ThaiArcheep.com

คนจะรวยช่วยไม่ได้! ปลูกเมล่อนคัดสายพันธุ์ ฮอตสุดในสารคาม สร้างรายได้ กำไรงาม

จะว่าไป ความโชคดีของสายการเรียนและความสนใจในแต่ละบุคคล นับเป็นพื้นฐานที่ดี ที่สร้างรากฐานของชีวิตได้ดีไม่น้อย เพราะอย่างน้อยนอกจากจะมีพื้นฐานความรู้เฉพาะทางในสิ่งนั้นแล้ว ยังมีความคิดสร้างสรรค์จากความสนใจโดยส่วนตัว นำไปต่อยอดเป็นอาชีพที่แตกต่างและมั่นคงให้กับตนเองและครอบครัว

Untitled-3


ดังเช่น คุณมงคล ธราดลธนสาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทพมงคลเมล็ดพันธุ์ จำกัด จบการศึกษามาทางด้านพืชผัก ภาควิชาพืชสวน คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพราะความสนใจในงานด้านการคัดสายพันธุ์พืช เมื่อจบออกมาจึงหันหน้าเข้าทำงานตรงสายการเรียน คือ ตำแหน่งนักส่งเสริมเมล็ดพันธุ์ ทำให้ตลอดระยะเวลาของการทำงาน เก็บเกี่ยวประสบการณ์ ศึกษาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การเก็บเมล็ดพันธุ์ การปรับปรุงพันธุ์ รวมถึงการเดินทางไปส่งเสริมเมล็ดพันธุ์ยังต่างประเทศ ตามตำแหน่งหน้าที่ในบริษัท
จึงเป็นโอกาสเก็บเมล็ดพันธุ์พืชผัก ผลไม้ จากต่างประเทศติดมือกลับมา
ถิ่นฐานที่ตั้งที่พักอาศัยอยู่บนแผ่นดินอีสาน ลักษณะดินเป็นดินร่วนปนทราย “เมล่อน” จึงเป็นพืชที่คุณมงคลเลือกปรับปรุงพันธุ์เพื่อนำมาปลูก
อีกเหตุผลคือ เป็นพืชระยะสั้น แต่มีมูลค่าทางเมล็ดพันธุ์สูง
เพียง 3 เหตุผลของการเลือกปลูกเมล่อน ก็แปลกแตกต่างจากเกษตรกรรมของเกษตรกรในจังหวัดอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อเมล่อนเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ คุณค่าทางเมล็ดพันธุ์ที่สูงอยู่แล้ว ยิ่งสร้างมูลค่าของเมล่อนให้สูงขึ้นอีก
ปี 2555 เป็นปีแรกของการตัดสินใจลงทุน เริ่มต้นด้วยที่ดินเพียง 4 ไร่ สร้างโรงเรือนเมล่อน 8 หลังบนเนื้อที่ 2 ไร่ ส่วนอีก 2 ไร่ ยังคงทำนา ปลูกข้าวไว้รับประทานเอง
การลงทุนก่อสร้างโรงเรือนและระบบ 8 หลัง เป็นเงินทั้งสิ้นเกือบ 50,000 บาท
โรงเรือนและระบบที่ลงทุนไปในครั้งแรก ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะพบข้อบกพร่องหลายประการ และเมื่อเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย พบว่า พลาสติกที่ใช้สำหรับติดตั้งโรงเรือนที่ผลิตในประเทศ มีขนาดความกว้างมากที่สุดเพียง 6 เมตร แต่ขนาดโรงเรือนที่ตั้งใจสร้าง กำหนดขนาดไว้ที่ ความยาว 30 เมตร ความกว้าง 6.2 เมตร ทำให้เกิดรอยต่อ ซึ่งรอยต่อพลาสติกเป็นผลให้เกิดความชื้น ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมความหวานของเมล่อนได้ จึงศึกษาพบว่ามีพลาสติกที่มีความยาวมากพอทำโรงเรือนตามขนาดที่ต้องการ โดยไม่เกิดรอยต่อ
“พลาสติกที่ทำโรงเรือนสั่งซื้อจากประเทศกรีซ มีขนาดใหญ่กว่า เมื่อแบ่งครึ่งม้วนพลาสติก จะได้ความกว้าง 6.2 เมตร และความยาว 30 เมตร พอดีกับขนาดโรงเรือนที่ตั้งใจ มีความเหนียวมาก สามารถทานแรงลมได้มากถึง 80 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ไม่ก่อให้เกิดตะไคร่น้ำหรือปรสิต ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมากับเมล่อน ส่วนโครงสร้างเดิมเปลี่ยนจากเหล็กเป็นแป๊บประปา ซึ่งไม่เป็นสนิม และทั้งโครงสร้างและระบบโรงเรือนแบบที่ใช้อยู่ปัจจุบัน มูลค่าโรงเรือนละประมาณ 100,000 บาท แต่อายุการใช้งานนานถึง 10 ปี”
พื้นฐานเดิมที่เรียนรู้มาทางด้านการเกษตร ทำให้คุณมงคลรู้จักการคัดเมล็ดพันธุ์ นำมาปรับปรุงพันธุ์และคัดเลือกให้ได้พันธุ์ใหม่ที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้น และทำให้ได้เมล่อนสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมา คือ สายพันธุ์ซันสวีท และ สายพันธุ์หยกเทพ

3-15-728x485
ซันสวีท เป็นเมล่อนเนื้อสีส้ม ข้อยืด โตไว ทำให้ดีดหนีเพลี้ยได้ไว รสชาติหวาน กรอบ มีความหวานโดยสายพันธุ์ 14-15 บริกซ์ หากใส่ปุ๋ย ความหวานจะสูงถึง 18 บริกซ์
หยกเทพ เป็นเมล่อนเนื้อสีเขียว คล้ายเมล่อนญี่ปุ่น ข้อสั้น โตช้า ผลใหญ่ น้ำหนักผล 2-3 กิโลกรัม รสชาติหวาน หอม ความหวานโดยสายพันธุ์ 13-14 บริกซ์ หากใส่ปุ๋ย ความหวานจะสูงถึง 16 บริกซ์
จากการสำรวจตลาดผู้บริโภค พบว่า ผู้บริโภคระดับกลางและระดับสูงต้องการเมล่อนเนื้อสีเขียวมากกว่า ดังนั้น จึงมีข้อแนะนำสำหรับเกษตรกรที่ต้องการปลูกเมล่อนในเชิงพาณิชย์ ควรคำนึงถึงตลาดที่จะส่งจำหน่ายด้วย
โรงเรือนมาตรฐาน มีขนาดกว้าง 6.2 เมตร ยาว 30 เมตร ปลูกได้ 350 ต้น ในแต่ละต้นเมื่อให้ผล จะปลิดทิ้งเหลือเพียง 1 ผลต่อต้น น้ำหนักต่ำสุดของผล 1.5 กิโลกรัม น้ำหนักมากที่สุดของผล 3 กิโลกรัม เฉลี่ยน้ำหนักผลอยู่ที่ 1.8 กิโลกรัม
ปัจจุบัน เมล่อน เป็นพืชหลักของเทพมลคล ฟาร์ม แต่ละสัปดาห์ต้องผลิตส่งห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ 600 กิโลกรัม แต่ความสามารถในการผลิตต่อสัปดาห์ สามารถเก็บผลได้มากถึง 5 ตัน ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่มีทั้งพ่อค้าแม่ค้ามาติดต่อรับซื้อไปขายยังแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ วังน้ำเขียว ฉะเชิงเทรา ในราคาส่งกิโลกรัมละ 85 บาท และอีกจำนวนหนึ่งยังคงเก็บไว้สำหรับปรับปรุงพันธุ์ด้วย
สำหรับเกษตรกรมือใหม่ ต้องการสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว คุณมงคล แนะนำว่า ควรเริ่มจากโรงเรือน 3-5 หลัง จำนวนผลผลิตต่อโรงเรือนเฉลี่ย 200 ต้น สร้างรายได้เฉลี่ย 40,000 บาท / 3 เดือน
นอกเหนือจากเมล่อน ซึ่งเป็นพืชหลักในการปลูกสร้างรายได้และพัฒนาพันธุ์ ของเทพมงคล ฟาร์ม แล้ว คุณมงคล ยังสนใจพืชผักอีกหลายชนิด เช่น แตงกวา บวบงู มะเขือเทศเชอรี่สีเหลือง เป็นต้น ซึ่งพืชผักที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงพันธุ์ หากประสบความสำเร็จ เทพมงคล ฟาร์ม ก็พร้อมเปิดจำหน่ายให้กับเกษตรกรที่สนใจทั่วไป
เทพมงคล ฟาร์ม เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งนอกจากจะปลูกเมล่อนเชิงพาณิชย์ การปรับปรุงพันธุ์สำหรับพืชผักอีกหลายชนิด การจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ แล้ว ยังเป็นสถานศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมสำหรับคนรักเมล่อน โดยเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงเกษตร ภายใต้ชื่อ “ศูนย์เกษตรไทยไม่จน” จัดให้มีการอบรมการปลูกเมล่อน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ยังผลให้เทพมงคล ฟาร์ม เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง แม้จะเปิดดำเนินการได้เพียง 2 ปีก็ตาม
ข้อมูลเกี่ยวกับเมล่อนดีๆ เช่นนี้ ติดต่อได้ที่ เทพมงคล ฟาร์ม ตำบลปะหลาน อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์ (086) 115-6295

ขอขอบคุณเครดิตข้อมูลและภาพจาก : technologychaoban