถปลูกได้ทุกสภาพดิน หากเป็นพื้นที่ดอนหรือที่ที่น้ำไม่ท่วมขัง ก็สามารถปลูกได้ทุกเวลา หรือถ้าปลูกในฤดูฝนก็จะยิ่งดี ควรจะปลูกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แต่ถ้าพื้นที่ของเกษตรกรเป็นพื้นที่นาหรือที่ต่ำน้ำท่วมขังควรจะเลือกปลูกในฤดูแล้งคือควรจะเริ่มปลูกในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน  เพราะพื้นที่ต่ำถ้าปลูกในช่วงฤดูฝนในขณะที่ฝนตกชุก  กล้าไผ่ที่ปลูกใหม่ยังไม่มีรากมากนัก  ยังไม่แข็งแรง หากมีน้ำขังหลุมปลูกมากต้นไผ่ที่ยังเล็กจะเหลือง รากเน่าไม่ค่อยโตและอาจตายไปในที่สุด ถ้าเกษตรกรเลือกปลูกไผ่ช่วงเดือนตุลาคม เมื่อเข้าฤดูแล้งก็ให้น้ำให้ปุ๋ยดูแลอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรมีเวลาบำรุงประมาณ 6 เดือนพอฤดูฝนมาต้นไผ่ก็แข็งแรงพอที่จะต่อสู้กับสภาพดินที่ชื้นแฉะเมื่อมีฝนตกบ่อยๆ  หากไผ่แข็งแรงแล้วจะไม่พบสภาพใบเหลืองเหมือนกับการปลูกด้วยกล้าเล็กในฤดูฝน การเตรียมพื้นที่โดยทั่วไปควรจะไถพื้นที่ตั้งแต่ช่วงฤดูแล้งเพื่อเปิดหน้าดินและตากดินไว้  พอฝนมาก็ให้ไถดะอีกรอบพร้อมทั้งไถแปร จากนั้นคาดดินให้เรียบจึงพร้อมที่จะปลูกไผ่ได้ต่อไป

ในการปลูก ไผ่กิมซุ่ง จะใช้ระยะปลูก ระยะระหว่างแถว 4 เมตร ระยะระหว่างต้น 4 เมตร จะใช้ต้นพันธุ์อยู่ที่ 100 ต้นต่อไร่ จะเก็บหน่อไม้อยู่นานได้ 5 ปีถึง 7 ปี กว่ากอจะชนกัน แต่หากเกษตรกรใช้ระยะปลูกคือระยะระหว่างแถว 6 เมตร ระยะระหว่างต้น 4 เมตร จะใช้ต้นพันธุ์ 66 ต้น จะเก็บหน่อได้นานขึ้นประมาณ 7 ปี ถึง 10 ปีกว่ากอจะชนกัน หลุมปลูกไผ่กิมซุ่งจะขุดหลุมที่ระยะ 30*30*30 เซนติเมตร ถ้าพื้นที่เป็นดินร่วนถึงร่วนปนทราย (แต่ถ้าเป็นดินลูกรังปนหินควรจะขุดให้กว้างกว่านี้เป็น 50*50*50 และหาดินดำ แกลบ ขี้เถ้าแกลบหรือปุ๋ยคอกเก่าคลุกหลุมก่อนปลูก) ถ้าหากเกษตรกรจะรองก้นหลุมก็ควรจะใช้ขี้เถ้าแกลบไม่ควรจะใช้ปุ๋ยคอกเพราะถ้าปลูกในฤดูฝนหากฝนตกหนักจะทำให้รากไผ่ที่กำลังออกมาใหม่ๆ เน่าได้ทำให้ต้นไผ่กิมซุ่งเหลือง ชะงักการเจริญเติบโต กว่าจะโตก็นานขึ้น เวลาปลูกที่ดีคือเดือนพฤษภาคม เมื่อได้กล้าไผ่กิมซุ่งมาก็ทำการปลูก ควรจะปลูกให้ดินที่ปากถุงเสมอดินเดิมที่ปลูก ไม่ควรจะปลูกต่ำกว่าดินเดิมที่เตรียมไว้ เพราะถ้าฝนตกหนักจะทำให้รากไผ่ที่งอกมาใหม่ๆ เน่าได้จากน้ำฝนที่ขังนานๆ ถ้าหากพื้นที่ของเกษตรกรเป็นพื้นที่ต่ำ ไม่ควรจะปลูกในฤดูฝน ในฤดูฝนฝนจะตกหนักทำให้น้ำขังหลุมบ่อยจะทำให้ไผ่กิมซุ่งเหลืองและจะไม่โต แม้ว่าไม่ตายแต่ก็ไม่โต ไผ่กิมซุ่งแม้ว่าน้ำท่วมจะไม่ตายแต่ก็ต้องกอใหญ่มากกว่า 1 ปีไปแล้ว แต่ถ้าปลูกใหม่ๆ ยังไม่ทนต่อน้ำท่วมขังบ่อยๆ พื้นที่ต่ำควรจะปลูกในเดือนตุลาคม ในฤดูแล้งก็ต้องให้น้ำ แต่พอย่างเข้าฤดูฝนไผ่กิมซุ่งก็ตั้งตัวได้และทนสภาพน้ำขังเมื่อฝนตกหนักได้ พื้นที่ต่ำควรจะขึ้นแปลงทำร่องระบายน้ำด้วย ไผ่กิมซุ่ง เป็นชื่อทางการค้า

ไผ่กิมซุ่ง เป็นชื่อทางการค้าของไผ่ใรสกุลไผ่ป่าชนิดหนึ่ง

             เรื่องการให้ปุ๋ย ไผ่กิมซุ่ง นั้นหลังจากปลูกไผ่กิมซุ่งไปแล้ว ให้น้ำเพียงอย่างเดียวไปสักระยะหนึ่ง (ถ้าฝนตกก็ไม่ต้องให้) รอเวลาผ่านไปประมาณ 40 วัน สังเกตุต้นไผ่กิมซุ่งดูถ้ามียอดอ่อนแตกใหม่ หมายความว่ารากของไผ่กิมซุ่งเริ่มออกหาอาหารแล้ว ก็สมควรให้ปุ๋ยได้แล้ว ไผ่กิมซุ่งถ้ายังสร้างใบได้ไม่มากพอก็จะยังไม่ยอมแตกหน่อใหม่ เกษตรกรควรจะให้ปุ๋ยอย่างต่อเนื่องและพอเพียง ไผ่กิมซุ่งถึงจะมีใบเขียวเข้มและพร้อมที่จะสร้างหน่อแรก การให้ปุ๋ยเมื่อปลูกไผ่กิมซุ่งในระยะแรกๆ  ต้นไผ่ยังเล็กอยู่ต้องระวังเรื่องปุ๋ยต้องไม่มากจนเกินไปเพราะความเข้มข้นของปุ๋ยจะทำให้รากไผ่ที่แตกออกมาใหม่ๆ และมีน้อยอยู่เน่าและแห้งไปได้ โดยให้ปุ๋ยครั้งแรกเมื่อปลูกไผ่ผ่านไปประมาณ 40 วัน ถ้าใช้มูลวัวแห้ง 3 กระป๋องนมมะลิโรยรอบๆ กอไผ่ พอเดือนที่ 3 หลังปลูกใช้มูลวัวแห้งเพิ่มขึ้นได้เป็น 10 กระป๋องนมมะลิ โรยรอบๆ กอไผ่ พอเข้าเดือนที่ 6 หลังปลูกก็ให้เพิ่มเป็น 1 ถังน้ำขนาด 10 ลิตรที่ใช้ทั่วๆ ไปโรยรอบๆ กอไผ่ให้กว้างขึ้น ก่อนให้มูลวัวควรกำจัดหญ้าก่อนทุกครั้งเพื่อไม่ให้แย่งปุ๋ยกับไผ่และควรหาฟางข้าวหรือแกลบหรือหญ้าแห้งกลบเมื่อไผ่ยังเล็กๆ อยู่จะทำให้หญ้าขึ้นช้าและอุณหภูมิของดินไม่เปลี่ยนแปลงต้นไผ่จะโตเร็วขึ้น ปุ๋ยครั้งแรกถ้าให้เป็นมูลไก่ไข่จะให้น้อยกว่ามูลวัวเพราะมูลไก่มีความเข้มข้นสูงกว่า จะให้ครั้งแรกเมื่อปลูกไผ่ผ่านไปประมาณ 40 วัน ใช้มูลไก่ไข่ 1 กระป๋องนมมะลิ โรยรอบๆ ต้นไผ่ห่างจากโคนต้นไผ่ประมาณ 20 เซนติเมตร อย่าใส่ชิดโคนไผ่เด็ดขาดเพราะมูลไก่ไข่มีความเข็มข้นสูงมาก ใส่ห่างให้รากไผ่ออกไปเลือกกินเอง รากไผ่จะรู้วิธีว่าจะเข้าหามูลไก่ยังไงเอง พอเดือนที่ 3 หลังจากปลูก ให้มูลไก่ไข่ 2 กระป๋องนมมะลิ โดยโรยรอบๆ กอไผ่ห่างจากโคนไผ่ราวๆ 20 เซนติเมตรเช่นเดิม (แต่กอไผ่เริ่มมีหน่อใหม่การใส่จึงห่างจากจุดเดิม) พอเข้าเดือนที่ 6 หลังจากปลูกให้ใส่มูลไก่ไข่ประมาณ 1 กระป๋องน้ำมันเครื่องขนาด 5 ลิตรตัดเป็นปากฉลามแล้วตัดใส่ 1 ครั้งโรยรอบๆ กอไผ่ห่างจากกอราวๆ 20-30 เซนติเมตร (กอไผ่เริ่มมีหลายลำ) ก่อนที่จะใส่มูลไก่ควรจะกำจัดหญ้ารอบๆ กอไผ่ก่อนเพื่อไม่ให้แย่งปุ๋ยกับต้นไผ่ และเมื่อใส่ปุ๋ยแล้วหาวัสดุคลุมดินเช่นฟางข้าว หญ้าแห้ง หรือแกลบใส่รอบๆ โคนไผ่เพื่อไม่ให้หญ้าขึ้นไวและรักษาอุณหภูมิของดินและความชื้น  ส่วนการใช้ปุ๋ยเคมี ถ้าใช้ได้ร่วมกับปุ๋ยมูลวัวแห้งหรือมูลไก่ไข่ก็จะยิ่งทำให้ต้นไผ่โตดีและเร็ว ในระยะ 40 วันหลังจากปลูกไผ่แล้วก็ให้ใช้ปุ๋ย 46-0-0  หรือยูเรียละลายน้ำโดยใช้ปุ๋ยยูเรีย 3 ช้อนโต๊ะ(ห้ามใช้ยูเรียมากกว่านี้เพราะจะทำให้ต้นไผ่เหี่ยวตายได้เพราะต้นไผ่ยังเล็กและมีรากน้อยอยู่) ต่อน้ำ 10 ลิตร ละลายให้เข้ากับน้ำแล้วนำไปรดที่โคนไผ่โดยให้ต้นละ 1 แก้วน้ำ รดทุกๆ 15 วันจนไผ่มีใบเขียวเข้มและเริ่มสร้างหน่อแรก และเมื่อสร้างหน่อที่สองก็เริ่มหยุดรดปุ๋ยน้ำได้ ต่อไปเมื่อไผ่มีอายุได้ 4 เดือนหลังจากปลูกเป็นต้นไป (กอไผ่เริ่มมีลำและหน่อไม่ต่ำกว่า 3-4 ลำแล้ว) ก็ให้ใช้ปุ๋ย 46-0-0 ผสมกับปุ๋ย 15-15-15 อย่างละ 1 ส่วน แล้วนำไปใส่บริเวณรอบๆ โคนไผ่  โดยใส่ใต้ปุ๋ยคอกที่ใส่ไว้แล้ว  โดยแบ่งใส่สัก 4 จุด ห่างจากโคนต้นไผ่ราวๆ 30 เซนติเมตร ใส่จุดละครึ่งช้อนโต๊ะจะใส่ปุ๋ยสูตรนี้เดือนละ 1 ครั้ง เพราะเป็นช่วงที่ไผ่กิมซุ่งสร้างกอจะมีหน่อแทงออกมาตลอด เกษตรกรจะได้ลำไผ่ใหญ่เร็วภายในไม่เกิน  8  เดือน เกษตรกรบางท่านอาจจะใช้ปุ๋ยน้ำหรือปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ทำเองมารดร่วมได้เพื่อเพิ่มจุลลินทรีย์ในดินใต้กอไผ่ และบางสวนก็อาจจะมีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดตราต่างๆ ผสมกับปุ๋ยเคมีที่ใส่ได้ ซึ่งการให้ปุ๋ยก็เป็นการเพิ่มต้นทุนอย่างหนึ่งอยู่ที่ตัวเกษตรกรเองแต่ขอให้ใส่แล้วงามไม่ใช่ปุ๋ยปลอม เมื่อเริ่มเก็บหน่อจำหน่ายจะใส่ปุ๋ยเดือนละครั้งหรือเร็วกว่านี้ขึ้นอยู่กับว่าเกษตรกรตัดหน่อออกไปมากน้อยเพียงใด ถ้าตัดหน่อไปมาก ต้นไผ่จะเสียอาหารมาก อาหารที่ให้จะถูกใช้หมดอย่างรวดเร็ว ให้สังเกตุดูว่าถ้าหน่อมีขนาดเล็กลง หลายหน่อเริ่มลีบนั่นก็คือต้องให้ปุ๋ยได้แล้วโดยใช้ปุ๋ยคอกเช่นมูลไก่ร่วมกับปุ๋ยเคมี ( 46-0-0 บวกกับ 15-15-15 อัตรา 1 ต่อ 1 ใส่กอละสองกำมือ) ใส่โดยใช้หว่านให้ทั่วๆ ทรงพุ่มได้แล้วเพราะใต้โคนไผ่ไม่มีแดดส่องและรากไผ่มีอยู่กระจายทั่วไป ปุ๋ยที่ใส่จะไม่สูญเสียไปไหน เมื่อใส่ปุ๋ยต้องให้น้ำทันทีเพื่อให้ปุ๋ยละลาย และเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนและเกษตรกรไม่เก็บหน่อแล้วก็ลดปุ๋ยลงได้เหลือเพียงใส่พอประมาณโดยให้ปุ๋ยคอกเพียงอย่างเดียวเพื่อให้ลำแม่สร้างลำแม่ใหม่ได้สมบรูณ์  การกำจัดวัชพืชกำจัดรอบๆ กอก่อนที่จะใส่ปุ๋ย ถ้าเกษตรกรให้ปุ๋ยต่อเนื่องไม่เกิน 3 เดือนหลังจากปลูกไผ่ของเกษตรกรจะให้หน่อที่ 2 มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าหน่อแรกมาก

ในเรื่องการให้น้ำหากเกษตรกรปลูกไผ่ในฤดูฝนแทบจะไม่ต้องให้น้ำเลย จะให้ก็ครั้งแรกที่ปลูกให้รดน้ำทันทีให้ชุ่มเพื่อให้ดินจับกันแน่น รากไผ่จะดูดน้ำได้ดินจะต้องจับกันแน่นกับรากเพื่อให้รากไผ่ดูดน้ำแบบระบบดูดชึม(ออสโมซิส) ถ้าไม่รดน้ำทันที ถ้ามีแดดออกต้นไผ่จะเหี่ยว ฝนจะตกหรือไม่ตกต้องรดน้ำครั้งแรกที่ปลูกไว้ก่อน ตรงนี้สำคัญเกษตรกรหลายคนไม่เข้าใจคิดว่าปลูกในฤดฝนดินยังมีความชื้นอยู่ก็ไม่รดน้ำ หากฝนไม่ตกในวันที่ปลูกแบบหนักๆ  ไผ่จะตายไปหลายต้นทีเดียว ส่วนเกษตรกรที่เลือกปลูกไผ่ในฤดูแล้งเพราะที่ดินเป็นที่ลุ่มต่ำก็ต้องหาวิธีการให้น้ำ ถ้าปลูกใหม่ยังไม่ต้องลงทุนมากก็ใช้น้ำเข้าร่องตักรดไปก่อนได้ หรือถ้าปลูกไม่มากก็ใช้สายยางรดเป็นต้นๆไปก่อนได้  แต่เมื่อไม่ว่าจะปลูกหน้าฝนหรือหน้าแล้งพอปลูกไปได้ 8 เดือนไผ่กิมซุ่งพร้อมจะให้หน่อ ก็จำเป็นต้องลงทุนเรื่องระบบน้ำ เพราะกำลังจะมีรายได้จากการจำหน่ายหน่อ และไผ่กิมซุ่งต้องการน้ำมากในการให้หน่อ หน่อของไผ่กิมซุ่งมีรสหวาน

หน่อของไผ่กิมซุ่งมีรสหวาน กรอบ อร่อย จึงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ทั้งนั้นถึงแม่ว่าไผ่กิมซุ่งจะมีคุณสมบัติที่ดีและโดดเด่นต่างๆ ตามที่เราได้กล่าวไปแล้วข้างต้น แต่มันก็ยังต้องการการดูแลเอาใจใส่จากเกษตรกรเช่นกัน ดังนั้นจึงอย่าละเลยและควรใส่ใจในการดูแลรักษามันบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อให้การลงทุนของท่านประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจเอาไว้นั่นเอง หน่อของไผ่กิมซุ่งไม่ต้องนำไป

หน่อของไผ่กิมซุ่งไม่ต้องนำไปต้มก่อนการนำไปปรุงอาหาร เกษตรกรผู้ปลูกไผ่กิม

เกษตรกรผู้ปลูกไผ่กิมซุ่งสามารถมีเงินล้านได้ภายใน 1 ปีกันเลยทีเดียว