ThaiArcheep.com

ไส้เดือน สร้างรายได้มากกว่าที่คิด

                ในปัจจุบันนี้สิ่งสำคัญในการทำการเกษตรก็คือ ปุ๋ย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ดินที่ใช้ในการเพาะปลูกมีธาตุอาหารที่พืชต้องการ เพื่อการเจริญเติบโตของพืชที่ปลูกแต่ในปัจจุบันปุ๋ยที่มีขายอยู่ในท้องตลาดมีราคาแพง ทำให้ต้นทุนในการผลิตและในการทำการเกษตรสูงขึ้นตามไปด้วย จึงมีการส่งเสริมให้มีการเลี้ยง ไส้เดือน เพื่อเป็นรายได้เสริม และขายปุ๋ยมูลไส้เดือนป้อนเข้าสู่ตลาด เพื่อมาทดแทนปุ๋ยเคมีที่มีราคาสูง

เลี้ยงไส้เดือนไม่ยากอย่างที่คิด

เลี้ยงไส้เดือนไม่ยากอย่างที่คิด

                โดยคุณค่าของปุ๋ยไส้เดือน นั้นหลายคนก็คงเคยได้ยินมาแล้วว่ามีคุณค่าเทียบเท่ากบมูลของค้างคาวเลยที่เดียว มูลไส้เดือนที่มาทำปุ๋ยนั้นมีสรรพคุณมากมาย ทั้งคุณค่าทางอาหารสำหรับต้นพืชแม้กระทั่งช่วยบำรุงดินที่เสื่อมสภาพให้กลับกลายเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุที่พืชต้องการได้อีกด้วย

การเลี้ยงไส้เดือน

การเลี้ยง ไส้เดือน นั้นลงทุนไม่เยอะ สำหรับผู้เริ่มต้นควรเริ่มเลี้ยงเพียง 1 กะละมังพลาสติกสีดำเพียง 1 กะละมังก่อนเพื่อเป็นการศึกษาลักษณะความเป็นอยู่ของไส้เดือน สิ่งที่ต้องเตรียมในการเลี้ยงไส้เดือนคือ

ไส้เดือนขี้ตาแร่ ไส้เดือนที่สามารถหาได้ในประเทศไส้เดือนขี้ตาแร่ ไส้เดือนที่สามารถหาได้ในประเทศ

ไส้เดือน การเลี้ยงไส้เดือนเราควรเลือกพันธุ์ไส้เดือนที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมบริเวณที่เลี้ยงและมีการขยายพันธุ์ที่ดี พร้อมกันนั้นต้องเจริญเติบโตได้รวดเร็วด้วย พันธุ์ไส้เดือนที่แนะนำมีอยู่ 3 พันธุ์ด้วยกันคือ

1.1   พันธุ์ลัมบริคัสรูเบลลัส หรือคนไทยเรียกว่า ขี้ตาแร่ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่สามารถพบได้ทั่วประเทศไทย พันธุ์นี้เป็นพันธุ์ที่เลี้ยงง่าย กินเก่งโตไว และทนต่อสภาพแวดล้อม

1.2   พันธุ์แอฟริกา เป็นไส้เดือนที่มีขนาดตัวที่ใหญ่เลี้ยงง่าย กำจัดขยะได้อย่างรวดเร็ว ส่วนมากแล้วพันธุ์นี้จะนิยมเลี้ยงเพื่อจำหน่ายให้เป็นอาหารสัตว์อีกทีนึง หรือจะเลี้ยงเพื่อเอามูลไส้เดือนและน้ำหมักได้ได้เช่นกัน

1.3   ไส้เดือนพันธุ์สีน้ำเงิน จุดเด่นของไส้เดือนประเภทนี้ก็คือโตเร็วทำให้ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นยังเลี้ยงง่ายอีกด้วย

  1. พาหนะในการเลี้ยง สำหรับการเริ่มเลี้ยงในช่วงแรกเราควรเตรียมกะละมังพลาสติกสีดำที่มีขนาดไม่ใหญ่มากมา 1 กะละมัง สำหรับคนที่หาไม่ได้ก็หาวัสดุที่สามารถลองดินที่มีขนาดพอเหมาะกับการเลี้ยงไส้เดือนก็ได้เช่นกัน เมื่อได้พาหนะในการเลี้ยงแล้วก็นำมาเจาะรูเพื่อระบายน้ำ ซึ่งน้ำที่ได้จากการรดน้ำทุกวันจะกลับกลายเป็นน้ำหมักจากไส้เดือน ซึ่งสามารถนำไปฉีดพ่นให้กับต้นไม้เพื่อเร่งดอก เร่งใบได้เช่นกัน
  2. วัสดุในการเพาะเลี้ยง สิ่งที่ต้องเตรียมก็คือ ดิน มูลวัว มูลควาย ขุยมะพร้าว และเศษกระดาษ ซึ่งนำวัสดุที่เตรียมไว้มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน

อาหารที่ใช้เลี้ยงไส้เดือนอาหารที่ใช้เลี้ยงไส้เดือน

หลังจากเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วก็นำไส้เดือนที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในกะละมัง โดยเราจะใส่ไส้เดือนประมาณ 4 ถึง 5 ตัวต่อ 1 กะละมัง ซึ่งวิธีการดูแลไส้เดือนนั้นก็ไม่ยากเลย เพียงใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงและดูแลประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้นเริ่มจากการหาอาหารให้กับไส้เดือน ซึ่งอาหารของไส้เดือนนั้นจะเป็น เศษผัก เศษขยะจากการทำเกษตรที่เป็นของสด หรือจะเป็นกากถั่วเหลืองก็ได้ สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดก็คืออุณหภูมิและศัตรูของไส้เดือน

วิธีเลี้ยงไส้เดือนด้วยกะละมังวิธีเลี้ยงไส้เดือนด้วยกะละมัง

เราควรลดน้ำไส้เดือนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ไส้เดือนตัวแห้งเพราะถ้าไส้เดือนตัวแห้งอาจจะทำให้ไส้เดือนตายได้เช่นกัน และต้องระวังเรื่องศัตรูของไส้เดือนด้วยซึ่งจะมี มด หนู และไก่เป็นต้น

การเก็บผลผลิตจากไส้เดือน

หลังจากเลี้ยงไปประมาณ 45 ถึง 60 วันเราจะสังเกตุเห็นได้ว่า ไส้เดือนจะมีการขยายพันธุ์ประมาณ 100 ถึง 120 ตัวต่อหนึ่งกะละมัง เราควรแยกไส้เดือนออกก่อน และนำดินที่อยู่ในกะละมังมาร่อนเพื่อเอามูลไส้เดือน โดยหนึ่งกะละมังจะได้มูลไส้เดือนประมาณ 4 ถึง 5 กิโลกรัม แต่ถ้าเลี้ยงไว้ปริมาณมาก ๆ อาจจะได้สูงถึง  800 ถึง 900 กิโลกรัมเลยทีเดียว โดยราคาขายของมูลไส้เดือนนั้นจะตกอยู่ที่ 50 บาทต่อกิโลกรัม

สิ่งที่ได้จากไส้เดือนมีทั้งมูลไส้เดือนและน้ำหมักมูลไส้เดือนสิ่งที่ได้จากไส้เดือนมีทั้งมูลไส้เดือนและน้ำหมักมูลไส้เดือน

ประโยชน์ของไส้เดือน

                ประโยชน์ของไส้เดือนที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ รายได้ที่เพิ่มขึ้นและลดรายจ่ายที่ต้องไปใช้ในการซื้อปุ๋ยเคมีในการบำรุงดิน โดยเราสามารถสร้างรายได้จากไส้เดือนได้ 3 อย่างด้วยกันคือ

สำหรับการเลี้ยงไส้เดือนที่สามารถพัฒนาเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ได้สำหรับการเลี้ยงไส้เดือนที่สามารถพัฒนาเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ได้

  1. ไส้เดือน ตัวไส้เดือนสามารถขายให้กับผู้ที่สนใจที่จะนำไปทำปุ๋ยไส้เดือนหรือจะเป็นผู้ที่ต้องการนำไส้เดือนไปเป็นอาหารสัตว์ก็สามารถจำหน่ายได้เช่นกัน
  2. น้ำหมักมูลไส้เดือน น้ำหมักเหล่านี้จะมีการผสมกับเมือกของไส้เดือนไว้ซึ่งน้ำหมักนี้จะเป็นเหมือนกับตัวกระตุ้นดอกผล ให้ติดดอกติดผลมากขึ้น จึงนิยมนำไปฉีดพ่นเพื่อเป็นอาหารทางใบให้กับต้นพืช
  3. มูลไส้เดือน จะเป็นปุ๋ยที่มีความเค็มน้อยและมีแร่ธาตุพร้อมทั้งคุณสมบัติเทียบเท่ากับมูลค้างคาวเลยทีเดียว ทำให้สามารถนำไปใช้กับพืชได้ทุกชนิด เพียงใส่ปริมาณไม่มากก็สามารถเพิ่มแร่ธาตุในดินได้แล้ว